หินอิคา ผู้มาเยือนจากต่างดาว

หินอิคา ไดโนเสาร์ สัตว์โลก 65 ล้านปี
ภาพ : wikipedia

หินอิคา (Ica Stones) ค้นพบที่เมืองอิคา ประเทศเปรู หินอิคาเป็นหินอัคนีหรือหินภูเขาไฟ มีขนาดตั้งแต่ 3x2.5x1.5 ซม. ถึง 40 ซม. มีอายุประมาณ 500-1,500 ปี รู้จักกันในชื่อก้อนหินเเห่งอิคา คาดว่าน่าจะเป็นของสะสมจากอาณาจักรอินคาในศตวรรษที่ 13-14 หินเหล่านี้มีรอยสลักเเปลกๆ เชื่อกันว่าเป็นเรื่องราวต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ที่หิน ประกอบไปด้วยเรื่องราวทางการแพทย์ เช่น ผ่าตัดหัวใจ, ปลูกถ่ายสมอง เเละยังมีรูปเเผนที่, ดวงดาว, นักบินอวกาศ, สัตว์, อารยธรรม, บ้าน แต่ที่น่าทึ่งที่สุดก็คือ มนุษย์ขี่ไดโนเสาร์ มนุษย์กำลังล่าไดโนเสาร์ ทั้งๆ ที่ไดโนเสาร์ได้สูญพันธุ์ไปกว่า 65 ล้านปีเเล้ว แต่ทำไมจึงมีภาพมนุษย์ปรากฏอยู่ด้วย เป็นไปได้ไหมว่ามนุษย์อาจเดินทางข้ามเวลาไปยังยุคโดโนเสาร์เพื่อล่าสัตว์ เหมือนในหนังการ์ตูนโดราเรมอน ปัจจุบันก่อให้เกิดความสับสนเเก่นักโบราณคดีเป็นอย่างมาก โดยที่ไม่สามารถอธิบายเรื่องนี้ได้ เเละนักวิทยาศาสตร์มองว่าเป็นเรื่องหลอกลวง

หินอิคา มนุษย์สายพันธุ์ต่างถิ่นขี่ไดโนเสาร์
ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 1966 ฮาเวียร์ คาเบรรา ดาร์กัว (Javier Cabrera Darquea) แพทย์ชาวเปรู ได้รับหินที่แกะเป็นรูปปลาโบราณที่คาดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว เป็นของขวัญวันเกิดจากเพื่อนๆ หินนี้เพื่อนเล่าว่านำมาจากเมืองอิคา ต่อมา ดาร์กัวเกิดความหลงใหลเริ่มสนใจในหินอิคามาก โดยหมกมุ่นอยู่กับก้อนหิน เขาสร้างพิพิธภัณฑ์ และทิ้งอาชีพแพทย์ของเขา และทุ่มเทเวลาที่เหลือในการเก็บรวบรวมหินที่เขาได้รับมาจากชาวบ้าน  ดาร์กัวเก็บสะสมหินอิคาเรื่อยมาจนถึงช่วงปี 1970 คาดว่าเขามีไว้ครอบครองประมาณ 15,000 ก้อน ดาร์กัวได้ตีพิมพ์หนังสือมีชื่อว่า The Message of the Engraved Stones of Ica  ดาร์กัวเผยว่า หินอิคามีความเชื่อมโยงกับเส้นนาซก้า (Nazca Lines) อีกทั้ง เขาได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์เพื่อจัดแสดงงานสะสมของเขาด้วย

ดาร์กัวพยายามศึกษาค้นคว้า เพื่อถอดรหัสประวัติศาสตร์ของอารยธรรมที่เขาเชื่อว่าสร้างหินเหล่านี้  ดาร์กัวเชื่อว่าเผ่าพันธุ์ต่างถิ่นที่เขาเรียกว่ามนุษย์น้ำแข็ง (Gliptolithic Man) เป็นผู้สร้างหิน เเละมีเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งอยู่ร่วมกับไดโนเสาร์ เเละมีมนุษย์ต่างดาวมาเยี่ยมเยือนโลก และสอนมนุษย์นํ้าเเข็งเกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง และปล่อยให้มนุษย์เผ่าพันธุ์ใหม่ๆ เข้ามาปกครองโลกเเทน และมนุษย์ยุคใหม่ได้รับการดัดแปลงทางพันธุกรรมโดยเกิดขึ้นเมื่อ 10 ล้านปีก่อน สิ่งที่ดาร์กัวค้นคว้าเกิดผลกระทบทางโบราณคดีอย่างมาก เช่น จุดเริ่มต้นของมนุษย์ เเละการสร้างข้อสรุปว่ามนุษย์อาศัยอยู่กับไดโนเสาร์ขัดแย้งกับหลักฐานทางโบราณคดีเป็นอย่างมาก

