รัฐบาลเงาสหรัฐอเมริกา

รัฐบาลเงาสหรัฐอเมริกา รัฐบาลดั้งเดิมมาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลเงาที่มีทหารเป็นส่วนร่วม เคลือข่ายกลุ่มรัฐบาลเงาคือองค์กรหลักของรัฐบาลสหรัฐ เมื่อสมาชิกรัฐบาลเงาเข้าไปอยู่ในห้องประชุมกับประธานาธิบดี ซึ่งประธานาธิบดีมีเครือข่ายสนับสนุนไม่มากพอ เสียงส่วนใหญ่จะถูกครอบงำโดยเสียงของรัฐบาลเงา นอกจากนั้น ข้อมูลต่างๆ ก่อนจะถึงมือประธานาธิบดีจะถูกเตรียมพร้อมจากรัฐบาลเงา ด้วยเหตุนี้ ประธานาธิบดีจึงไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลบางอย่างได้ มนุษย์ทำสนธิสัญญากับมนุษย์ต่างดาวมายาวนานเเล้ว มนุษย์ไม่เคยรู้ ซึ่งประธานาธิบดีก็อาจจะไม่รู้

ดร.สตีเวน เอ็ม. กรีเออร์ (Steven M. Greer) ประธานยูเอฟโอ สัมภาษณ์เปิดเผยเอกสารลับที่ยืนยันการมีอยู่จริงของสิ่งมีชีวิตนอกโลก ซึ่งทำงานกับมนุษย์โลกในโครงการลับ มันเป็นโครงการที่เริ่มศึกษาจริงจังมาตั้งแต่ยูเอฟโอตกที่รอสเวลล์ 1947 แล้วก็เริ่มปั่นหัวประชาชนว่า เรื่องมนุษย์ต่างดางเป็นเรื่องไร้สาระ

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2001 จัดเเถลงข่าวใหญ่ที่รัฐวอชิงตันดีซี ดร.กรีเออร์กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาปกปิดเรื่องมนุษย์ต่างดาวเป็นความลับ เรื่องมนุษย์ต่างดาวคือเรื่องของอำนาจ และผลประโยชน์ของกลุ่มผู้ปกครองประเทศตัวจริง ถ้าคุณคิดว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศประชาธิปไตย ประธานาธิบดีที่ประชาชนเลือกมีอำนาจสูงสุด คุณกำลังคิดผิด ผู้มีอำนาจตัวจริงคือ รัฐบาลเงา ซึ่งเป็นกลุ่มทหาร, นักธุรกิจ, องค์กรเก่าเเก่

รัฐบาลเงาทำหน้าที่ปกปิดข่าวการมาเยือนโลกของชาวต่างดาว มีการจัดตั้งงบประมาณสีดำ หรือโครงการใต้ดิน โครงการพิเศษเข้าถึงเฉพาะกลุ่มพิเศษ สิ่งที่ทำคือสร้างพันธมิตรในหมู่พวกเขาเอง เรากำลังพูดถึงงบลับ งบดำมืด ลับสุดยอดที่ไม่มีบัญชีที่มีจำนวนเงินถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เอาเงินให้เพนตากอนเพิ่มอีก ทั้งๆ ที่ผู้ตรวจสอบเงินเเผ่นดินก็ยอมรับว่า ทางกองทัพไม่อาจชี้เเจงเรื่องเงินที่ใช้ไปเเล้ว 25% ได้ จากการประเมิน เราไม่สามารถติดตามเงินจำนวนนี้ได้

โครงการลับไม่มีการกำกับดูเเลจากสภาคองเกรสโดยตรง ไม่อยู่ในสายตาสาธารณชน คือไม่มีการตรวจสอบหรือโครงการลับผ่านสภาคองเกรสโดยไม่ต้องพิจารณา ถ้าคิดว่าคองเกรสหรือประธานาธิบดีมีอำนาจเหนือเรื่องนี้ เข้าใจผิดถนัด พวกเขาไม่มี นั่นคือจุดที่เราต้องพูดถึงโครงสร้างของความลับ โครงสร้างความลับนั่นซับซ่อน เเละมีหลายเเง่มุมมอง ย้อนไปถึงการก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาเลย

เราอาศัยอยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่ค่อนข้างโปร่งใส โดยมีประธานาธิบดีอยู่บนจุดสูงสุด เป็นผู้บัญชาชาการสูงสุดอย่างเเท้จริง เเต่ความจริงนั้น มันเเตกต่างไปมาก รัฐบาลเงาซึ่งมีกองทัพเป็นของตัวเอง กลไกลการระดมทุนของตัวเอง เเละความสามารถทำตามเเนวคิดตัวเอง โดยปราศจากการตรวจสอบถ่วงดุล เเละไม่อยู่ภายใต้กฏหมายอีกต่อไป

เอกสารพิเศษฉบับเเรกที่ผมเห็น เป็นเอกสารพิเศษที่มีรายชื่อการปฏิบัติการในภาคส่วนต่างๆ หนึ่งในนั้นมีชื่อเเอเรีย 51 ผมเอาเอกสารตัวนี้ให้หัวหน้าฝ่ายข่าวกรองของคณะกรรมการร่วมเหล่าทัพ พลเรือเอกทอม วิลสัน เขาคือคนที่รวบรวมสรุปข้อมูลข่าวกรองทุกอย่างให้กับคณะกรรมการรวมเหล่าทัพของอเมริกา เขาติดต่อไปยังภาคส่วนหนึ่งในเอกสารนี้ เขาบอกว่า "สวัสดี ผมพลเรือเอกทอมวิลสัน ผมต้องการทราบข้อมูลโครงการนี้" พวกนั้นบอกว่า "ครับท่าน เรารู้ว่าท่านเป็นใคร เเต่ท่านไม่มีสิทธิ์เข้าถึงโครงการนี้" หัวหน้าฝ่ายข่าวกรองของคณะกรรมการรวมเหล่าทัพ นี่คือจุดที่กองทัพเองก็ตกเป็นเหยื่อของความลับ มีความพยายามชัดเจนที่จะทำโครงการลับเหล่านี้ให้เป็นความลับจากผู้คน เเม้เเต่คนที่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ

ภายในไม่กี่เดือนที่ผมให้ข้อมูลกับพลเรือเอกทอม เพื่อนคนหนึ่งของประธานาธิบดีบิลคลินตันมาเยื่อมบ้านผม มาถึงบ้านเขาบอกว่า "เราชอบสิ่งที่คุณนำเสนอมาก เป็นไอเดียที่ดีจริงๆ เเต่ประธานาธิบดีไม่ทำหลอก มันอันตรายเกินไป" ผมเลยบอกว่า "เขาเป็นประธานาธิบดี ถ้าเขาไม่อยากเป็น เขาไม่ควรจะมารับหน้าที่ เเล้วสาบานตนต่อรัฐธรรมนูญ" เขาบอกว่า "ใช่ เเต่คุณต้องเข้าใจ เราไม่สามารถปกป้องประธานาธิบดีได้ เรากลัวว่าประธานาธิบดีคลินตันจะมีจุดบจุบเหมือนประธาธิบดีเคนเนดี้" ผมหัวเราะ เขาตอบว่า "อย่าขำ นี่เป็นเรื่องที่กังวลมากจริงๆ"

การเข้าถึงโครงการลับนอกบัญชี ไม่สนว่าคุณจะมียศอะไรหรือตำเเหน่งอะไร นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อผมได้พบกับลอร์ฮิลล์ นอร์ตัน ผู้บัญชาการกองทัพทหารอังกฤษ ประธานคณะกรรมการทหารนาโต้ เขาเคยถามผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐว่า "จะมีเหตุผลอะไรกันที่ปกปิดเรื่องยูเอฟโอ ผมเป็นรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอังกฤษ หัวหน้าเอ็มไฟฟ์เอ็มไอซิกซ์ ทำไมคุณไม่บอกผม" เขาตอบว่า "ท่านครับ ด้วยความเคารพ ท่านจะทำยังไงถ้ารู้ว่ามีโครงการ ซึ่งผิดกฏหมาย มีส่วนร่วมในการลอบสังสารผู้นำ"

