ภูเขาเนมรุต ผู้มาเยือนจากต่างดาว

ภูเขาเนมรุต
ภาพ : wikipedia

ภูเขาเนมรุต (Mount Nemrut) อยู่ที่เมืองอาดึยามัน (Adiyaman) ประเทศตุรกี ภูเขาเนมรุตตั้งอยู่บนภูเขาสูง 2,134 เมตร ภูเขาเเห่งนี้ไม่มีต้นไม้คล้ายกับเป็นเมืองทะเลทราย มองดูโดยรอบมีความสวยงามของภูเขา และเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสุสานกษัตริย์แห่งอาณาจักรโคมายานา (Kingdom of Commagene) สถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

62-38 ปีก่อนคริสตกาล กษัตริย์แอนติโอด์ที่ 1 ธีโอส เเห่งโคมายานา (Antiochus I Theos of Commagene) สร้างสถานที่เเห่งนี้บนภูเขาสูง ซึ่งทำเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วยรูปปั้นขนาดใหญ่สูง 8-9 เมตร ศีรษะเทพขนาดความสูง 2 เมตร ด้วยศีรษะประกอบด้วยเทพเจ้าเนมรุต, เทพเจ้าเปอร์เซีย, เทพเจ้ากรีก, เทพเจ้าสิงโต, เทพเจ้านกอินทรี รูปปั้นเหล่านี้ถูกจัดทำขึ้นโดยมีชื่อของพระเจ้าแต่ละองค์ ศีรษะของรูปปั้นมีขั้นตอนถูกนำออกจากร่างกาย และถูกจัดตั้งไว้อยู่ด้านร่างของร่างกาย

ภูเขาเนมรุต
ภาพ : wikipedia

อาณาจักรโคมายานาต่อสู้รบกับอาณาณาโรมันจนพ่ายเเพ้ อาณาจักรโคมายานาจึงถูกปกครองโดยกษัตริย์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 แห่งมาเกโดนีอา (Alexander III of Macedon) เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ อาณาจักรโคมานายาก็ปกครองด้วยตัวเอง ต่อมาวัฒนธรรมต่างๆ ของอาณาจักรโคมานายาก็เป็นอารยธรรมกรีกรวมกับความเชื่อของคนพื้นเมืองดั่งเดิม โคมานายาเป็นเอกราชอยู่ 200 ปี ก่อนจะรวมเข้ากับจักรวรรดิโรมันในเวลาต่อมา

ค.ศ. 1881 คาร์ล ซีซเทอะ (Karl Sester) นักโบราณคดี วิศวกรเยอรมัน ผู้ค้นพบภูเขาเนมรุต เขาได้อุทิศชีวิตให้สถานที่เเห่งนี้ เขาได้ประเมินศึกษาสถานที่เเห่งนี้  มีการขุดค้นเเต่ไม่สามารถเปิดเผยหลุมฝังศพของเหล่ากษัตริย์ได้ อย่างไรก็ตามเขายังคงเชื่อว่าภูเขาเนมรุตเป็นที่ฝังศพของเหล่ากษัตริย์ เเละให้ความเห็นว่ารูปปั้นศีรษะทั้งหมดถูกตัดศีรษะ ซึ่งไม่ได้ถูกตั้งใจสร้างให้เป็นเเบบนี้ เเละไม่ได้รับการคืนสภาพเดิม

ค.ศ. 1987 ภูเขาเนมรุตถูกจัดให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (Unesco) มีนักท่องเที่ยวแวะไปเยี่ยมเยือนในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคมเป็นจำนวนมาก เป็นสถานที่ยอดนิยมในการเดินทางด้วยรถ และมีรถประจำทางไปยังพื้นที่ และสามารถเดินทางจากเฮลิคอปเตอร์ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีนักโบราณคดีศึกษาเพิ่มเติมอยู่เป็นจำนวนมาก

ช่องปริศนาเเห่งภูเขาเนมรุต
ภาพ : flickr

ปริศนาภูเขาเนมรุต คือ มีช่องปริศนาทำมุม 45 องศา ลึกเข้าไป ยาว 150 เมตร เชื่อมโยงไปยังภายในภูเขา โดยคาดว่าจะพบศพกษัตริย์ เเต่เมื่อนักโบราณคดีสำรวจลึกเข้าไปกลับไม่พบอะไรเลย ทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณเสนอว่า เเต่ละปี มี 2 วัน ที่พระอาทิตย์ส่องเเสงเข้าไปยังช่องปริศนานี้ ครั้งที่ 1 กลุ่มดาวสิงโตปรากฏไปด้านทางเหนือ ครั้งที่ 2 กลุ่มดาวนายพรานปรากฏไปด้านทางใต้ เส้นทางเดินเเสงนี้ชาวเมโสโปเตเมียเชื่อว่าเป็นเส้นทางสู่สรวงสวรรค์ โดยกษัตริย์จะสามารถเดินทางกลับดาวได้

อ้างอิง : wikipedia