บ๊อบ ลาซาร์ เปิดเผยความลับ เเอเรีย 51

บ๊อบ ลาซาร์
ภาพ : Bob Lazar

บ๊อบ ลาซาร์ (Bob Lazar) นักฟิสิกส์ ชาวอเมริกัน ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เปิดเผยความลับรัฐบาล โดยเปิดเผยพูดออกสื่อว่ากองทัพสหรัฐกำลังทำงานร่วมกับมนุษย์ต่างดาวภายในเเอเรีย 51 เพื่อศึกษาเทคโนโลยีต่างดาว เเละทำวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering) เพื่อนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์เเก่มวลมนุษยชาติ เช่น เครื่องบินทิ้งระเบิด, เครื่องบินสอดเเนม, อาวุธเเสงเลเซอร์, เทคโนโลยีสอดเเนมการสื่อสารทั่วโลก เป็นต้น นักข่าวถามลาซาร์ว่า รัฐบาลปกปิดหลักฐานเหล่านี้ได้อย่างไร ลาซาร์ กล่าวว่า "ก่ออาชญากรรมต่อนักวิทยาศาสตร์"

แอเรีย 51 (Area 51) เป็นฐานทัพลับของกองทัพอากาศสหรัฐ (USAF) ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบกรูมเลก ทางตอนใต้ของรัฐเนวาดา ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวในทะเลทราย ท่ามกลางความปลอดภัยอย่างเข้มงวด กินพื้นที่ประมาณ 155 ตารางกิโลเมตร มีเรดาร์คอยตรวจตราผู้บุกรุกตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าพบผู้บุกรุกบินเหนือน่านฟ้าหรือเข้าใกล้พื้นที่มากๆ จะส่งเฮลิคอปเตอร์สีดำเข้าสกัดทันที ด้วยข้อมูลที่เป็นความลับมาก ทำให้ตกเป็นทฤษฎีสมคบคิดมาโดยตลอด บ้างก็ว่าเป็นสถานที่ใช้สร้างฉากหลอกลวงโลกในโครงการอพอลโล 11 เมื่อปี 1969 เพื่อถ่ายทอดสดให้ชาวโลกดูนีลอาร์มสตรองเหยียบดวงจันทร์ บ้างก็ว่าเป็นสถานที่ศึกษามนุษย์ต่างดาว หรือทำงานร่วมกับมนุษย์ต่างดาว ตามภาพยนตร์หลายๆ เรื่องกล่าวมานั่นเอง เช่น ไอดี 4, เจมส์ บอนด์ 007 เป็นต้น สิ่งที่ทำให้เเอเรีย 51 โด่งดังไปทั่วโลก คือ จากที่ลับมากๆ กลายเป็นเริ่มไม่ลับ เริ่มจากชายคนหนึ่งที่ชื่อว่าบ๊อบลาซาร์นั่นเอง

ศูนย์ปฏิบัติการเอส-4 พรางตากลมกลืนไปกับพื้นทะเลทราย
ภาพ : Bob Lazar

จุดเริ่มต้น โดยในเดือนพฤษภาคมปี 1989 ลาซาร์ปรากฏตัวที่เมืองลาสเวกัสให้สัมภาษณ์พิเศษกับจอร์จ คเนปป์ (George Knapp) นักข่าวชื่อดัง เเละออกสถานีโทรทัศน์ (KLAS-TV) เพื่อเปิดเผยความลับของรัฐบาล ลาซาร์ใช้นามเฝงว่าเดนนิส เเละปกปิดใบหน้า โดยได้เล่าว่า ในปี ค.ศ. 1988 ลาซาร์ทำงานบริษัทย่อยของฐานทัพเเอเรีย 51 ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษแผนกอากาศยาน อยู่ในส่วนที่เรียกว่า ศูนย์ปฏิบัติการเอส-4 (S-4) อยู่ใกล้ๆ ฐานทัพเเอเรีย 51 ที่นั่นถูกสร้างให้พรางตากลมกลืนไปกับพื้นทะเลทรายมาก หากดูอย่างผิวเผินแล้วจะไม่มีทางสังเกตเห็นเลย เอส-4 เป็นฐานงานวิจัยมนุษย์ต่างดาว ปฎิบัติการอยู่ใต้ดิน มีนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากทำงานอยู่ภายในชั้นใต้ดิน มีเจ้าหน้าที่ทหารที่เข้มงวดมาก เจ้าหน้าที่ทั้งหมดล้วนเเล้วศึกษาเรื่องมนุษย์ต่างดาว เเละศึกษาระบบการทำงานของยูเอฟโอ