โครงการลับนั้นมีงบลับเป็นเงินมหาศาลต่อปี ลับขนาดที่แม้แต่ประธานาธิบดีสหรัฐก็ไม่มีสิทธิที่จะรู้ทุกเรื่อง ถ้าใครขู่ว่าจะเปิดโปงก็จะโดนข่มขู่ หรือในบางรายก็ถึงกับสั่งเก็บไปเลย โดยอ้างว่า "ประชาชนไม่พร้อมจะรู้"

ลำดับเหตุการเรื่องมนุษย์ต่างดาว

ค.ศ. 1937-1947 จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์มวลมนุษย์ ได้รับการมาเยือนจากสิ่งมีชีวิตนอกโลก หรือที่รู้จักกันในชื่อ มนุษย์ต่างดาว

ค.ศ. 1947 ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ก่อตั้ง 2 โครงการ คือ 1.สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วโลก เเล้วส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบว่า ข้อมูลจริงเท็จเเค่ไหน 2.มาเจสติก (Majestic MJ-12) ทำหน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอเป็นภัยคุกคามต่อมวลมนุษยชาติหรือไม่ เเละปกปิดหลักฐานยูเอฟโอทั้งหมด

ค.ศ. 1954 ฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดสที่ทะเลทรายโมฮาวีใกล้ฐานทัพเเอเรีย 51 ประธานาธิบดี จอมพล ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ (Dwight D. Eisenhower) พร้อมเจ้าหน้าที่มาเจสติก (Majestic) ได้รับการสื่อสารจากมนุษย์ต่างดาว

ไอเซนฮาวร์เข้าพบผู้นำเกรย์ (Grey) ทำข้อตกลงรู้จักกันชื่อ สนธิสัญญาเกรอะดา (Greada Treaty) คือ มนุษย์ต่างดาวสามารถจับชาวอเมริกาไปทดลองได้ แต่ต้องคืนกลับมาอย่างปลอดภัย มนุษย์ได้รับผลประโยชน์คือ เทคโนโลยีต่างดาว เช่น ควอนตัมเทคโนโลยี, อิเล็กทรอนิกส์, ไฟเบอร์ออปติก เป็นต้น

ไอเซนฮาวร์ร่างพระราชบัญญัติเเห่งมวลมนุษยชาติ "เราจำเป็นต้องทำสนธิสัญญาปกป้องโลกดำรงไว้เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ ในอนาคตเมื่อถึงเวลาที่สมควร ควรเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ เราขอตัดสินใจในการปกปิดความลับนี้ เพื่อให้ประชาชนได้อยู่อย่างมีความสุขไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตรายจากมนุษย์ดาวดวงอื่น"

ค.ศ. 1959 เวอร์เนอร์ ฟอน บราวน์ (Wernher von Braun) นักบุกเบิกอวกาศ กล่าวว่า "บัดนี้ผม เเละนาซ่ากำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มอำนาจใหม่จากนอกโลก ซึ่งแข็งแกร่งกว่าเรามาก มีฐานปฏิบัติการที่เราไม่อาจทราบได้ นอกจากนั้นผมไม่สามารถบอกได้ว่า ปัจจุบันเราได้เข้าไปใกล้ชิดติดต่อกับกลุ่มอำนาจใหม่นี้แล้วรึยัง"

ค.ศ. 1962 จอมพล ดักลาส แมกอาร์เธอร์ (Douglas MacArthur) เห็นอันตรายจากการตกลงลับกับมนุษย์ต่างดาวที่อาจจะรุกรานโลกได้ในอนาคต กล่าวว่า "มนุษย์ต่างดาวกําลังตรวจสอบความอ่อนแอของมนุษย์ วันหนึ่งอาจเปลื่ยนโลกเป็นสนามรบ"

ค.ศ. 1963 ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy) กล่าวว่า "เราจะต้องพามนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ เเละนำพามนุษย์กลับมาโลกอย่างปลอดภัยก่อนสิ้นทศวรรษนี้" 10 วันก่อนที่เคนเนดีจะถูกลอบสังหาร ได้เขียนจดหมายฉบับที่ 1 ถึงผู้อำนวยการซีไอเอ (CIA) ระบุว่า "ต้องการดูข้อมูลเอกสารลับเกี่ยวกับการปรากฏตัวของยูเอฟโอ" จดหมายฉบับที่ 2 ส่งถึงผู้อำนวยการนาซ่า (NASA) ระบุว่า "ต้องการจะร่วมมือกับสหภาพโซเวียต การที่ยูเอฟโอจำนวนหนึ่งปรากฏในน่านฟ้าสหภาพโซเวียต อาจทำให้สหภาพโซเวียตเข้าใจผิดว่าสหรัฐอเมริกากำลังคุกคามโซเวียต"

