ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

โอมูอามูอาถอยกลับ ยานรบขับเคลื่อนด้วยพลังงานเเสงอาทิตย์

ยานรบขับเคลื่อนด้วยพลังงานเเสงอาทิตย์
ภาพ : wikipedia

โอมูอามูอา (Oumuamua ชื่อทางการ 1I/2017 U1) มีวงโคจรต้นกำเนิดมาจากนอกระบบสุริยะ มาจากระบบดาวเวก้า (Vega Star) ในหมู่ดาวไลลา (Lyra) ที่อยู่ห่างไกลระยะทางจากโลกราว 25 ปีแสง โอมูอามูอาเป็นวัตถุแรกจากนอกระบบสุริยะที่เข้ามาในระบบสุริยะของเรา โอมูอามูอาได้เร่งความเร็วหนีห่างจากดวงอาทิตย์อย่างรวดเร็ว นักดาราศาสตร์เชื่อว่า โอมูอามูอามาเพื่อดูดพลังงานเเสงอาทิตย์ในลักษณะคล้ายยานพลังงานแสง (LightSail) ซึ่งช่วยให้มีพลังงานเเสงขับเคลื่อนไปหรือเดินทางไปในอวกาศได้ โอมูอามูอาเป็นวัตถุยาวเรียวเหมือนซิการ์ขนาดประมาณ 1,000×35 เมตร สีดำโทนเเดงคล้ายโลหะ เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 196,000-315,000 ไมล์ต่อชั่วโมง เป็นวัตถุไม่เหมือนวัตถุใดในระบบสุริยะที่เราเคยรู้จัก นอกจากนี้ได้สร้างความสงสัยให้กับบรรดานักดาราศาสตร์เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยรูปแบบวงโคจรที่ไม่ได้อยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงของระบบดาวฤกษ์ดวงใดดวงหนึ่ง อีกทั้งมีรูปทรงลักษณะยาวประหลาดกว่าที่เคยค้นพบมา

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2017 กล้องโทรทรรศน์อวกาศ (STEREO HI-1A) มีภารกิจตรวจหาสิ่งผิดปกติจากดวงอาทิตย์ รายงานเปิดเผยว่า โอมูอามูอาโคจรเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ซึ่งในตอนนั้นค่าความสว่างที่ปรากฏชัดเจน ~13.5 ม. หรือพอๆ กับค่าความสว่างสุดของดวงจันทร์ไทรทัน (Triton) ดาวบริวารของเนปจูน ก่อนที่โอมูอามูอาถอยกลับด้วยค่าสว่างที่ลดลงเหลือ ~23 ต่อมาได้รับการยืนยันว่า เป็นวัตถุจากนอกอวกาศจริงในวันที่ 19 ตุลาคม 2017

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2017 โรเบิร์ต เวริก (Robert Weryk) ผู้ค้นพบโอมูอามูอา ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์แพน-สตาส์1 (Pan-STARRS1) ที่หอดูดาวฮาเลอาคาลา (Haleakala Observatory) ตรวจพบว่า โอมูอามูอามีระยะห่างจากโลกประมาณ 33,000,000 กิโลเมตร เดิมทีนักวิทยาศาสตร์คาดว่า โอมูอามูอาเป็นดาวหาง แต่หนึ่งสัปดาห์ถัดมามีการจำแนกใหม่ว่า โอมูอามูอาเป็นดาวเคราะห์น้อย หลังจากนั้นก็ปรับเปลี่ยนไปเป็นวัตถุแปลกปลอมที่เคลื่อนที่ในห้วงอวกาศลึก เเละเปลื่ยนอีกครั้งล่าสุดเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว หอดูดาวหลายแห่งได้ติดตามสำรวจโอมูอามูอาเพื่อหาวงโคจร ขนาด และรูปร่าง ซึ่งได้เปิดเผยถึงคุณสมบัติอันแปลกประหลาดนี้มากมาย

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2017 กล้องโทรทรรศน์กรีนแบงก์เรดิโอเทเลสโคป (Green Bank radio Telescope) เปิดการดักฟังสัญญาณต่างดาว ถึงแม้ว่าโอมูอามูอาจะอยู่ห่างจากโลก แต่กล้องโทรทรรศน์ก็มีกำลังสูงพอที่จะรับฟัง ทีมนักวิทยาศาสตร์เริ่มตรวจสอบครั้งแรกโดยใช้คลื่นวิทยุทั้ง 4 ย่านความถี่ ตั้งแต่ 1 ถึง 12 เฮิรตซ์ ตรวจจับต่อเนื่องกันเป็นเวลา 10 ชั่วโมง ซึ่งไม่พบร่องรอยหลักฐานใดๆ ที่สามารถบ่งชี้ได้ว่าโอมูอามูอาคือยานอวกาศ ต่อมาจึงเปลื่ยนเป็นเเนวคิดว่า เป็นเพียงแค่ก้อนหินอวกาศธรรมดาที่ลอยเคว้งคว้างในอวกาศ