ศูนย์ปฏิบัติการเอส-4
ภาพ : Bob Lazar

เมื่อเดินเข้าไปภายในศูนย์ปฏิบัติการเอส-4  ลาซาร์เห็นทหารที่เข็มงวดมาก เเววตาดุดัน ดูน่าเกรงขาม รู้ทันทีว่าสถานที่เเห่งนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยสูง เมื่อเดินลึกเข้าไปพบเห็นภาพโปสเตอร์ยูเอฟโอติดอยู่บนผนังเพดานมากมาย ภาพบนผนังเเสดงรายงานมนุษย์ต่างดาวว่ามีส่วนร่วมกับอารยธรรมมนุษย์มามากกว่า 10,000 ปี ซึ่งมนุษย์ต่างดาวเหล่านี้มาจากกลุ่มดาวซีตา (Zeta Reticuli) ในระหว่างการเดินก็รอเจ้าหน้าที่มอบหมายงาน ระหว่างนั่น ลาซาร์เห็นเก้าอี้ตามระหว่างทางจึงนั่งพักสักครู่ เเละเห็นโต๊ะหนึ่งพร้อมกับเอกสารจำนวนมาก ลาซาร์ได้อ่านเอกสารนั่นพบว่า เป็นรายงานเกี่ยวกับพลังงานขับเคลื่อนยูเอฟโอ ลาซาร์ได้รู้ว่ายูเอฟโอใช้กระบวนการไฮโดรแมกเนติก คือการทำปฏิกิริยานิวเคลียร์รีแอกชั่นที่ยิงพลังงานด้วยโปรตอน เเละรู้ว่าพลังงานขับเคลื่อนยูเอฟโอเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทางเคมี คือ ธาตุหมายเลขอะตอม 115 ชื่อมอสโกเวียม (Moscovium) เเละธาตุที่ 114, 116 ด้วย ซึ่งพบว่านักวิทยาศาสตร์ในศูนย์เอส-4 กำลังคิดค้นสร้างเครื่องบินเลียนแบบยูเอฟโอ เพื่อหวังจะบินไปในอวกาศได้ เเละเพื่อเข้าร่วมสงครามอวกาศในอนาคต ตามคำกล่าวเชิญของสมาคมดวงดาวที่กองทัพสหรัฐเป็นพันธมิตรอยู่

ยูเอฟโอ
ภาพ : Bob Lazar

หลังจากทำงานได้หลายเดือน ลาซาร์เห็นยูเอฟโอในเเอเรีย 51 ถึง 9 ลำ เเละมีโอกาศได้เห็นยูเอฟโออย่างใกล้ชิด 1 ครั้ง พบว่า ขนาดยูเอฟโอมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1,220 เมตร สูง 490 เมตร ไม่เห็นรอยต่อของวัตถุหรือหมุดยึดตัววัตถุเลย เหมือนกับว่ายูเอฟโอเป็นชิ้นเหล็กท่อนใหญ่ที่ไม่มีตำหนิใดๆ เเละสังเกตเห็นช่องหน้าต่างสี่เหลี่ยมเล็กๆ 3 ช่อง ซึ่งน่าจะเป็นห้องควบคุมการบิน ในระหว่างเดินชมยูเอฟโอ มีเจ้าหน้าที่ได้เดินมาหาลาซาร์พร้อมพูดข่มขู่ว่า "ห้ามพูดในสิ่งที่คุณได้เห็นภายในห้องนี้ เราหวังว่าคุณจะไม่บอกคนข้างนอก" ลาซาร์ได้มีโอกาสเข้าไปภายในยานยูเอฟโอด้วย ลาซาร์เดินเข้าไปในภายยานเพียงก้าวแรกพบว่า มีประตูเลื่อนเปิดปิดอัตโนมัติ ประตูโค้งคล้ายกับบ้านสไตล์สเปน, ภายในยานสีเดียวกับภายนอกยานคือสีอะลูมิเนียมทึบ, ผนังภายในยานคล้ายกับโครงสร้างภายในเรือ สามารถมองเห็นรอบนอกยานได้ทั่วทิศ, ห้องนักบินมีเก้าอี้ตัวเล็กๆ 3 ตัววางอยู่, ไม่เห็นเกียร์บังคับบินขึ้นบินลง มีแผงติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เเต่ถูกถอดออกไป, ตรงกลางยานมีเสายาวเชื้อมต่อกับผนังบนกับพื้นร่าง, ทุกสิ่งทุกอย่างดูอ่อนนุ่ม, โค้งมนกลม, ไม่มีส่วนแหลมคม และดูเหมือนว่าทุกสิ่งจะสามารถถอดออกมาเป็นชิ้นได้ เเละลาซาร์ได้อ้างอีกว่าได้พบเจอมนุษย์ต่างดาวภายในศูนย์เอส-4 ด้วย โดยเป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่สูงประมาณ 3-4 ฟุต หนักประมาณ 35-50 ปอนด์ มีผิวสีเทา ศีรษะใหญ่โต เป็นมนุษย์ต่างดาวเกรย์นั่นเอง