ค.ศ. 1969 นักบินอวกาศนาซ่าบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "พบเห็นยานเเม่ลำใหญ่หลายลำลอยอยู่นอกโลก" เเต่ถูกปกปิดเป็นความลับ

ค.ศ. 1972 ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) กล่าวว่า "แคปซูลเวลา เรารู้ว่าใครหรืออะไร เป็นผู้รับผิดชอบในการพบวัตถุบินที่ไม่ปรากฏชื่อ แต่ถูกปิดกั้นโดยหน่วยข่าวกรองกลาง" ยุติโครงการอพอลโล ปกปิดเรื่องมนุษย์ต่างดาว หยุดส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์

ค.ศ. 1976 ประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ (Jimmy Carter) ขณะดำรงตำแห่งผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย กล่าวว่า "ยานลำใหญ่มีแสงสว่างมาก เปลี่ยนสีได้หลายสี และมีขนาดราวดวงจันทร์ เราดูมันอยู่เป็นเวลาร่วม 10 นาที แต่ไม่มีใครบอกได้เลยว่ามันเป็นอะไร แต่ที่แน่ใจได้สิ่งหนึ่งคือ ผมจะไม่หัวเราะเยาะเย้ยกับคนที่บอกว่าได้เห็นยูเอฟโอบนท้องฟ้าเลย"

ค.ศ. 1987 ประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสหประชาชาติว่า "บางครั้งผมก็คิดว่าความต่างระหว่างชนชาติทั้งโลกจะหมดไป เมื่อพบภัยคุกคามจากมนุษย์ต่างดาว เเละผมก็อยากจะถามว่า มีกองกำลังต่างดาวอยู่ในหมู่พวกเราเเล้วรึยัง"

ค.ศ. 1989 ประธานาธิบดี จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช (George H. W. Bush) ผู้อำนวยการซีไอเอ (CIA) กล่าวว่า "ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องที่แก้ได้จริง โดยมีเหตุผลที่สามารถอธิบายเหตุผลได้ แต่ผมก็ยังคงคิดว่า ชาวอเมริกันยังไม่พร้อมรับรู้ความจริง"

ค.ศ. 1993 ประธานาธีบดี บิลล์ คลินตัน (Bill Clinton) กล่าวว่า "ถ้าเเอเรีย 51 ศึกษายูเอฟโอหรือมนุษย์ต่างดาว เขาก็ไม่ได้มาบอกผม ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น กิจกรรมที่เกิดขึ้นบริเวณนั้น"

ค.ศ. 2001 แกรี แมคคินนอน (Gary McKinnon) เเฮกเกอร์อันดับ 1 เจาะเข้าฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ของนาซ่า ค้นพบคำสั่งอวกาศ เอกสารลับเปิดเผยว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโรนัลด์เรแกนใช้เวลาหลายปีสำหรับการวิจัยยานอวกาศต่อต้านแรงโน้มถ่วง การพัฒนารถรับส่งยานอวกาศ มีเป้าหมายที่จะนำนักบินอวกาศไปสู่ดวงจันทร์ และถูกใช้ในการบำรุงรักษาสถานีอวกาศ เเละมีเจ้าหน้าที่จากนอกโลก ซึ่งไม่ใช่รายชื่อนักบินอวกาศที่ผู้คนรู้จัก สิ่งที่เห็นคือยานอวกาศ แต่รูปลักษณ์แบบนั้นไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่มีรอยต่อของวัตถุหรือหมุดตัวยึดวัตถุแต่อย่างใด เหมือนกับชิ้นเหล็กท่อนใหญ่ที่ไม่มีตำหนิ ประธานาธิบดีเรแกนเป็นผู้อนุมัติให้ริเริ่มโครงการโซลาร์ วาร์เดน (Solar Warden) โครงการปกป้องดาวโลกมีดาวโลก มียานอวกาศรูปซิก้าจำนวน 8 ลำ ขนานเท่าสนามฟุตบอล 2 สนาม มียานอวกาศสอดเเนมจำนวน 43 ลำ มีเทคโนโลยีที่สามารถยิงดาวเคราะน้อยได้ ทหารที่อยู่นอกโลกกำลังเกิดขึ้น บุคลากรที่เกี่ยวข้อง 300 คน"

