สัญลักษณ์สวัสติกะเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว

สัญลักษณ์สวัสติกะ

สวัสติกะ (Swastika) เป็นเครื่องหมายกากบาทที่ตรงส่วนปลายทำมุมฉากหรือเอียง โดยเครื่องหมายสวัสติกะมีการใช้เป็นสัญลักษณ์ที่เก่าแก่ที่สุดโลก พบได้ในวัฒธรรมต่างๆ ทั่วโลก เช่น อิยิปต์โบราณ, อินเดียโบราณ, กรีซโบราณ, เมโสอเมริกา, เมโสโปเตเมีย, บาบิโลเนีย เป็นต้น เเละปรากฏในศาสนาต่างๆ ทั่วโลก เช่น ศาสนาคริสต์, ศาสนาพุทธ, ศาสนาฮินดู, ศาสนาเชน, ศาสนายิว เป็นต้น คำภีร์สันสกฤตโบราณอธิบายว่า สวัสดิกะ หมายถึง ความมีชีวิต ความกระตือรือร้น ความมีอำนาจ ความแข็งแกร่ง และความโชคดี เเละเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว โดยพระพุทธเจ้า (Gautama Buddha) สัญลักษณ์สวัสดิกะปรากฏบนหน้าอกพระพุทธรูป เเละพระพรหมฮินดู (Brahma) สัญลักษณ์สวัสดิกะปรากฏในโบสถ์ที่อุทิศให้เเก่สิ่งมีชีวิตจากนอกโลก ทวีปยุโรปรู้จักสวัสดิกะกันมากในสัญลักษณ์ของนาซีเยอรมนี โดยสัญลักษณ์สวัสติกะของนาซีเยอรมนีจุดเริ่มต้นดังนี้

มาเรีย ออร์ซิค ผู้มีพลังจิต

ค.ศ. 1920 อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ผู้นำพรรคนาซี เริ่มต้นออกแบบธงประจำพรรคนาซี โดยใช้ธงที่มีพื้นหลังสีแดง วงกลมสีขาว และสัญลักษณ์สวัสดิกะสีดำตรงกลาง โดยฮิตเลอร์ได้เขียนหนังสือการต่อสู้ของข้าพเจ้า (Mein Kampf) ว่า สีบนพื้นธงได้แสดงความเชื่อมโยงถึงจักรวรรดิเยอรมนี สีขาวหมายถึงชาตินิยม สีแดงหมายถึงสังคมนิยม และเครื่องหมายสวัสดิกะหมายถึงเชื้อชาติอารยัน

ค.ศ. 1871-? องค์กรรีวิว (VRIL) เป็นองค์กรลับในเยอรมนี

ค.ศ. 1927 ไฮน์ริช ฮิมเลอร์ (Heinrich Himmler) ตามหาผู้มีพลังพิเศษจนได้เจอ มาเรีย ออร์ซิค (Maria Orsic) ผู้มีพลังจิต สมาชิกองค์กรรีวิว ซึ่งเธอสามารถติดต่อมนุษย์ต่างดาวจากดาวอัลดาบาราน (Aldebaran) ที่อยู่ห่างจากโลกราว 68 ปีแสงได้ เเละสามารถใช้พลังจิตควมคุมจานบินได้ เธอเล่าว่า เผ่าพันธุ์ชั้นสูงที่อยู่กาเเล็กซี่อันไกลโพ้นมายังโลก เผ่าพันธุ์ชั้นสูงมีเชื้อสายกับผู้คนบนโลก เพื่อสร้างเผ่าพันธุ์ที่เหนือกว่า เผ่าพันธุ์ชั้นสูงคือเผ่าพันธุ์อารยัน เเละปีสุดท้ายของสงครามเธอได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

จานบินนาซีเยอรมนี

ค.ศ. 1933 ฮิตเลอร์ นายกรัฐมนตรี เข้าบริหารประเทศเยอรมนี เปลื่ยนธงชาติเยอรมนีเป็นธงชาตินาซีเยอรมนี ประกาศใช้ธงสวัสดิกะเป็นธงประจำชาติเยอรมนี

ค.ศ. 1934 ฮิตเลอร์ ประมุขเเห่งเยอรมนี มอบหมายงานให้นักโบราณคดี (Nazi archaeology) เดินทางไปประเทศอินเดีย, ปากีสถาน, ทิเบต, อิสราเอล เพื่อศึกษาคำภีร์โบราณ เเละหาวัตถุสิ่งของโบราณ เช่น จอกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Grail) หีบแห่งพันธสัญญา (Ark of the Covenant), หอกแห่งโชคชะตา (Holy Lance) โดยฮิตเลอร์เชื่อว่า ถ้าหากได้ครอบครองจะสามารถชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้