บ็อบ ลาซาร์ เห็นยูเอฟโอ
ภาพ : Bob Lazar

หลังจากการให้สัมภาษณ์ ลาซาร์กังวลอ้างว่า ตัวเองไม่ปลอดภัย กำลังถูกตามล่าโดยรัฐบาลเงา ทั้งนี้ นักวิจัยยูเอฟโอออกมาสนับสนุน เเละปกป้องลาซาร์ เเละเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้กับลาซาร์ นักวิจัยยูเอฟโอเชื่อว่าประชาชนมีสิทธิ์รับรู้ข้อมูล ต่อมา นักวิจัยยูเอฟโอทั่วอเมริกาจากเดิมที่เคยมาสอดแนมเเอเรีย 51 เป็นบางครั้งบางคราว กลับกลายเป็นคนหลายหมื่นคนหลั่งไหลมาคอยจับตาดูยูเอฟโอตามที่ลาซาร์บอก และก็มีคนจำนวนมากบอกว่าเห็นเเสงไฟลอยตอนกลางคืนจริง นักวิจัยยูเอฟโอเห็นพร้อมตรงกันว่าเเอเรีย 51 ลับสุดยอดจริงๆ เพราะภาพถ่ายทางดาวเทียมกูเกิล เอิร์ธ (Google Earth) ถ่ายดูเหมือนไม่มีอะไร เเต่ที่ไหนได้ ใต้ดินเหมือนไอศครีมหงายคว่ำ

เเอเรีย 51
ภาพ : wikipedia

ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาออกมาอธิบายว่า สิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็น และอ้างว่าเป็นยูเอฟโอนั้น แท้จริงแล้วมันคือเครื่องบินรุ่นใหม่ๆ ของกองทัพอากาศ โดยทางกองทัพมักจะใช้สถานที่เเห่งนี้ทดลองอากาศยานรุ่นใหม่ๆ ก่อนที่จะออกสู่สายตาสาธารณชน เช่น U-2, A-12, SR-71, F-117A, B-2 เป็นต้น อีกทั้ง มักจะมีการซ้อมรบอยู่เรื่อยๆ โดยมีการยิงพลุ และทำแสงแวบๆ อยู่ตลอดบนท้องฟ้า ดังนั้น สิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็น และคิดไปต่างๆ นานา น่าจะเป็นการซ้อมรบหรือทดสอบเครื่องบินรุ่นใหม่มากกว่า เเต่เเล้วเรื่องเเอเรีย 51 ก็กลับยิ่งดังขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อนักวิจัยยูเอฟโอหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย เเละเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยความจริงเเก่ประชาชนว่า ณ สถานที่เเห่งนี้ซุกซ่อนอะไรไว้ จนในปี ค.ศ. 1995 ประธานาธีบดี บิลล์ คลินตัน (Bill Clinton) ได้ทำการลงนามในคำสั่งพิเศษเพื่อปกป้องให้เเอเรีย 51 อยู่เหนือกฏหมาย เพื่อให้หลุดพ้นจากการตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยเหตุผลทางด้านความมั่นคงของชาติ

ค.ศ. 2013 เอ็ดเวิร์ด โจเซฟ สโนว์เดน (Edward Joseph Snowden) อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (NSA) และอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA)  ผู้สนับสนุนคำพูดบ๊อบลาซาร์ ผู้เปิดเผยความลับรัฐบาลสหรัฐเช่นเดียวกับบ๊อบลาซาร์  โดยเปิดเผยว่า มนุษย์ต่างดาวมีรูปร่างเหมือนมนุษย์จริง เเละเเอเรีย 51 ใช้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวจริง เเต่อยู่ในชั้นความลับมากยากที่จะเข้าถึง โดยสโนว์เดนรู้เพียงว่า นักวิทยาศาสตร์ในเเอเรีย 51 กำลังพัฒนาแปรสัญญาณต่างดาวให้เป็นรหัสเข้าใจได้ โดยเเปลงคลื่นคอสมิค ไมโครเวฟ แบ็คกราวน์ เรดิเอชัน (Cosmic Microwave Background radiation) ที่แผ่อยู่ในเอกภพเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ข้อความของมนุษย์ต่างดาวเป็นอะไรที่ยากเกินกว่าที่มนุษย์โลกจะเข้าใจ ต้องรอจนกว่าจะมีผู้ที่สามารถถอดข้อความเหล่านั้นออกมาได้

ค.ศ. 2016 ฮิลลารี คลินตัน (Hillary Clinton) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เคยออกมาเปิดเผยว่าถ้าชนะการเลือกตั้งเธอจะพาไปเดินชมเเอเรีย 51 เพื่อเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ภายในเเอเรีย 51 เเต่เเล้วก็เเพ้การเลือกตั้ง โดยดอนัลด์ทรัมป์ชนะไป จนทุกวันนี้เเอเรีย 51 ก็ยังคงเป็นความลับต่อไป

ค.ศ. 2018 บ๊อบ ลาซาร์ ทำสารคดีโปงความจริงเเอเรีย 51 ชื่อสารคดี Bob Lazar: Area 51 and Flying Saucers ร่วมกับผู้กำกับเจเรมี คอร์เบิล (Jeremy Corbell) ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์

อ้างอิง : wikipedia