บ็อบ ลาซาร์ ทำงานที่เเอเรีย 51

บ็อบ ลาซาร์ (Bob Larzar) เปิดเผยเรื่องยูเอฟโอ บทสัมภาษณ์บ๊อบถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก มีการนำบ๊อบเข้าเครื่องจับเท็จมาแล้วก็พบว่า ไม่พูดโกหก เเละในปี 2003 ธาตุ 115 ที่บ๊อบเคยกล่าวถึงก็ถูกค้นพบขึ้นจริง และธาตุนั้นได้รับการบรรจุลงตารางธาตุแล้ว


21 มิถุนายน 2019 บทสัมภาษณ์บ็อบโดยโจ โรเเกน (Joe Rogan) ผู้ดำเนินรายการ

โจ: คุณเคยทำงานในเเอเรีย 51 (Area 51) ใช่มั้ย

บ็อบ: ถ้าเอาแบบเป้ะๆเลย ผมเคยทำงานที่เเอเรีย 51 S4 ห่างจากเเอเรีย 51ไปทางใต้ 15 ไมล์ จะเรียกว่ามันเป็นส่วนนึงของเเอเรีย 51 ก็ได้

โจ: แล้วคุณทำงานเกี่ยวกับอะไร

บ้อบ: ด้านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์, ฟิสิกส์ คือ ที่นั่น ทำหมดทุกอย่าง

โจ: ในตอนแรกที่สมัครเข้าทำงานเค้าบอกคุณมั้ยว่างานที่จะต้องทำคืออะไร

บ้อบ: เค้าบอกประมาณว่าเป็นงานเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนที่ล้ำหน้ามาก แล้วก็ต้องไปทำงานในที่ห่างไกล ตอนนั้นยังไม่มีการพูดถึงเเอเรีย 51 แถวนั้นมีพื้นที่ทดลองเยอะมากทั้งอาวุธนิวเคลียร์ และอาวุธเคมี

โจ: ตอนที่เข้าไปทำงานแล้ว คุณเริ่มรู้สึกตอนไหนว่างานนี้มันชักแปลกๆ มันไม่ธรรมดาแล้ว

บ้อบ: ตอนแรกๆ ก็ไม่มีอะไร โดยปกติผมจะเดินทางไปทำงานโดยนั่งรถบัสผ่านประตูธรรมดา 2 ชั้นก็แค่นั้น แต่วันนึงไปทำงานเป็นเหมือนโรงเก็บยาน ซึ่งด้านในมีจานบินจอดอยู่ จานบินนั้นมีป้ายธงสหรัฐติดอยู่ด้านข้าง ผมถึงกับอุทานออกมา "โอ้ว พระเจ้า" สรุปแล้วเรื่องจานบินที่คนเห็นกันคือเจ้านี่นี่เอง มันเป็นยานบินขับไล่ที่โคตรล้ำยุคจริงๆ ผมเดินดูไปรอบๆ แล้วเอามือลูบมัน ทันใดนั้น ทหารก็เดินเข้ามาหาผมทันที ทหารบอกให้เอามือไว้แนบตัวแล้วเดินเข้าประตูไป

นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่ทำให้ผมอึ้งที่เห็นอะไรแบบนั้น ครั้งต่อมาผมได้พบกับเพื่อนที่ทำงานร่วมกันชื่อเเบรี่ (Barry) ซึ่งเรารับผิดชอบชิ้นส่วนของยานชิ้นนึง มันเป็นเตาปฏิกรณ์ทรงครึ่งวงกลมขนาดเท่าลูกบาสเก็ตบอลวางคว่ำลงบนแผ่นโลหะ แบรี่ได้สาธิตการทำงานมันให้ผมดู มันเป็นเทคโนโลยี่ที่ไม่มีบนโลกนี้

เมื่อมันทำงานมันจะสร้างสนามพลังแรงโน้มถ่วง ซึ่งมันสร้างได้ด้วยตัวมันเอง ซึ่งเราทำแบบนั้นไม่ได้ วิธีเดียวที่เราจะได้แรงโน้มถ่วงคือ มันต้องมาจากมวลสารที่มีปริมาณมหาศาลจริงๆ ซึ่งเราไม่มีเครื่องอะไรที่จะทำแบบนั้นได้ ในตอนนี้เรามีแค่แม่เหล็กไฟฟ้า เมื่อเราเปิดมัน เราจะได้สนามแม่เหล็ก แต่เราสร้างสนามแรงโน้มถ่วงไม่ได้ แต่อุปกรณ์นั้นทำได้

