ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

โครงการ A119 ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์บนดวงจันทร์

โครงการ A119 ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์บนดวงจันทร์
ภาพ : wikipedia

โครงการ A119 (Project A119) คือโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการทหารของกองทัพสหรัฐอเมริกา ภารกิจหลักคือ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์บนดวงจันทร์ เพื่อข่มขวัญสหภาพโซเวียต เเละเพื่อการวิจัยทางด้านธรณีวิทยา การล่าอาณานิคมบนดวงจันทร์เกิดขึ้นในช่วงสงครามเย็นระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต ทั้งคู่เป็นอภิมหาอำนาจเเข่งขันกันเพื่อเเย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติบนโลก ไม่เว้นเเต่ดวงจันทร์ เเละดาวอังคาร โดยพยายามสร้างแสนยานุภาพทางการทหารของตนไว้ข่มขู่กัน

ค.ศ. 1957 สหภาพโซเวียตมีชัยชนะเหนือสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสหภาพโซเวียตสามารถส่งดาวเทียมสปุตนิก 1 (Sputnik 1) ขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จเป็นชาติเเรกของโลก ต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 1961 ยูริ กาการิน (Yuri Gagarin) นักบินอวกาศสหภาพโซเวียต เป็นมนุษย์คนแรกในอวกาศ เริ่มสร้างความกังวลให้กับกองทัพสหรัฐเป็นอย่างมาก

โครงการ A119 ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์บนดวงจันทร์
ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 1958 กองทัพอากาศสหรัฐ (USAF) และหน่วยข่าวกรอง (CIA) เริ่มมีความกังวล มีการประชุมการอย่างเคร่งเครียด จึงได้ร่วมมือกันวางแผนก่อตั้งโครงการลับชื่อโครงการ A119 ภารกิจหลักคือ ทิ้งนิวเคลียร์บนดวงจันทร์ เพื่อศึกษาผลกระทบทางธรณีวิทยา เเละเพื่อข่มขวัญสหภาพโซเวียต โครงการนี้มีเพียงเจ้าหน้าที่ระดับสูงเท่านั้นที่ทราบเรื่องนี้ได้ เอกสารระบุว่า "จะต้องนำระเบิดนิวเคลียร์ 2 ลูก ปริมาณ 1.7 ล้านตัน ขึ้นไปโคจรรอบดวงจันทร์ เเละทิ้งบนดวงจันทร์ 2 ตำเเหน่ง คือ ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ระหว่างเส้นแบ่งด้านมืด และด้านสว่างของดวงจันทร์ โดยความรุนแรงของระเบิดนิวเคลียร์จะสามารถมองเห็นได้ โดยการใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องจากโลก เพื่อเป็นการข่มขวัญสหภาพโซเวียต"

ผู้มีส่วนร่วมในโครงการคือ ลีโอนาร์ด เรียฟเฟล (Leonard Reiffel), คาร์ล เซแกน (Carl Sagan), เจอราร์ด ไคเปอร์ (Gerard Kuiper) โดยได้ร่วมกันวิจัยศึกษาผลกระทบการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์บนดวงจันทร์ การศึกษาพบว่า ปฏิกิริยาของฝุ่น และก๊าซภายหลังการระเบิด จะทำให้ยานสปุตนิคของสหภาพโซเวียตเข้าถึงดวงจันทร์ไม่ได้ และยังเป็นการแสดงแสนยานุภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกาให้กับสหภาพโซเวียตได้เห็น

โครงการ A119 ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์บนดวงจันทร์
ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 1959 เจ้าหน้าที่สหรัฐพิจารณาโครงการ A119 อย่างจริงจัง สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกโครงการไป เพราะนักวิทยาศาสตร์แสดงความกังวลว่า อาจจะเป็นอันตรายต่อมวลมนุษยชาติ และอาจจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ในอนาคตได้ เนื่องจากมีการตกค้างของสารกัมมันตภาพรังสี (Radioactivity) อยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมา ผ่านไป 10 ปี สหรัฐอเมริกาได้เร่งมือในการแข่งขันด้านอวกาศ จนกระทั่งสามารถเอาชนะสหภาพโซเวียตได้ โดยการส่งนีลอาร์มสตรองไปเหยียบดวงจันทร์เมื่อเดือนกรกฎาคม 1969 เเละถือว่าเป็นการผ่อนคลายความความตึงเครียดของสงครามเย็น

ค.ศ. 2000 โครงการ A119 ได้ถูกเก็บเป็นความลับยาวนานถึง 42 ปี จนได้รับการเปิดเผยโดยลีโอนาร์ด เรียฟเฟล (Leonard Reiffel) รองผู้อำนวยการนาซ่า, ผู้อำนวยการโครงการ A119 โดยเขากล่าวว่า "ผมเชื่อว่าเเรงระเบิดนิวเคลียร์บนดวงจันทร์ อาจข่มขวัญสหภาพโซเวียตได้ หลังจากโซเวียตชิงปล่อยยานสปุตนิคตัดหน้าขึ้นสู่อวกาศก่อน ภายใต้โครงการนี้ ผมมุ่งหวังที่จะใช้ขีปนาวุธบรรทุกระเบิดนิวเคลียร์ขนาดเล็ก ไปปล่อยที่ฐานที่ไม่ระบุชื่อ เพื่อเดินทางไปทิ้งบนดวงจันทร์ด้วยระยะทาง 238,000 ไมล์ และจะเกิดการระเบิดอัตโนมัติเมื่อสัมผัสพื้นผิวดวงจันทร์ เเละจะต้องใช้ระเบิดนิวเคลียร์เท่านั้น เพราะระเบิดไฮโดรเจนจะหนักเกินกว่าขีปนาวุธจะบรรทุกไหว ทั้งนี้ ผู้ที่ร่วมในโครงการได้ตัดสินใจในท้ายที่สุดว่า อาจจะเป็นอันตรายต่อมวลมนุษยชาติ จึงได้ยุติโครงการ"

อ้างอิง : wikipedia