ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

มนุษย์ต่างดาวลักพาตัวมนุษย์

มนุษย์ต่างดาวลักพาตัวมนุษย์

สองสามีภรรยาตระกูลฮิลส์ (Hills Alien Abduction) เป็นเหตุการณ์แรกในประวัติศาสตร์ที่พบว่า เกิดเหตุการณ์มนุษย์ต่างดาวลักพาตัวมนุษย์ เป็นเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ที่เป็นหลักฐานที่ดีที่สุดของการรักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาว

มนุษย์ต่างดาวลักพาตัวมนุษย์

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 1961 เวลา 4 ทุ่ม สามีชื่อบาร์นีย์ ฮิลส์ (Barny Hills) ภรรยาชื่อเบ็ตตี้ ฮิลล์ (Betty Hilly) ทั้งคู่เป็นสามีภรรยาชาวอเมริกัน ขณะขับรถไปพักผ่อนที่น้ำตกไนแอการา รัฐนิวแฮมป์เชียร์ แคนาดา สามีเป็นผู้ขับรถพบเห็นแสงไฟประหลาดลอยอยู่บนท้องฟ้า ทั้งคู่เห็นแสงไฟบินไปตลอดทาง จนกระทั่งเห็นแสงไฟลอยเข้ามาใกล้รถยนต์ จนทั้งคู่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถดัง ไม่นานทั้งคู่ก็พบว่า ตัวเองได้มาอยู่อีกสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าตัวเองมายังสถานที่นี้ได้อย่างไร ที่จำได้ล่าสุดคือ เห็นแสงไฟประหลาดลอยอยู่เหนือรถของทั้งคู่เท่านั้น

มนุษย์ต่างดาวลักพาตัวมนุษย์

ก่อนที่ทั้งคู่จะรู้สึกตัวอีกครั้งทั้งคู่ก็อยู่อีกสถานที่เเห่งหนึ่งก็พบว่า ห่างจากจุดที่พบแสงประหลาดถึง 35 ไมล์ ซึ่งทั้งคู่เชื่อว่า มนุษย์ต่างดาวได้ลบความทรงจำในระหว่างการนำตัวขึ้นไปบนยานอวกาศ เพื่อปิดบังการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาว หลังจากนั้นสองสามีภรรยาขับรถกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ เมื่อถึงที่พักทั้งคู่ก็หลับด้วยความเหนื่อยทันที และวันรุ่งขึ้นผู้เป็นสามีก็ตื่นนอน และโทรศัพท์ไปหาน้องสาวของเธอพร้อมเล่าเรื่องว่า พบเห็นยานอวกาศ และน้องสาวของเธอได้แนะนำให้ไปที่ฐานทัพอากาสพีท (Pease Air Forve Base) เพื่อเล่าเหตุการณ์นี้ให้เจ้าหน้าที่ฟัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้บอกว่า "ในเวลานั้น เรดาร์ของพวกเขาก็ตรวจพบยานอวกาศเช่นกัน"

มนุษย์ต่างดาวลักพาตัวมนุษย์

มีการเรียกร้องให้เกิดการตรวจสอบร่างกายของทั้งคู่หลายครั้ง เพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว จากนั้นเรื่องเหล่านี้ก็ปรากฏในสื่อมากขึ้น และแพร่หลายในเวลาต่อมา สองสามีภรรยาถูกนักข่าวจำนวนมากสอบถามประเด็นการสูญเสียความทรงจำ แต่ว่าสองสามีภรรยานั้นจำเรื่องเกิดขึ้นไม่ได้เลย ทั้งสองสามีภรรยาจึงไปพบ ดร.เบนจามิน ไซมอน (Dr. Benjamin Simon) นักจิตวิทยา ทิ่เมืองบอสตัน รัฐเมสซาซูเซทท์ สหรัฐอเมริกา โดยได้ใช้วิธีสะกดจิตแบบย้อนหลังเพื่อปลดล็อกความทรงจำที่สูญหายไป ภายหลังการรักษาสองสามีภรรยานานกว่า 2 เดือน นักจิตวิทยาก็ออกมาแสดงความเห็นว่า "สองสามีภรรยาถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปจริง และถูกมนุษย์ต่างดาวทำการทดลองทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ต่างๆ ก่อนที่จะถูกมนุษย์ต่างดาวปล่อยตัวไป"

มนุษย์ต่างดาวลักพาตัวมนุษย์

เหตุการณ์ที่ทั้งคู่พบเจอกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจในหมู่นักวิจัยยูเอฟโอเป็นอย่างมาก จนทั้งคูุ่ถูกส่งตัวไปทำการสะกดจิตจากผู้เชี่ยวชาญเป็นเวลานานหลายเดือน เพื่อหาคำตอบระหว่างที่ทั้งคู่สูญเสียความทรงจำไป จนเวลาผ่านไปกว่า 6 เดือน สามีภรรยาคู่นี้จึงเริ่มพูดถึงภาพในหัว ระหว่างการบำบัดด้วยการสะกดจิต สองสามีภรรยาได้บรรยายเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวว่า "พบเห็นมนุษย์ต่างดาวในยานอวกาศ 5 ตน สูง 5 ฟุต ตาโต ไม่มีจมูก ผิวหนังสีเทา เป็นผู้จับตัวเธอ และสามีขึ้นไปบนยานอวกาศ เพื่อทำการตรวจสอบร่างกายทางกายภาพ โดยมนุษย์ต่างดาวมีความสนใจในร่างกายของมนุษย์ มนุษย์ต่างดาวใช้พลังจิต"

ปัจจุบัน ครอบครัวฮอลล์ยังคงเป็นกรณีศึกษา และถกเถียงจนถึงปัจจุบัน นักวิจัยยูเอฟโอยกให้สามีภรรยาคู่นี้เป็นเรื่องราวการลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวที่ดีที่สุด เเละน่าเชื่อถือที่สุดในโลก

อ้างอิง : wikipedia