ค.ศ. 2019 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ลงนามจัดตั้งกองทัพอวกาศ กำลังรบ 16,000 นาย เพื่อป้องกันสหรัฐจากสงครามอวกาศในอนาคต

รายชื่อฐานทัพลับ

1. ฐานทัพอากาศแอเรีย 51 (Area51) รัฐเนวาด้า
2. ฐานทัพอากาศไวท์แพทเตอร์สัน (Wright Patterson Air Force Base) รัฐโอไฮโอ้
3. ฐานทัพอากาศเนลลิส (Nellis Air Force Base) รัฐลาสเวกัส
4. ห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอสอะลามอส (Los Alamos National Laboratory) รัฐนิวเม็กซิโก
5. ฐานทัพอากาศเคิร์ทแลนด์ (Kirtland Air Force Base) เมืองอัลเบอเคอร์กี้

บทสรุปคือ

1. มีโครงการติดต่อมนุษย์ต่างดาวมานานแล้ว
2. มนุษย์ต่างดาวมีเทคโนโลยีสูงกว่ามนุษย์มาก แต่ไม่เคยแสดงท่าทีก้าวร้าวต่อมนุษย์ แต่มาเพราะกลัวว่ามนุษย์จะพัฒนาไปในทางที่ก้าวร้าว
3. มนุษย์ต่างดาวเริ่มปรากฏตัวให้มนุษย์เห็นอย่างใกล้ชิดเมื่อมนุษย์มีอาวุธนิวเคลียร์ ผู้นำโลกตัดสินใจปกปิดเรื่องมนุษย์ต่างดาว เพราะชาวโลกไม่พร้อมจะรู้

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ศึกษามนุษย์ต่างดาว ถ้ามีการเอามาใช้จริง จะทำให้โลกไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล หรือน้ำมันดิบอีก จะทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจ จะทำให้ไม่เหลือคนจน ทำลายโครงสร้างการปกครอง และทำให้ไม่มีเหตุผลที่ต้องรบแย่งทรัพยากรกัน ทำลายธุรกิจสงคราม

อภิสิทธิ์ผลประโยชน์ที่มีจึงมีความพยายามอย่างเป็นระบบที่จะสร้างเครือข่ายทำลายความน่าเชื่อถือ ไม่ให้คนรู้ว่ามนุษย์ต่างดางมีจริง เเละมาเยือนโลกเเล้ว มีการสร้างข่าวให้กลัวเอเลี่ยนไว้ก่อนโดยใช้ภาพยนตร์ ละคร นักวิทยาศาสตร์มาพูด

อ้างอิง : wikipedia

Comments

ได้รับความนิยม

20 อันดับ ภาพมนุษย์ต่างดาว

จีนถามสหรัฐ ใครอาศัยอยู่ใต้พื้นผิวดวงจันทร์

พีระมิดโผล่ขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก

อพอลโลถอยกลับ พีระมิดตั้งตระหง่านอยู่บนดวงจันทร์ เผ่าพันธุ์ต่างดาวมีอยู่จริง

เรปทิเลียนอยู่ที่ประเทศไทย

สายพันธุ์มนุษย์ต่างดาว

สิ่งปลูกสร้างบนดวงจันทร์ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ดาวนิบิรุปรากฏตัวใกล้ดวงอาทิตย์

ยานพิฆาตดาวเคราะห์ ปรากฏตัวในระบบสุริยะ พร้อมยิงดาวนิบิรุ เพื่อช่วยเผ่าพันธุ์มนุษย์

จีนถามสหรัฐ เรือสหพันธ์กาแลคซีถูกซ่อนอยู่หลังดวงจันทร์