โอมูอามูอา
ภาพ : wikipedia

3 สถาบัน เบรกทรูลิสเซน (Breakthrough Listen) เซติ (SETI Institute) กล้องโทรทรรศน์อัลเลน (ATA)ได้ตรวจสอบโอมูอามูอาเพื่อพยายามตรวจจับสัญญาณวิทยุจากโอมูอามูอา เพื่อหาหลักฐานการกระทำของเทคโนโลยีต่างดาว เเต่ไม่ได้รับสัญญาตอบกลับ กล้องโทรทรรศน์วิลเลียมเฮอร์เชล (William Herschel Telescope) แสดงความคิดเห็นว่า โอมูอามูอาไม่มีรูปร่างเเน่นอน และมีสีโทนดำแดงเหมือนวัตถุโลหะคล้ายนิวเคลียสดาวหาง ซึ่งดูโดยรวมเเปลกตามาก เเละน่าทึ่งมากๆ

ศูนย์ประสานการเฝ้าระวังทางอวกาศ (Space Situational Awareness-SSA) และโครงการสำรวจวัตถุที่มีวงโคจรเข้าใกล้โลก (Near Earth Object-NEO) ขององค์การอวกาศยุโรปในประเทศอิตาลี รายงานเปิดเผยว่า วัดขนาดโอมูอามูอาได้ประมาณ 800 เมตร และดูเหมือนว่า เส้นทางโคจรจะเบี่ยงเบนไปเล็กน้อยซึ่งเป็นผลกระทบมาจากแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ เมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดกลับพบสิ่งที่เห็นได้ชัด คือ มีการปล่อยก๊าซขนาดเล็กมากๆ ออกมาจากพื้นผิวที่บ่งชี้ว่า โอมูอามูอาเป็นดาวหาง ไม่ใช่ดาวเคราะห์น้อยที่หลายคนเข้าใจ เเละกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลตรวจพบว่า ตำแหน่งของโอมูอามูอาปัจจุบันล้ำหน้าไปจากตำแหน่งที่ควรจะเป็น นั่นแสดงว่า มีบางสิ่งบางอย่างมาทำให้โอมูอามูอาเคลื่อนที่เร็วขึ้น เช่น การคายแก๊ส ซึ่งเป็นที่มาของทฤษฎีว่า โอมูอามูอาเป็นวัตถุจำพวกดาวหางตามที่มีการเผยแพร่กันตอนเเรก

สถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) เปิดเผยรายงานว่า โอมูอามูอาเป็นเรือใบอวกาศจากโลกอื่น ทฤษฎีนี้อาศัยข้อมูลการสำรวจที่ได้ในช่วงหลัง สถาบันสหพันธ์ดาราศาสตร์ระหว่างมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และมหาวิทยาลัยสมิธโซเนียน (Harvard-Smithsonian Center for Astrophysics) ร่วมมือกันเพื่อทำวิจัยโอมูอามูอา เปิดเผยรายงานการติดตามวัตถุโอมูอามูอาว่า โอมูอามูอาอาจเป็นเรือใบอวกาศที่ถูกส่งมาโดยอารยธรรมต่างดาว สำหรับงานวิจัยของทีมนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารแอสโตรฟิสิคัลเจอร์นัลเลตเตอร์ส (Astrophysical Journal Letters) ซึ่งเผยแพร่ในวันที่ 12 พ.ย.2018

