พีระมิดแห่งบอสเนีย

พีระมิดแห่งบอสเนีย

พีระมิดแห่งบอสเนีย (Bosnian pyramid) อยู่ที่เมืองไวโซโก (Visoko) ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (Bosnia and Herzegovina) พีระมิดแห่งบอสเนียมีความสูง 220 เมตร สูงกว่าพีระมิดแห่งกิซา เป็นอภิมหาพีระมิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีอายุราว 12,000 ปี เป็นพีระมิดที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นพีระมิดที่ค้นพบในยุโรป การค้นพบพีระมิดแห่งบอสเนียพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลก

พีระมิดแห่งบอสเนีย

ค.ศ. 2005 เซเมียร์ ออสมานาจิช (Semir Osmanagich) นักโบราณคดี ผู้ค้นพบพีระมิดแห่งบอสเนีย ผู้ศึกษาเรื่องราวมหาพีระมิดในละตินอเมริกามากว่า 15 ปี เขาเดินทางไปประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เพื่อเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ เขาไปพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเเห่งเมืองไวโซโก เขาเริ่มรู้สึกแปลกใจขณะที่สังเกตเห็นว่า ภูเขาลูกหนึ่งมีรูปทรงเหมือนพีระมิดยอดตัด เขาจึงขึ้นไปดูบนยอดเขา เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขา เขามองไปยังภูเขาฝั่งตรงข้ามพบว่า ภูเขาลูกอื่นไม่ได้มีรูปทรงเป็น 4 เหลี่ยมด้านเท่าเช่นเดียวกับยอดเขาที่เขายืนอยู่ เขาเชื่อทันทีว่า ภูเขาที่ยืนอยู่ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เขาจึงรีบดำเนินการทำเรื่องขออนุญาตขุดสำรวจภูเขาทันที คำร้องของเขาได้รับการอนุมัติ เขาจึงก่อตั้งมูลนิธิพีระมิดแห่งบอสเนีย เพื่อระดมทุนหาเงินค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างนักโบราณคดีมืออาชีพ และเครื่องมือในการขุดค้น เขาตั้งชื่อพีระมิดแห่งบอสเนียว่า พีระมิดพระอาทิตย์แห่งบอสเนีย (Bosnian Pyramid of the Sun) โดยตั้งชื่อตามพีระมิดพระอาทิตย์เเห่งเทโอทิวาคาน (Teotihuacan) ประเทศเม็กซิโก นอกจากนี้ ยังตั้งชื่อภูเขา 3 เเห่ง ที่อยู่ใกล้เคียงกันด้วยชื่อว่า พีระมิดพระจันทร์ (Bosnian Pyramid of the Moon), พีระมิดโลก (Bosnian Pyramid of Earth), พีระมิดมังกร (Pyramid of the Dragon)

พีระมิดแห่งบอสเนีย

การค้นพบที่ยิ่งใหญ่สร้างความตื่นเต้น มีรัฐบาลบอสเนียให้การสนับสนุน ข่าวกระจายออกไปทั่วโลก มีนักท่องเที่ยว, นักวิจัยยูเอฟโอ, นักโบราณคดี หลั่งไหลมาชมพีระมิดแห่งบอสเนีย ทำให้เมืองไวโซโกกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างรายได้ให้กับชุมชนจากการขายของที่ระลึกเป็นมูลค่ามหาศาล ขณะที่นักโบราณคดีกระเเสหลักมีความสงสัยในหลักฐานของเซเมียร์ และกล่าวหาว่าเป็นการปลอมทางโบราณคดี อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลบอสเนียไม่รับฟัง และไม่สืบสวนหาข้อเท็จจริง

เซเมียร์อธิบายว่า พบทางเข้าพีระมิดแห่งบอสเนียที่ความลึกราว 1/4 ไมล์ (402 เมตร) ซึ่งมีอุโมงค์ใต้ดินเชื่อมต่อไปยังพีระมิดแต่ละเเห่ง และพบตำแหน่งที่คนโบราณใช้เป็นสุสาน และประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เซเมียร์สนับสนุนทฤษฎีของนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ โจเซฟ เดวิโนวิทส์ (Joseph Newinowitz) ที่ตั้งข้อสันนิษฐานว่า การสร้างมหาพีระมิดเห่งกิซาไม่ได้ขนหินมาจากที่ใด หากแต่เป็นการเทปูนในสถานที่ก่อสร้างนั้นเอง และพีระมิดแห่งบอสเนียก็ใช้วิธีการเดียวกัน

สมาคมนักโบราณคดีแห่งยุโรป (EAA) เดินทางไปสำรวจพีระมิดเเห่งบอสเนียพบว่า มีหน้าตัด 4 ด้านทีลาดเอียง 45 องศา ลักษณะเหมือนพีระมิด นักโบราณคดีสำรวจแนวทางเดินบนที่ราบสูง เเละค้นพบทางเข้าสู่อุโมงค์ที่ซับซ้อน และค้นพบคอนกรีต (Concrete) ขนาดใหญ่วางเรียงต่อกัน เเละค้นพบแท่นหินหรือคอนกรีตวางทับซ้อนเป็นชั้นๆ สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

