ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

แคทเทิล มิวทิเลชั่น ยูเอฟโอดูดวัว

แคทเทิล มิวทิเลชั่น ยูเอฟโอดูดวัว
ภาพ : pixabay

แคทเทิล มิวทิเลชั่น (Cattle Mutilations) เหตุการนี้พบอยู่ในอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ ปรากฏการณ์สัตว์เลี้ยงในไร่ วัวโดนตัดเอาอวัยวะสำคัญบางส่วนไป อวัยวะที่ถูกเฉือนไปนั้นเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ หู ลิ้น หัวใจ ไม่มีรอยเลือด ไม่มีร่องรอยการดิ้นรน และทิ้งซากสัตว์จำนวนมากไว้ในทุ่ง มีรายงานการพบรังสีในที่เกิดเหตุด้วย เมื่อนำเนื้อเยื่อสัตว์ไปตรวจสอบพบว่า ซากสัตว์เหล่านี้มีการเน่าเปื่อยไวกว่าปกติถึง 3 เท่า จึงเป็นปริศนา สัตว์บางตัวถูกตัดอวัยวะที่ลึกลงไปถึง 18 นิ้ว โดยไม่มีรอยแผลเหวอะหวะแม้แต่นิดเดียว แพทย์ลงความเห็นว่า แผลที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากการใช้แสงเลเซอร์ในการผ่าตัด นอกจากนี้บริเวณที่เกิดเหตุพบว่าไม่มีรอยเท้าของสัตว์หรือคนเลย ไม่มีทั้งรอยเลือดหยดอย่างที่ควรจะเป็น เเละที่สำคัญตามหลักฐานยังสื่อให้เห็นว่าสัตว์น่าจะถูกดึงตัวให้ลอยขึ้นสู่ที่สูง จากนั้นสัตว์ก็ถูกทิ้งลงมาจากกลางอากาศ เนื่องจากมีหลายตัวที่โดนช้ำเเหละ และกระดูกหัก อันเป็นร่องรอยของการตกจากที่สูง และพื้นดินมีรอยกระแทกอย่างเห็นได้ชัดเจน หลายจุดพบซากที่มีต้นไม้ใหญ่ บรรดากิ่งไม้ ยอดไม้ของพืชใกล้เคียง ต่างหักกระจัดกระจาย ซึ่งคาดว่า มันหักเพราะซากสัตว์ถูกทิ้งลงมาจากที่สูง จากการสำรวจพบอีกว่า มีวัวจำนวนนับร้อยตัวนั้น มีร่องรอยประหลาดอยู่ตามตัว เกิดจากการฉายรังสีที่มีคุณสมบัติเรืองแสง อย่างไรก็ตาม มีการตั้งทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก เเละไม่สามารถไขปริศนานี้ได้

ทฤษฎีที่ 1 กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเกิดจากการทดลองอาวุธชีวภาพของทางรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเหตุผลที่สนับสนุนทฤษฎีนี้ก็คือ มีผู้เห็นเฮลิคอปเตอร์สีดำไม่ปรากฎสัญชาติบินอยู่เหนือท้องทุ่งยามค่ำคืน ต่อมารุ่งเช้าชาวไร่ออกมาดูท้องทุ่งก็จะเหลือเพียงซากวัว แต่ก็แทบไม่มีหลักฐานใดๆ มาสนับสนุนมาก เพราะเป็นเพียงคำบอกเล่า

ทฤษฎีที่ 2 กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเกิดจากฝีมือของสัตว์ประหลาดดูดเลือดที่ชื่อว่า ชูพาคาบรา (Chupacabra) มีรายงานการพบเห็นเจ้าตัวนี้มาในแถบแคริเบียน อเมริกาใต้ ผู้พบเห็นชูพาคาบราบรรยายว่า สูง 4 ฟุต ผิวหนังสีเทา ดวงตาสีแดง มีขาคล้ายจิงโจ้ และมีเดือยแหลมที่หลัง บางรายกล่าวว่า มันมีทั้งปีก และบินได้ด้วย โดยมันจะออกล่าเหยื่อในยามค่ำคืน มันจะจัดการกับเหยื่อด้วยการดูดเลือด และบางครั้งจะเจาะเอาอวัยวะภายในออกไปกินที่อื่น มีบางคนเชื่อว่ามันเป็นสัตว์ทดลองของรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่นักวิจัยยูเอฟโอเชื่อว่ามันเป็นสัตว์จากต่างดาว ที่ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้บนโลก เนื่องจากเป็นตำนานท้องถิ่น ทำให้มีผู้ที่เชื่ออยู่ไม่น้อย

ทฤษฎีที่ 3 กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเกิดจากฝีมือของมนุษย์ต่างดาว โดยจานผีจะบินมาลอยอยู่เหนือท้องทุ่ง เเล้วเปล่งลำแสงเพื่อดูดวัวเข้าไปภายในยาน หลังจากนั้นมนุษย์ต่างดาวจะทำการชำแหละวัวเพื่อศึกษาอวัยวะต่างๆ นักวิจัยยูเอฟโอ และผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า สัตว์เหล่านี้อาจถูกลักพา และถูกผ่าตัดโดยมนุษย์ต่างดาว เพราะบรรดาชาวไร่ต่างพากันมองเห็นแสงประหลาดสีส้มอยู่บ่อยครั้ง มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 ฟุต มันลอยอยู่เหนือพื้นดินร้อยกว่าฟุต ล่องลอยไปตามบริเวณที่พบซากสัตว์ตาย ชาวไร่ได้เรียกดวงไฟนี้ว่าบิ๊ก มามา (Big Mama) นอกจากนั้น บริเวณที่พบใกล้กับจุดที่พบซากสัตว์ มีร่องรอยคล้ายกับการลงจอดของยานอวกาศด้วย

ทฤษฎีที่ 4 กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าวัวได้ตายโดยธรรมชาติ เหตุเพราะสภาพอากาศที่ร้อน จึงทำให้เกิดการย่อยสลาย เกิดแก๊สที่ทำให้ท้องแตก และบริเวณนั้นมีเพียงสัตว์กินซากขนาดเล็กซึ่งเป็นเเมลงไม่สามารถฉีกหนังอันหนาของวัวได้เลย มันจึงกินแต่อวัยวะภายใน ทำให้ซากวัวมีสภาพตามที่พบ โดยได้ทำการทดลองจริง ด้วยการเอาศพวัวมาวางไว้กลางแจ้งเป็นเวลาติดต่อกันหลายสัปดาห์ และมีคนเฝ้าสังเกตุการณ์ตลอด จนได้ข้อสรุปว่าอาจเป็นไปได้ที่สัตว์แมลง (Blow flies) จะกิน แต่ข้อสรุปนี้ก็ยังไม่ได้รับความเชื่อถือจากเหล่าชาวบ้าน

อ้างอิง : wikipedia