หินอิคา ไดโนเสาร์กินมนุษย์ต่างถิ่น
ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 1973 บาซิลิโอ (Basilio Uschuya) ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับอีริค ฟอน ดานิเก้น (Erich von Däniken) เขายืนยันว่าเขาได้ปลอมแปลงหิน เขาบอกว่าเป็นเรื่องหลอกลวงเพื่อการค้า เขาทำหินอิคาปลอมขึ้นมาเพื่อขายให้นายแพทย์ดาร์กัว เเละยังบอกด้วยว่ามีบางส่วนเป็นหินอิคาของจริง ซึ่งเขาได้ขายไปเเล้ว ที่ขายไปเพราะเป็นวัตถุโบราณคดีที่หายาก ซึ่งตัวเขาเองต้องการเงินไปใช้จ่าย เเละทำหินอิคาอันใหม่ เพื่อเลี้ยงชีพ

ค.ศ. 1977 สารคดี BBC ตอน เส้นทางสู่พระเจ้า (Pathway to the Gods, Uschuya) ได้ทำการวิเคราะห์ก้อนหิน ได้เปิดเผยเอกสารว่า บาซิลิโอ คือผู้ทำการปลอมหินอิคายุคใหม่ออกมา โดยใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรมแกะลายลงบนหิน แล้วนำหินไปเผาด้วยมูลวัว เพื่อนำไปขาย ต่อมาทำให้เจ้าหน้าที่เปรูจับกุมบาสิลิโอ เนื่องจากเป็นการขายสินค้าโบราณคดีอย่างผิดกฎหมาย บาสิลิโอยอมรับว่าเป็นคนหลอกลวง กล่าวว่า "การทำหินเหล่านี่ทำได้ง่ายกว่าการเพาะปลูกที่ดิน" เขายังบอกด้วยว่าไม่ได้ทำก้อนหินทั้งหมด เเละมีนักเเกะสลักคนอื่นๆ ทำด้วย เขาไม่ได้รับการลงโทษ และยังคงขายหินให้กับนักท่องเที่ยวเป็นเครื่องประดับเล็กๆ อยู่เรืยยมา

ค.ศ. 1998 เบงเต ปารีส (Vicente Paris) ได้ทำการตรวจสอบหินอิคา และพบว่าบนหินอิคาปรากฏร่องรอยของสีสมัยใหม่ บ่งชี้ว่าหินเป็นเรื่องหลอกลวง เพราะรอยแกะสลักดูคมชัดเกินกว่าที่จะเป็นงานศิลปะในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 ซึ่งหินมีร่องรอยของสี และสารกัดกร่อนที่ทันสมัยเกินไป

หินอิคา มังกร สัตว์ในตำนาน
ภาพ : wikipedia

ห้องปฏิบัติการจำนวนมากได้รับการยืนยันว่ามีการตรวจสอบความถูกต้องของหิน และภาพแกะสลัก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กระเเสหลักบอกว่าหินอิคาเป็นของเรื่องที่กุขึ้นมาเอง นักวิทยาศาสตร์ให้ความเห็นว่า ผู้ศรัทธาในทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณมีความพยายามที่จะใช้หินอิคาเป็นหลักฐานการสูญหายของอารยธรรมขั้นสูง ที่มีมนุษย์ต่างดาวมาเกี่ยวข้อง และมักอ้างประวัติศาสตร์ว่าเป็นหลักฐานตำนานโบราณว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง ซึ่งเเท้จริงเเล้วไม่ได้รับการสนับสนุนในทางวิทยาศาสตร์ หรือชุมชนวิชาการใดๆ เลย

นักวิจัยยูเอฟโอเชื่อว่า หินอิคาเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า มนุษย์มีชีวิตอยู่ร่วมกับไดโนเสาร์เมื่อ 65 ล้านปีก่อน โดยปฏิเสธทฤษฎีวิวัฒนาการของชาลส์ ดาร์วิน เเละยังเชื่อทฤษฎีที่ว่าการเดินทางข้ามเวลามีอยู่จริง ซึ่งอาจมีมนุษย์เดินทางไปอดีตหรืออนาคตได้ ดังเช่น การ์ตูนโดราเอมอน

อ้างอิง : wikipedia