ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

ชิเชนอิตซา ผู้มาเยือนจากต่างดาว

ชิเชนอิตซา
ภาพ : wikimedia

ชิเชนอิตซา (Chichen Itza) อยู่ที่รัฐยูกาตัง ประเทศเม็กซิโก เป็นศูนย์กลางของอารยธรรมมายา มีความเจริญรุ่งเรืองขั้นสูงสุด เมื่อปี ค.ศ. 200-900 ช่วงนั้นชาวมายาเป็นศูนย์กลางทั้งการปกครอง เศรษฐกิจ และการทหาร เนื่องจากมีเมืองตั้งอยู่ในจุดที่เชื่อมโยงกับอารยธรรมอื่นๆ ของเมโสอเมริกาทั้งหมด เมืองอันกว้างใหญ่มีพื้นที่ 64 ตารางกิโลเมตร มีความเจริญทางด้านดาราศาสตร์, คณิตศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์, สถาปัตยกรรมศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, อักษรศาสตร์. ปฏิทิน เป็นต้น ก่อสร้างสิ่งมหัศจรรย์กอบไปด้วย เอล คาสติลโล (El Castillo) เเละมหาวิหารเเห่งนักรบ (Temple of the Warriors) ทั้งนี้ ราวปี ค.ศ. 1200 ชาวมายาก็ได้ละทิ้งเมืองอันรุ่งเรืองแห่งนี้ไป จนกระทั่งเมืองกลายเป็นป่าทึบ เเละถูกลืมเลือน ซึ่งเหตุผลของการอพยพออกจากเมืองแห่งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัด ทำให้นักวิจัยยูเอฟโอเสนอว่า ชาวมายาเป็นมนุษย์ต่างดาว เดินทางออกนอกโลกไปเเล้ว

พีระมิดเเห่งเอล คาสติลโล
ภาพ : wikimedia

พีระมิดเเห่งเอล คาสติลโล (El Castillo) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 800-900 เป็นพีระมิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวมายา เป็นพีระมิดฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีความสูง 9 ชั้น มีบันไดขึ้นไปถึงยอดด้านละ 91 ขั้น รวม 4 ด้าน มีบันได 364 ขั้น แต่พอนับชั้นบนสุดด้วยจะรวมเป็น 365 ขั้น ซึ่งเท่ากับจำนวนวันใน 1 ปี นักโบราณคดีถึงกับช็อคเรียกอารยธรรมมายาว่า จุดเชื่อมโยงที่หายไป โดยชาวมายาก่อสร้างพีระมิดเเห่งเอลคาสติลโลขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเเก่เทพเจ้าผู้ทรงกระหายพระโลหิต ชาวมายานับถือศาสนาที่รุนแรง มีการนองเลือด ชาวมายามีวัฒนธรรมป่าเถื่อน เเต่มีสติปัญญาอันสูงส่ง ชาวมายาฝึกความเสียสละด้านมนุษย โดยการควักหัวใจผู้ที่ถูกคัดเลือกเพื่อสังเวยชีวิต เพื่อบูชาเทพเจ้าคูคุลคาน (Kukulkan)

ปฏิทินชาวมายา
ภาพ : wikimedia

นักวิจัยยูเอฟโอมักจะกล่าวถึงวันสิ้นโลกในปี 2012 ก็นำข้อมูลมาจากปฏิทินของชาวมายาในพีระมิดเอล คาสติลโลเเห่งนี้ โดยชาวมายามีความสามารถทางดาราศาสตร์ สามารถทำนายเวลาเกิดสุริยุปราคา และจันทรุปราคาได้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน รู้จักทำปฏิทินใช้ รู้จักประดิษฐ์เลขศูนย์ใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ ปฏิทินของชาวมายาเป็นที่ยอมรับว่ามีความเที่ยงตรงอย่างมาก เพราะเป็นปฏิทินทำขึ้นจากระบบดวงดาว ทั้งนี้ ปฏิทินของชาวมายาเขียนสิ้นสุดลงวันที่ 21 ธันวาคม 2012 ทำให้นักวิจัยยูเอฟโอตีความไปว่า วันสิ้นสุดของโลกคือวันดังกล่าว เเต่เเล้วผ่านมาหลายปี โลกก็ยังไม่เเตก ทั้งนี้ นักวิจัยยูเอฟโอเสนอใหม่ว่า ตัวเลขอาจจะสลับกัน โดยให้นับใหม่เป็น 12 21 2102 คือวันที่ 12 เดือนที่ 21 เเต่เดือนที่ 21 ไม่มี ให้เป็นเดือน 12 เเละอีก 9 เดือน + เข้ากับปี 2102 เป็น 2103 สรุปคือ วันที่ 12 เดือน 9 ปี ค.ศ. 2103 คือวันสิ้นโลก อ้างอิงตามทฤษฎีสมคบคิดฉบับใหม่

มหาวิหารเเห่งนักรบ
ภาพ : wikimedia

มหาวิหารแห่งนักรบ (Temple of the Warriors) สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1000-1100 เป็นปราสาท เป็นศูนย์กลางด้านการเมือง เป็นพระราชวัง เเละหอดูดาว มีเสาหิน 200 ต้น ซึ่งนักโบราณคดีก็ยังไม่ทราบว่า มันมีไว้เพื่ออะไร เเต่เชื่อว่าจะเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนา

ปัจจุบัน ชีเชนอิตซาได้รับการขนานนามให้เป็นมรดกโลก และได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่สนใจไปเยือน สามารถเดินทางไปได้ทุกวัน แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ในการเดินทางไปท่องเที่ยวชีเชนอิตซานั้น ก็คือช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นปราฏการณ์ทางธรรมชาติของการตกกระทบของแสงอาทิตย์กับพีระมิดเเห่งเอล คาสติลโล ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยากเป็นอย่างยิ่ง

อ้างอิง : wikipedia