ค.ศ. 1935 ฮิมเลอร์ ผู้บัญชาการหน่วยเอ็สเอ็ส ก่อตั้งองค์กรอาห์เนเนอร์เบอ (Ahnenerbe) เป็นองค์กรที่มีนักวิทยาศาสตร์ เเละนักโบราณคดี ทำการวิจัยเกี่ยวกับพันธุ์ศาสตร์, ภูมิรัฐศาสตร์, นิรุกติศาสตร์, มานุษยวิทยา, เทววิทยา, โบราณคดี, เทพนิยาย, เวทมนตร์คาถา เป็นต้น โดยฮิมม์เลอร์เชื่อว่า ชาวเยอรมันคือชาวแอตแลนติส เพื่อการนี้จึงต้องค้นหาจุดกำเนิดของสายเลือดเผ่าพันธุ์อารยันที่สูงส่งให้ได้

เรือดำนํ้านาซีเยอรมนีไปทวีปแอนตาร์กติกา

ค.ศ. 1938 ฮิตเลอร์สั่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางการทหาร เเละนักวิทยาศาสตร์ นั่งเรือดำนั้าเดินทางไปบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่ทิศตะวันออกของทวีปแอนตาร์กติกา มีชื่อว่า สวาเบียใหม่หรือฐาน 221 ซึ่งสร้างเป็นฐานใต้ดินลับสุดยอด สร้างเป็นที่หลบภัยของฮิตเลอร์ เพื่อทำการวิจัยต่อเรื่องทฤษฎีโลกกลวง (Hollow Earth) โดยฮิตเลอร์เชื่อว่า มีทางเข้าไปสู่โลกอื่นอยู่ เเละโลกใบนี้อาจมีโพรงอยู่ข้างใน ซึ่งอารยธรรมอยู่ข้างใต้โลกหรืออารยธรรมเเอตเเลนสิตอาจจะเป็นบรรพบุรุษของชาวอารยัน ฮิตเลอร์จึงอยากจะติดต่อด้วย

พิมพ์เขียวที่กองทัพสหรัฐพบเมื่อปี 1945

ค.ศ. 1942-1945 ฮิตเลอร์ต้องการที่จะชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ชอบฝันถึงนิยายวิทยาศาสตร์ โดยฮิตเลอร์สั่งให้นักวิทยาศาสตร์นาซีทำโครงการเเบบนิยายวิทยาศาสตร์ เช่น สร้างวงแหวนอนุภาพเลเซอร์ยิงไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ สหภาพโซเวียต, สร้างจานบิน, สร้างประตูมิติ เพื่อเเก้ไขประวัติศาสตร์ที่ฮิตเลอร์สั่งการบุกโจมตีสหภาพโซเวียต ทำให้สูญเสียทหารนับล้านนาย อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีจานบินของนาซีเยอรมนีไม่สามารถพัฒนาให้ใช้งานได้ในทัน เพราะนาซีเยอรนีพ่ายแพ้ต่อสงครามเสียก่อน ทำให้โครงการทั้งหมดหยุดชะงัก จานบิน, พิมพ์เขียว, นักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ถูกยึดถูกจับเป็นเชลยโดยกองทัพสหรัฐ แน่นอนว่าเทคโนโลยีอะไรก็ตามที่พัฒนาโดยนาซีเยอรมนีล้วนเเล้วเป็นประโยชน์ทางการทหารทั้งสิ้น สหรัฐจึงได้นำเหล่านักวิทยาศาสตร์ และจานบินกลับมายังสหรัฐเพื่อพัฒนาโครงการต่อให้แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ ทั้งหมดยังคงเป็นความลับอย่างมาก เพราะมีอีกหลายเรื่องที่ไม่ได้รับการเปิดเผย เเละเป็นปริศนา เช่น อาวุธลับของฮิตเลอร์, ปริศนาของสวัสติกะ, วันสุดท้ายของฮิตเลอร์ ,เเอตเเลนติส, โลกกลวง ซึ่งทั้งหมดเป็นทฤษฎีสมคบคิดมีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง ปัจจุบันมีข้อมูลน้อยนิด เเละเวลาได้ผ่านมายาวมากเเล้ว ปริศนานี้ก็ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมา ดังคำกล่าวของโจเซฟ สตาลิน ผู้นำสหภาพโซเวียต ที่กล่าวว่า "ฮิตเลอร์หลบหนีไปได้" เเละคำกล่าวของจอมพล ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ที่กล่าวว่า "เราไม่พบศพฮิตเลอร์"

ตามเอกสารลับระบุว่า ฮิตเลอร์หลบหนีไปทางเรือดำนำ โดยเหลืออยู่เพียง 2 ลำ รอรับ เพื่อมุ่งหน้าสู่ทวีปแอนตาร์กติกา ทั้งนี้ เป็นทฤษฎีสมคบคิด

อ้างอิง : wikipediawikipediawikipediawikipediawikipediawikipedia