โอมูอามูอา
ภาพ : flickr

อับราฮัม โลบ (Abraham Loeb) นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์เเห่งมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ที่ปรึกษาโครงการเบรกทรูลิสเซน กล่าวในปี 2017 ว่า "หากโอมูอามูอาเป็นดาวหางจริง แล้วทำไมถึงไม่คายแก๊สให้เห็นในช่วงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ นอกจากนี้ หากเกิดการคายแก๊สบนวัตถุดวงนี้จริง การคายแก๊สจะไม่เพียงมีผลแค่ช่วยเร่งความเร็วให้เท่านั้น แต่จะมีผลต่อความเร็วในการหมุนรอบตัวเองด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรวจไม่พบ เราได้พิจารณาความเป็นไปได้ว่า โอมูอามูอาอาจเป็นเรือใบอวกาศจากระบบสุริยะอื่นก็เป็นได้ ซึ่งเป็นยานอวกาศรูปแบบหนึ่งที่มีโครงสร้างเป็นแผ่นกว้าง น้ำหนักเบา อาศัยแรงดันรังสีจากดาวฤกษ์เป็นแรงขับเคลื่อน มีนักดาราศาสตร์จำนวนหนึ่งกำลังพัฒนาเรือใบอวกาศอยู่ เช่น โครงการเบรกทรูสตาร์ช็อต จึงเป็นไปได้ว่า อาจมีอารยธรรมต่างดาวที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงสร้างเรือใบอวกาศแล้วเช่นกัน เเละส่งมาสำรวจระบบสุริยะของเรา" กล่าวในปี 2018 ว่า "ก่อนหน้าเราเข้าใจว่าพื้นผิวโอมูอามูอามีความหนาแน่นสูง ซึ่งน่ามีส่วนประกอบเป็นหินที่มีความแข็งแกร่งสูงหรือโลหะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งปกคลุมด้วยน้ำแข็ง ซึ่งจะส่งผลให้สถานะของมันไม่ต่างอะไรจากดาวหางธรรมดาๆ เเต่ตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้นเเล้ว มนุษย์เราจะไม่มีทางได้ทราบอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอมูอามูอาอีก เพราะโอมูอามูอาได้ท่องออกไปไกลแล้ว และจะไม่หวนกลับมาอีก เป็นไปไม่ได้เลยที่จะคาดเดาเป้าหมายของโอมูอามูอาโดยไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม"

ชมูเอล เบียลี (Shmuel Bialy) นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์เเห่งมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด กล่าวว่า "ปัจจุบันยังไม่มีปรากฏการณ์ที่อธิบายได้ถึงความเร่งที่เกินคาดของโอมูอามูอา แต่สิ่งที่เราได้นำเสนอนั้นอาจจะอธิบายได้ด้วยแรงจากความดันของการแผ่รังสี (radiation pressure) จากดวงอาทิตย์ ทฤษฎีเรือใบอวกาศอธิบายสาเหตุการเร่งความเร็วของโอมูอามูอาได้ เพราะเมื่อโอมูอามูอาหันเหออกจากระบบสุริยะ แรงดันรังสีจากดวงอาทิตย์จะช่วยเร่งความเร็วให้ หรืออาจเป็นไปได้ว่า โอมูอามูอาเป็นเพียงซากเรือใบอวกาศที่หมดอายุใช้งานแล้ว แต่ยังคงทะยานไปในอวกาศอย่างอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุที่โครงการเบรกทรูลิสเซนตรวจหาสัญญาณวิทยุจากวัตถุดวงนี้ไม่ได้"

อลัน ฟิตซ์ซิมมอนส์ (Alan Fitzsimmons) นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์เเห่งมหาวิทยาลัยควีนส์ไอร์แลนด์เหนือ  กล่าวว่า "เราก็คิดเหมือนนักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่ที่อยากจะพบหลักฐานยืนยันว่า มีสิ่งมีชีวิตต่างดาว แต่สำหรับกรณีโอมูอามูอานั้น เราคิดว่ามันยังไม่ใช่ เพราะได้รับการพิสูจน์แล้วว่า คุณลักษณะของโอมูอามูอาจากสังเกตการณ์นั้น สอดคล้องกับวัตถุคล้ายดาวหางที่ส่งมาจากระบบดาวฤกษ์ดวงอื่น"

เคธี แมค (Katie Mack) นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์เเห่งนอร์ธแคโรไลนาสเตท กล่าวว่า "เราก็สงสัยในข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวนี้ นักดาราศาสตร์นั้นยินดีอย่างยิ่งที่จะตีพิม์ผลงานที่มีแนวคิดแปลกประหลาด แม้ว่าจะมีโอกาสสูงที่ผลงานดังกล่าวจะผิด แต่ข้อสงสัยต้องได้รับการพิสูจน์นับสิบๆ ครั้ง แม้ผู้เขียนเองไม่ได้เชื่อในเรื่องนั้นก็ตาม"

