ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

เสาร์โอเบลิสก์แห่งอัสวาน ผู้มาเยือนจากต่างดาว

เสาร์โอเบลิสก์แห่งอัสวาน
ภาพ : flickr

เสาร์โอเบลิสก์แห่งอัสวาน (Unfinished obelisk) อยู่ที่เมืองอัสวาน ประเทศอียิปต์ เสาหินโอเบลิสก์มีความงดงาม มีขนาดใหญ่โตสูง 42 เมตร หนัก 1,168 ตัน สร้างขึ้นเมื่อ 1,500 ปีก่อนคริสต์กาล ถูกสร้างในสมัยมหาราชินีฮัตเซปซุต (Hatshepsut) ฟาโรห์หญิงแห่งอียิปต์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเสาโอเบลิสก์ตั้งไว้หน้าวิหารคาร์นัค (Karnak) ในเมืองลักซอร์ แต่ระหว่างการก่อสร้างเสาโอเบลิสก์มีรอยแตกร้าว ช่างแกะสลักจึงล้มเลิกโครงการสร้างต่อ เชื่อกันว่าเสาโอเบลิสก์เป็นเสาหินที่สูงที่สุดในโลกถ้าหากสร้างเสร็จสมบูรณ์ 

เสาร์โอเบลิสก์แห่งอัสวาน
ภาพ : flickr

นักโบราณคดีได้ศึกษากระบวนการสร้างเสาหินในโลกยุคโบราณสันนิษฐานว่า เสาโอเบลิสก์ของอิยิปต์โบราณ เป็นสัญลักษณ์ของเทพรา (Ra) ซึ่งเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ เเละพบอักษรโบราณเฮียโรกลิฟฟิคที่สลักรอบๆ เสาบอกเล่าเรื่องราวของฟาโรห์ผู้สร้าง และเรื่องราวการบูชาเทพเจ้ารา เเละรู้ว่าชาวอียิปต์โบราณใช้หินโดเลอไรท์ (Dolerite) ซึ่งเป็นหินที่แข็งกว่าหินแกรนิตเพื่อแกะสลักหินแกรนิต

เสาร์โอเบลิสก์แห่งอัสวาน
ภาพ : flickr

เสาร์โอเบลิสก์ถูกแกะสลักชจากเหมืองหินแกรนิตเเห่งเมืองอัสวาน ซึ่งเมืองอัสวานเป็นเเหล่งหินแกรนิตที่ดีที่สุดในการก่อสร้างประติมากรรม และประติมากรรมต่างๆ รวมถึงมหาพิรามิดเเห่งกีซ่า (Giza) ก็ใช้หินแกรนิตจากเมืองอัสวานทั้งสิ้น เเต่น่าเสียดาย ในระหว่างการก่อสร้างเสาโอเบลิสก์ เกิดมีรอยเเตกร้าวขึ้น ช่างแกะสลักจึงเลิกล้มโครงการ และทิ้งมันไว้เช่นนี้ เนื่องจากเสาหินโอเบลิสก์ถูกแกะสลักจากหินโดยตรง มันจึงอยู่ติดกับพื้นหินเเบบนี้มาโดยตลอด ปัจจุบัน เสาโอเบลิสก์นี้ถูกจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดกว้าง และจัดให้มีการรักษาโครงสร้างเหล่านี้ไว้เป็นสมบัติทางโบราณคดีของมนุษยชาติ

ทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณเสนอว่า เทพราเป็นมนุษย์ต่างดาว เพราะจากภาษาเฮียโรกลิฟฟิคที่บันทึกในอิยิปต์โบราณ เทพราเป็นบิดาแห่งมวลมนุษย์ เเละเทพราใช้เรือสุริยันเป็นยานพาหนะ เมื่อปรากฏตัวจะเกิดเเสงอาทิตย์ส่องเเสงจ้าเเม้ยามกลางคืน เทพราจะท่องไปในแดนมตภพจากฝั่งตะวันตกไปฝั่งตะวันออก เพื่อตรวจตาดูจอมมารอสูรร้ายที่จะเข้ามาในโลก และมีเพียงฟาโรห์เท่านั้นที่จะสักการะเทพราได้

อ้างอิง : wikipedia