แบรี่บอกให้ผมลองจับมันดูสิ ผมพยายามจะจับมันแต่มันผลักมือผมออก เหมือนเวลาที่เราเอาแม่เหล็กสองอันประกบกัน ผมนึกถึงสิ่งที่เค้าบรีฟให้ในวันแรกที่มาทำงานที่ S4 มันเป็นตามนั้นเลย

โจ: คุณอ่านอะไรจากบรีฟนั้นบ้าง

บ้อบ: มันเป็นบทนำ เค้าเขียนไว้ว่า โครงการนี้คือการถอดองค์ความรู้ทางวิศวกรรมจากจานบิน แล้วดูว่าเราจะสามารถลอกเลียนแบบเทคโนโลยีนั้นตรงไหนได้บ้าง โดยใช้วัตถุดิบที่เรามีอยู่ เค้าแยกชิ้นส่วนต่างๆ ของจานบินที่จะถอดองค์ความรู้ออกเป็นหน่วยย่อยทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครเห็นภาพรวมทั้งหมดของระบบการทำงานของจานบิน ในบทนำมีทั้งส่วนของโลหะวิทยา ส่วนของอาวุธ ผมกับแบรี่รับผิดชอบในส่วนระบบขับเคลื่อนยาน

โจ: แล้วเตาปฏิกรณ์นั่นเปิดปิดยังไง

บ้อบ: มันก็ทำได้หลายวิธี ถ้าเรายกฝาครอบเตาออก เราจะเห็นเสาเล็กๆตั้งอยู่ตรงกลาง เมื่อเราครอบฝากลับลงไปมันจะทำงาน มันเหมือนมีตัวเซ็นเซอร์ คือถ้าไม่มีโหลดกระแสหรือสัญญาณขาเข้า มันก็จะปิด พอมีโหลดเข้ามันก็จะเปิด หลักการมันคล้ายๆเหมือนกระแสไฟฟ้าไหลเข้าแต่ไม่ได้เป็นกระแสไฟฟ้า เพราะมันไม่มีสายไม่มีการเชื่อมต่อ

โจ: จานบินมีทั้งหมดกี่ลำ

บ้อบ: ที่ผมเห็นมี 9 ลำ ผมทำแค่ลำเดียว

โจ: คุณเคยเห็นลำอื่นๆมั้ย

บ้อบ: เห็น มีอยู่ครั้งนึงประตูโรงจอดเปิดหมดตลอดแนว ผมเลยเห็นยานที่จอดทั้งหมด

โจ: ยานมันรูปทรงต่างกันมั้ย

บ้อบ: ใช่ ต่างกัน

โจ: มีใครพยายามบอกคุณมั้ยว่ามันมาจากที่ไหนบ้าง

บ้อบ: ไม่ ทุกคนพยายามพูดให้น้อยที่สุด ทำแต่งานตัวเองเท่านั้น ผมพยามยามนึกถึงข้อความในบรีฟที่ได้รับตอนเข้าทำงาน ในนั้นเขียนไว้ว่า จานบินมาจากระบบดาวซีตาในกลุ่มดาวตาข่าย (Zeta Reticuli) ที่เค้าเรียกว่า ซีตาที่ 3 (zr3) ซึ่งหมายถึงดาวเคราะห์ดวงที่ 3 ในระบบดาวนั้น ระบบดาวซีตาที่ 3 เป็นระบบดาวคู่ (Binary star) ซึ่งมีดาว 2 ดวงโคจรคู่กัน อยู่ห่างโลกราว 30 ปีแสง

โจ: ตอนที่คุณทำงานอยู่ที่นั่น มีความคืบหน้าอะไรบ้าง

บ้อบ: ความคืบหน้าคือ เราเข้าใจว่าเตาปฏิกรณ์มันทำงานยังไง ชิ้นส่วนอันนึงจะเป็นฐานของเตา เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส เป็นเหมือนตัวแยกปรมณู เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาขนาดเล็ก โดยมีธาตุ 115 เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีในตารางธาตุ มนุษย์ต่างดาวเลือกใช้ธาตุ 15 ซึ่งเป็นธาตุแบบสเถียร และไม่เสื่อมสลาย ไม่ก่อให้เกิดกัมมันตภาพรังสี ครั้งนึงมีโอกาสเข้าไปภายในยาน เพื่อดูตำแหน่งที่ติดตั้งเตาปฎิกรณ์ เพราะตำแหน่งที่วางเตาปฎิกรณ์อาจมีผลต่อการทำงานของมัน เพราะทุกอย่างไม่มีสายต่อเชื่อมถึงกันเลย

