อนุสาวรีย์โยนากุนิ ผู้มาเยือนจากต่างดาว

อนุสาวรีย์โยนากุนิ
ภาพ : wikipedia

อนุสาวรีย์โยนากุนิ (Yonaguni Monument) อยู่ที่เกาะโยนากุนิ ประเทศญี่ปุ่น ใต้ท้องทะเลของเกาะโยนากุนิมีชื่อเรียกว่า ซากปรักหักเเห่งท้องทะเล เหตุเพราะพบโครงสร้างแผ่นหินยักษ์ประกอบด้วยหินทราย และหินดินดานซึ่งมีอายุย้อนหลังถึง 20 ล้านปี เเละถ้าหากอนุสาวรีย์โยนากุนิถูกแกะสลักด้วยฝืมือมนุษย์ก็น่าจะเป็นช่วงยุคน้ำแข็งเมื่อ 10,000 ปีมาแล้ว เชื่อกันว่า สาวรีย์โยนากุนิไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพราะน่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์โบราณที่มีอารยธรรมขั้นสูงเปรียบได้กับนครแอตแลนติส อารยธรรมโบราณที่หายสาบสูญจมลงใต้น้ำตามคำบอกเล่าของนักปรัชญาชาวกรีกเพลโต (Plato)

รูปสามเหลี่ยมคล้ายเต่า
ภาพ : wikipedia

จุดชมยอดฮิตของอนุสาวรีย์โยนากุนิ คือ มีรูปสามเหลี่ยมวัดได้ความยาว 165 ฟุต กว้าง 65 ฟุต รูปร่างเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายเต่า ลักษณะเป็นชั้นๆ คล้ายบันได และบริเวณรอบๆ มีแท่งหินต่างๆ มากมาย บางชิ้นเป็นแนวกำแพง โดยทั้งหมดสร้างจากหินขนาดใหญ่มีขั้นตอนแกะสลักอย่างละเอียด ประณีต การค้นพบนี้ได้จุดประกายการอภิปรายชุมนุมนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นทันทีว่า อนุสาวรีย์โยนากุนิเป็นฝีมือมนุษย์หรือธรรมชาติทำขึ้น

อนุสาวรีย์โยนากุนิ
ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 1985 คิฮาชิโระ อาระทาเกะ (Kihachiro Arateke) ครูสอนประดาน้ำเจ้าของกิจการโรงแรม บริเวณโยนากุนิแหล่งประดาน้ำสำหรับนักท่องเที่ยว อาระทาเกได้ออกดำน้ำสำรวจชายฝั่งในวันที่ลมสงบเงียบ เพื่อหาแหล่งประดาน้ำใหม่ต้อนรับลูกค้า เรือของอาระทาเกะเดินทางมาตอนใต้ของชายฝั่ง และเมื่อถึงจุดที่ต้องการ อาระทาเกะก็ดำนํ้าสำรวจ สิ่งที่พบในนํ้า ทำให้อาระทาเกะตกใจนั่นคือ ค้นพบโบราณสถานขนาดมหึมามีลักษณะคล้ายกับวิหาร หลังจากว่ายน้ำวนเวียนสำรวจอยู่ อาระทาเกะก็ยิ่งทึ่งในโบราณสถานใต้น้ำแห่งนี้ เเละตั้งชื่อมันว่าอนุสาวรีย์โยนากุนิ

ค.ศ. 1986 มาซาอากิ คิมูระ (Masaaki Kimura) นักธรณีวิทยาท้องทะเล ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยแห่งริวกิวของญี่ปุ่น ได้ดำน้ำไปสำรวจอนุสาวรีย์โยนากุนิ และทำแผนที่โครงสร้างหินเป็นเวลาติดต่อกันนับ 10 ปี โดยเขาเชื่อว่า สิ่งที่เห็นคือซากเมืองโบราณอายุราว 12,000 ปี คิมูระกล่าวว่า "ตอนแรกผมก็คิดว่ามันน่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่เมื่อได้ดำน้ำลงไปดูกับตาตนเอง ผมเชื่อทันทีว่ามันคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ โดยผมได้พบหลักฐานมากมายที่ชี้ว่าสิ่งก่อสร้างถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ ทั้งลวดลายที่คล้ายกับตัวอักษร หินที่มีรูปร่างคล้ายประติมากรรมแกะสลักเป็นรูปสัตว์ หรือสัตว์ประหลาดอย่างสฟิงซ์ ที่มีใบหน้าคล้ายกับกษัตริย์ของจีนหรือโอกินาว่า ผมเชื่อว่ามีสึนามิครั้งใหญ่ที่เข้ามาถล่มเกาะแห่งนี้เมื่อนานมาเเล้ว นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เมืองโบราณแห่งนี้จมลงสู่ใต้น้ำ" อย่างไรก็ดี ความเห็นของคิมูระดูจะยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ที่มองว่า โครงสร้างหินเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

เอมิโกะ อิชิดะ (Amiko Ishida) สำนักงานกิจกรรมด้านวัฒนธรรมของญี่ปุ่น กล่าวว่า "ทางสำนักงานหรือรัฐบาลท้องถิ่นของโอกินาว่ามิได้ยกย่องให้โครงสร้างหินแห่งนี้เป็นแหล่งโบราณสถานที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมแต่ประการใด"

เเบบร่างอนุสาวรีย์โยนากุนิ
ภาพ : flickr

โรเบิร์ต ช็อค (Robert Schoch) ศาสตราจารย์สาขาวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยบอสตัน ได้ลงไปสำรวจโครงสร้างอนุสาวรีย์โยนากุนิ กล่าวว่า "มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมิใช่ฝีมือมนุษย์ มันคือความรู้ด้านธรณีวิทยาขั้นพื้นฐาน และวิชาลำดับชั้นหินคลาสสิคว่าด้วยเรื่องหินทราย ซึ่งเป็นหินที่มักจะแตกออกเป็นแผ่นๆ ทำให้เกิดขอบที่ตรงเรียบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยรอยเลื่อน (fault) และเกิดธรณีแปรสัณฐาน (tectonic activity) ขึ้นบ่อยครั้ง ภาพถ่ายที่นำมาแสดงกันมักจะใช้ภาพที่ออกมาดูเหมือนสิ่งก่อสร้างของมนุษย์เป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่มีอีกหลายจุดที่เห็นแล้วไม่เข้าลักษณะ ส่วนข้ออ้างที่ว่า พบลายสลักอักษร ผมมองว่าเป็นเพียงรอยขีดข่วน และไม่รู้ว่าตีความว่าเป็นตัวอักษรด้วยพื้นฐานจากอะไร"

เเบบร่างอนุสาวรีย์โยนากุนิ
ภาพ : flickr

นักวิจัยยูเอฟโอเสนอว่า เมืองโบราณแห่งนี้ ไม่ใช่เมืองที่เรากล่าวถึงกัน เพราะเเท้จริงเเล้วมันคือยานอวกาศที่จมนํ้าหลายหมื่นปีก่อน นักวิจัยยูเอฟโอเเนะว่าต้องหาทางเข้าให้เจอ อาจมีประตูหรือทางเข้าซ่อนอยู่ มีการเผยภาพเเผนที่เมืองเเห่งนี้ ได้ข้อสันนิฐานสนับสนุนจากนักวิจัยยูเอฟโอ เเละนักธรณีวิทยาเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์การสร้าง และใครเป็นผู้สร้าง ยังคงลึกลับ เเละโต้เถียงกันอยู่ในปัจจุบัน 

อ้างอิง : wikipedia