สตีเฟ่น วิลเลียม ฮอว์กิ้ง
ภาพ : wikipedia

สตีเฟ่น วิลเลียม ฮอว์กิ้ง (Stephen William Hawking) บิดาเเห่งหลุมดำ เคยให้ความเห็นถึงถึงอารยธรรมต่างดาวในสารคดีปี 2010 กล่าว่า "ถ้าหากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญามีอยู่จริงในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้อาจไม่เป็นมิตร มีหน่วยสือราชการลับของอารยธรรมต่างดาวตระเวนไปทั่วจักรวาลในยานอวกาศ เป้าหมายเพื่อแสวงหาวัสดุที่เป็นประโยชน์ต่ออารยธรรมของตน หลังจากที่บริโภคทรัพยากรธรรมชาติบนดาวของตนเองจนหมดสิ้น มนุษย์ต่างดาวที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาการ อาจกลายเป็นชนเผ่าเร่ร่อนของจักรวาล มองหาดาวเคราะห์สักดวงเพื่อเข้าพิชิตเอาเป็นอาณานิคมของตนเอง มนุษย์ต่างดาวอาจเข้าไปฉกฉวยประโยชน์จากดาวเคราะห์แต่ละดวงไปเรื่อยๆ เพื่อประโยชน์ในการสร้างยานอวกาศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเคลื่อนกำลังต่อไป อารยธรรมต่างดาวมีความสามารถในการเก็บเกี่ยวพลังงานจากดาวฤกษ์ทั้งดวง หรือดวงอาทิตย์ทั้งดวงเอาไปเป็นของตัวเองได้ อาจเพียงแค่ติดตั้งกระจกสะท้อนแสงนับล้านดวงไว้ในห้วงอวกาศ เพื่อล้อมดาวฤกษ์ที่ตกเป็นเป้าหมาย เเละป้อนพลังงานของดวงดาวที่รวบรวมได้ไปเก็บไว้ในจุดเดียว เพื่อสร้างรูหนอนเป็นทางรัดสู่ดาวเคราะห์ที่จะทำลายต่อไป"

โอมูอามูอาเป็นยานอวกาศใช้พลังงานความร้อนสร้างอาวุธ
ภาพ : wikipedia

นักวิจัยยูเอฟโอให้ความเห็นว่า โอมูอามูอาเป็นยานอวกาศใช้พลังงานความร้อนสร้างอาวุธ ด้วยความที่มีคุณสมบัติแปลกประหลาด สันนิษฐานว่ามีต้นกำเนิดจากต่างดาว เชื่อว่าเเท้จริงเเล้วโอมูอามูอาคือยานอวกาศหรือยานรบ เช่น ยานสำรวจ ยานล่าอาณานิคม ยานเทพเจ้าผู้สร้างอารยธรรมมนุษย์ เป็นต้น บัดนี้ในจักรวาลของเราได้มีการติดต่อกับอารธรรมที่เจริญรุ่งเรืองระหว่างดวงดาวแล้ว เเต่ทางรัฐบาลไม่เปิดเผยให้สาธาณะชนทราบ นอกจากนี้ นักดาราศาสตร์ และนักวิจัยยูเอฟโอได้มีความเห็นตรงกันว่า ในอดีตกาลมีมนุษย์ต่างดาวมาเยี่ยมเยือนโลกของเรา มิใช่เพิ่งจะมาปรากฏในยุคปัจจุบันนี้เท่านั้น และในอนาคตจะมีมนุษย์ต่างดาวมาเยี่ยมเยือนโลกของเรามากขึ้นเรืยยๆ แต่สาเหตุที่การติดต่อระหว่างมนุษย์ต่างดาวกับมนุษย์โลกมีเพียงบางกลุ่มนั้น อาจเนื่องมาจากเหตุผลหลายประการ เช่น มนุษย์ต่างดาวอาจไม่ต้องการให้เราทราบถึงสิ่งที่กำลังปฏิบัติการอยู่บนโลก หรือมนุษย์ต่างดาวมีสัญชาติญาณกลัวมนุษย์โลกจะทำร้าย จึงปฏิบัติการในลักษณะลับๆ บางครั้งก็เป็นเจตนาของมนุษย์ต่างดาวที่ต้องการมาสำรวจโลกเราโดยไม่ต้องการติดต่อกับใครเลย นอกจากนั้น อุปสรรคในการสื่อภาษา และความเข้าใจซึ่งกัน และกันก็เป็นสาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่ง มนุษย์ต่างดาวอาจมีความเจริญก้าวหน้าทางวัฒนธรรม และเทคโนโลยีสูง ถึงอย่างไรก็ตาม แม้จะมีปัญหาหรืออุปสรรค นักวิจัยยูเอฟโอ เเละนักดาราศาสตร์ก็พยายามที่จะหาทางติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวต่อไป เนื่องจากหลายฝ่ายคิดว่า ในอนาคตคงจะมีคุณประโยชน์มากมายมหาศาลต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์

อ้างอิง : wikipedia