สถาบันโบราณคดีเยอรมัน (DAI) เดินทางไปสำรวจอุโมงค์พบว่า อุโมงค์ถูกขยาย และค้ำยันด้วยเสาหิน จนไม่เหลือสภาพเดิม ทำให้ยากที่จะพิสูจน์ได้ว่า อุโมงค์มีอยู่แต่เดิมหรือว่าเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ เเละสถานที่ที่อ้างว่า เป็นสุสานก็ไม่ปรากฏว่า มีซากโครงกระดูกมนุษย์ในบริเวณนั้น กลุ่มนักโบราณคดีเยอรมันอธิบายรายละเอียดว่า สิ่งที่เซเมียร์กำลังทำอยู่นั้นไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

พีระมิดแห่งบอสเนีย

พอล ไฮน์ริช (Paul Heinrich) นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยลุยเซียนา กล่าวว่า พีระมิดแห่งบอสเนียเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่เรียกว่า ธรณีวิทยา (Flatiron) หรือการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ที่เกิดจากการพังทลายของชั้นหินจากด้านบนจนทำให้ภูเขามีรูปทรง 4 เหลี่ยม ภูเขาหลายร้อยแห่งทั่วโลกมีลักษณะเช่นเดียวกันนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ภูเขาจะมีลักษณะคล้ายพีระมิด

ค.ศ. 2005 ฟิลิป คอปเพ็นส์ (Philip Coppens) นักวิจัยยูเอฟโอ ผู้สนับสนุนข่าวเรื่องพีระมิดแห่งบอสเนีย ให้สัมภาษณ์นิตยสารเน็กซัส (Nexus April-May 2006) กล่าวว่า ชนเผ่ายูโรเปียน (Illyrians) เป็นผู้สร้างพีระมิดแห่งบอสเนีย ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณเเถบนี้ราว 12,000 ปีก่อนคริสตกาล ถึง ค.ศ. 500 เเละมีจุดเริ่มต้นกว่า 34,000 ปี

ค.ศ. 2006 ซาฮี ฮาวาสส์ (Zahi Hawass) นักโบราณคดี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ เขียนจดหมายถึงนิตยสารโบราณคดียุโรป หลังจากที่มีชื่อของเขาเชื่อมโยงกับการขุดค้นพีระมิดแห่งบอสเนีย เขาปฏิเสธการมีส่วนร่วมทั้งหมด

ค.ศ. 2009 โคลิน วูดาร์ด (Colin Woodard) นักสังคมวิทยา ตั้งข้อสังเกตว่า ชาวบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนามีความภาคภูมิใจที่สุดคือ มีหลักฐานพิสูจน์ว่า ชาวบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนายิ่งใหญ่กว่าชาวอียิปต์ ด้วยเหตุนี้เองพวกเขาจึงเชื่อมั่นว่า พีระมิดเเห่งบอสเนียเป็นเรื่องจริง

ลำเเสงพลังงานนิรันดร์ค้นพบภายในพีระมิดแห่งบอสเนีย

ค.ศ. 2012 เซเมียร์อ้างถึงลำเเสงปริศนาที่ค้นพบภายในพีระมิดแห่งบอสเนีย กล่าวว่า "ทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นพบลำแสงพลังงานที่ด้านบนสุดของพีระมิดแห่งบอสเนีย พบว่า รัศมีของลำแสงสูง 4.5 เมตร มีความถี่ 28 kHz ลำเเสงพุ่งขึ้นฟ้า เป็นลำแสงไม่ต่อเนื่อง และความเข้มของเเสงปรากฏการณ์ขึ้นเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวลูกไก่ (Pleiades) เป็นหลักฐานที่ไม่ใช่เทคโนโลยีบนโลกของเรา ดูเหมือนว่าผู้สร้างพีระมิดแห่งบอสเนียได้สร้างแหล่งพลังงานนิรันดร์ขึ้นมานานแล้ว เป็นเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าที่ยังคงทำงานได้ในปัจจุบัน เราตรวจสอบภายในพีระมิดแห่งบอสเนียพบห้องใต้ดินเขาวงกตหลายชั้น เเละเราพบ 3 ห้อง มีห้องทะเลสาบสีฟ้าเล็กๆ มีห้องพักสำหรับการรักษาพลังงานหมุนเวียน มีห้องการตรวจคัดกรองพลังงาน เราได้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลภายใน แสดงให้เห็นว่า มีระดับพลังงานไอออไนซ์ (IE) ภายในพีระมิดแห่งบอสเนีย"

อ้างอิง : wikipedia