โจ: พอเข้าไปภายในยานแล้ว ข้างในเป็นยังไง

บ้อบ: พอเข้าไปแล้ว รู้สึกมันหลอนๆ ทุกอย่างสีเดียวกันหมด สีเหมือนดีบุกผสมตะกั่ว สีเทาเข้มเงิน ไม่มีส่วนใดเป็นเหลี่ยมมุม มันจะโค้งเว้าในทุกส่วน ภายในเล็กมาก ตรงกลางยานยังยืนตัวตรงไม่ได้เลย ผมสูง 177 ซม. ยานน่าจะออกแบบมาสำหรับมนุษย์ที่มีความสูงแค่ครึ่งนึงของความสูงผม ที่นั่งในยานก็เล็กด้วย แต่ในยานแทบจะไม่มีอะไรเลย มีแค่เตาปฏิกรณ์ กับชิ้นส่วนประกอบ ไม่มีแผงควบคุม ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีตกแต่งภายใน มันโล่งๆเลย แต่มันจะมีส่วนทางเดินโค้งๆ ซึ่งอันนึงจะเปลี่ยนเป็นโปร่งใสได้ ถ้าเทียบกันก็คล้ายๆกับวัสดุพวกสารผลึกเหลว (liquid crystal) แบบที่เรารู้จักกัน กลุ่มทำงานเรื่องนั้นเรียกมันว่า โลหะอัจฉิริยะ (Smart Glass) แต่ผมไม่รู้เหมือนกันว่ายานมันทำจากอะไร มันเป็นโลหะล้ำยุค หรือเซรามิค แต่รู้สึกเย็นเวลาไปสัมผัสมัน

โจ: มันมีอะไรบ่งบอกมั้ยว่าตรงไหนเป็นที่นั่งนักบิน

บ้อบ: มันจะมีที่นั่ง 3 ที่นั่ง มีเตาปฏิกรณ์อยู่ตรงกลาง ที่นั่งทั้ง 3 จะล้อมรอบโดยห่างจากเตาปฏิกรณ์ในระยะเท่ากัน และก็มีกล่องสี่เหลี่ยมอยู่ด้วย โดยมีระยะห่างเท่ากันเช่นกัน มันไม่มีปุ่ม ไม่มีไฟ ชั้นล่างลงไปมี 3 ชั้น ชั้นหลักคือชั้นที่พูดถึงเมื่อกี้ ชั้นล่างถัดลงไปจะเป็นชั้นของตัวขยายแรงโน้มถ่วง ซึ่งจะเป็นแท่งสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ถัดลงไปอีกชั้นเป็น เหมือนอุปกรณ์นำร่อง หรือไม่ก็คอมพิวเตอร์ ที่มีตัวเซ็นเซอร์รอบยาน แบบเป็นตัวหาพิกัดในอวกาศ

โจ: ดูแล้วขนาดยานมันน่าจะขนาดเท่าไหร่

บ้อบ: ผมลองให้เพื่อนที่ทำงานบริษัทโมเดลคำนวณดูให้ ขนาดมันน่าจะประมาณ เส้นผ่าศูนย์กลาง 52 ฟุต

โจ: ที่คุณบอกว่าเห็น 9 ลำ แล้วลำที่เหลือมีลักษณะยังไงบ้าง

บ้อบ: ลำนึงเหมือนแม่พิมพ์เจลโล่ อีกลำเหมือนจานแบนๆ ทรงเหมือนหมวกฟาง

โจ: แล้วคุณจะทำไง เวลาที่คุณนั่งมองชิ้นส่วนนั้นแต่คิดไม่ออกว่าจะต้องทำยังไงกับมันต่อ

บ้อบ: หลังจากที่ลองวิเคราะห์ดูแล้วก็ต้องทดลอง เราต้องทดลองทุกแบบเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งมันอันตรายมากโดยเฉพาะจากสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดอันตราย กฏข้อแรกของเทอร์โมไดนามิกส์ (Thermodynamics) คือ อุปกรณ์ทุกอย่างจะก่อให้เกิดความร้อน อะไรก็ตามที่ใช้พลังงาน มันจะแปลงเป็นความร้อน แต่กับเตาปฎิกรณ์นั่น ไม่ว่ามีความร้อนเท่าไหร่ มันไม่เคยร้อนมากไปกว่าอุณหภูมิห้อง คือ คุณใช้พลังงานจำนวนมหาศาลแต่กลับไม่มีอะไรที่อุ่นขึ้นเลย

