ยูเอฟโอฝั่งอยู่ใต้สฟิงซ์

มหาสฟิงซ์แห่งกิซ่า

มหาสฟิงซ์แห่งกิซ่า (Great Sphinx of Giza) มีความสูง 20 เมตร ความยาว 73 เมตร ความกว้าง 6 เมตร สร้างด้วยหินปูน เป็นรูปปั้นสิ่งมีชีวิต มีลำตัวเป็นสิงโต มีศีรษะเป็นมนุษย์ ตั้งอยู่ด้านหน้าพีระมิดคาเฟร (Pyramid of Khafre) มีการถกเถียงกันว่า ใบหน้าสฟิงซ์นั้น แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ นักดาราศาสตร์สนับสนุนว่า ใบหน้าสฟิงซ์นั้นเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวโอไรออน (Orion) หรือกลุ่มดาวนายพราน นักโบราณคดีเชื่อว่า ใบหน้าสฟิงซ์จำลองมาจากใบหน้าของฟาโรห์ นักวิจัยยูเอฟโอเชื่อว่า ใบหน้าสฟิงซ์คือใบหน้าของมนุษย์ต่างดาว

กลุ่มดาวนายพราน

กลุ่มดาวนายพราน อยู่ห่างจากโลกราว 800-1400 ปีแสง เป็นกลุ่มดาวที่มีชื่อเสียง มีดาวฤกษ์สว่าง 8 ดวงเป็นสมาชิก มีตำแหน่งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตรฟ้า สามารถมองเห็นได้ทั่วโลก มหาพีระมิดเเห่งกิซ่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวนายพราน คือ 3 พีระมิดเเห่งกิซา เเละสฟิงซ์ อยู่ตำเเหน่งตรงกับกลุ่มดาว 3 ดวง ที่ประกอบกันเป็นรูปเข็มขัดของกลุ่มดาวนายพราน ซึ่งเข็มขัดนายพรานเป็นดาวที่มีความสว่างมากที่สุด สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจน นักดาราศาสตร์ เเละนักวิจัยยูเอฟโอเชื่อว่า ต้องมีความเกี่ยวข้องอะไรบางอย่างเเน่นอน 

กระดาษปาปิรุส

ต้นฉบับภาษาอียิปต์โบราณแสดงให้เห็นถึงจานบินลงจอดบนสฟิงซ์หรือไม่ กระดาษปาปิรุสพบในงานจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ไคโร แสดงให้เห็นถึงวัตถุวงกลมมีลำเเสงเปล่งประกายจอดอยู่บนสฟิงซ์ นี่อาจเป็นจานบินหรือไม่ นักวิจัยยูเอฟโอเชื่อว่า นี่เป็นหลักฐานที่ดีที่สุดที่มีการเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างอารยธรรมอียิปต์โบราณกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก วัตถุที่มองเห็นอยู่ด้านบนของสฟิงซ์แตกต่างจากเรือ เเละอื่นๆ ที่เห็นในตำนานของอารยธรรมอียิปต์โบราณ เเละแตกต่างจากสัญลักษณ์ของชาวอียิปต์โบราณ จึงมีความเป็นไปได้ที่ว่า กระดาษปาปิรุสเเสดงถึงจานบินของมนษย์ต่างดาวที่เคยเดินทางมาเยี่ยมชมโลก เเละอาจจะรวมถึงเเบ่งปันเทคโนโลยีให้เเก่ชาวอียิปต์ เพื่อให้สร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เช่น มหาพีระมิดเเห่งกิซา ที่ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ก็ยังงงอยู่ว่าสร้างได้ยังไง ยุคนั้นไม่มีเครื่องทุ่นเเรง เเละอาจจะเป็นไปได้ที่ว่า จานบินนั้นปัจจุบันอาจฝังอยู่ใต้สฟิงซ์ หรือมีเทคโนโลยีบางอย่างอยู่ใต้สฟิงซ์ เพราะมนุษย์ต่างดาวเมื่อเดินทางมาเยี่ยมชมดาวโลกเเล้ว คงจะต้องทิ้งสิ่งของบางอย่าง หรือพิกัดตำเเหน่งดาวโลกไว้เเน่ๆ