โจ: เคยมีการทดสอบนำจานบินขึ้นบินมั้ย

บ้อบ: ผมเคยได้ไปดูการทดสอบครั้งนึง พอเราไปถึง ยานบินก็จอดอยู่นอกโรงจอดแล้ว กำลังเตรียมยกตัวขึ้น นักวิจัยกำลังติดต่อคนที่อยู่ในยานซึ่งนักวิจัยคนนั้นเค้าต้องนั่งพื้นเลย เพราะยานเล็กมาก ยานยกขึ้นเงียบมาก มีเสียงฮิซเบาๆ และมีวงเรืองแสงสีน้ำเงินจากใต้ท้องยาน พอยานลอยสูงขึ้นไป 10 ฟุต เสียงฮิซกับแสงสีน้ำเงินก็หายไป

โจ: แล้วมันบินเป็นไงบ้าง

บ้อบ: ก็บินขึ้น บินวนไป บินไปซ้าย บินไปขวา แล้วก็ลงมาจอดที่เดิม นักวิจัยนอกยานจะสื่อสารกับนักวิจัยในยานด้วยคลื่นสนามเเม่เหล็กเทียมชนิดพิเศษ ผ่านเสาอากาศทีวีเหมือนที่เราใช้ที่บ้าน คลื่นจะโค้งอยู่รอบยานอันเป็นผลมาจากคลื่นแรงโน้มถ่วงที่ถูกปล่อยมาจากยาน หลักการทำงานคือ เตาปฎิกรณ์อยู่ตรงกลาง แล้วมันจะมีตัวนำคลื่นอันเล็กๆ เป็นแท่งอยู่ด้านบน ยาน มันจะสร้างคลื่นแรงโน้มถ่วงทรงรูปหัวใจครอบคลุมไปรอบยาน เเละถ้ายานลอยตัวอยู่ในอากาศแล้ว คุณเดินไปอยู่ข้างใต้จานบินแล้วมองขึ้นมา คุณจะมองไม่เห็นยาน เพราะแสงจะถูกบิดโค้งไปรอบตัวยาน เเละถ้าคุณบิดแรงโน้มถ่วง แสงจะบิดโค้งตามไปด้วย คลื่นพลังงานทุกรูปแบบจะถูกบิดงอทั้งหมด ยกเว้นคลื่นสนามเเม่เหล็กพิเศษที่ทางนักวิจัยคิดค้นเป็นตัวกำหนดการติดต่อ หรือเรียกการเข้ารหัส

หลังจากการให้สัมภาษณ์บ็อบกังวลว่าตัวเองไม่ปลอดภัย กำลังถูกตามล่าโดยรัฐบาลเงา นักวิจัยยูเอฟโอออกมาสนับสนุนบ็อบ เพื่อปกป้องเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กับบ็อบ นักวิจัยยูเอฟโอเชื่อว่าประชาชนมีสิทธิ์รับรู้ข้อมูล คนหลายพันคนหลั่งไหลมาคอยจับตาดูยูเอฟโอที่เเอเรีย 51 ตามที่บ็อบบอก และก็มีคนจำนวนมากบอกว่า เห็นยูเอฟโอจริง นักวิจัยยูเอฟโอเห็นพร้อมตรงกันว่า เเอเรีย 51 ลับสุดยอดจริงๆ เพราะภาพถ่ายทางดาวเทียมกูเกิลเอิร์ธ (Google Earth) ถ่ายดูเหมือนไม่มีอะไร เเต่ที่ไหนได้ ใต้ดินเหมือนไอศครีมหงายคว่ำ

อ้างอิง: PowerfulJRE

Comments

ได้รับความนิยม

20 อันดับ ภาพมนุษย์ต่างดาว

จีนถามสหรัฐ ใครอาศัยอยู่ใต้พื้นผิวดวงจันทร์

พีระมิดโผล่ขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก

อพอลโลถอยกลับ พีระมิดตั้งตระหง่านอยู่บนดวงจันทร์ เผ่าพันธุ์ต่างดาวมีอยู่จริง

เรปทิเลียนอยู่ที่ประเทศไทย

สายพันธุ์มนุษย์ต่างดาว

สิ่งปลูกสร้างบนดวงจันทร์ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ดาวนิบิรุปรากฏตัวใกล้ดวงอาทิตย์

ยานพิฆาตดาวเคราะห์ ปรากฏตัวในระบบสุริยะ พร้อมยิงดาวนิบิรุ เพื่อช่วยเผ่าพันธุ์มนุษย์

จีนถามสหรัฐ เรือสหพันธ์กาแลคซีถูกซ่อนอยู่หลังดวงจันทร์