ปัญญาชนยุคเรืองปัญญา กล่าวถึงสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์

มนุษย์ต่างดาวบนดวงจันทร์
ภาพ : pixabay

การก้าวเข้าสู่ช่วงยุคสมัยใหม่เเห่งยุคเรืองปัญญา ผู้คนเริ่มหันมามองวิทยาศาสตร์ เพื่อเฝ้ามองดวงดาวยามคํ่าคืน วิทยาศาสตร์ใช้เหตุผลเพื่อแสดงความคิดเห็นทางสังคม เพราะเชื่อมั่นว่าความมีเหตุผลจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ การแสดงความคิดเห็นทางสังคมเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการปกครอง จึงมีคำถามใหม่เกิดขึ้นมาว่าเเท้จริงเเล้ว เราเป็นใคร เรามาจากไหน เรามาทำอะไรที่นี่

ค.ศ. 1608 ฮานส์ ลิเพอร์ซี (Hans Lippershey) ช่างทำแว่นตา คิดค้นกล้องโทรทรรศน์ประเภทแรก คือ กล้องโทรทรรศน์หักเหแสง (Refracting telescope) คุณสมบัติการขยายภาพเมื่อนำเลนส์นูนสองชิ้นมาเรียนกันในระยะที่เหมาะสม

ค.ศ. 1609 กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) บิดาแห่งดาราศาสตร์ ผู้ปฏิวัติแนวคิดใหม่ว่าโลกไม่ใช่เป็นศูนย์กลางของจักรวาล เเละเป็นบุคคลแรกที่ริเริ่มนำกล้องโทรทรรศน์มาใช้สังเกตดวงดาว

ค.ศ. 1668 ค็อตตอน เมเทอร์ (Cotton Mather) นักปฏิวัติเเห่งนิวอิงแลนด์ กล่าวว่า "ผมกำลังเฝ้าดูดวงจันทร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์หักเหแสง ผมเห็นมีเเสงไฟเคลื่อนที่บินผ่านดวงจันทร์" บันทึกนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในคลังของนาซ่า (NASA’s Chronological Catalog of Reported Lunar Events)

ค.ศ. 1692 เอ็ดมันด์ แฮลลีย์ (Edmond Halley) บิดาเเห่งดาวหาง ได้อภิปรายต่อราชสมาคมแห่งลอนดอน (Royal Society) กล่าวว่า "ดวงจันทร์กลวงมีทางเข้าซ่อนอยู่ ทุกชีวิตบนโลกใบนี้ไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากดวงจันทร์ ดวงจันทร์ก่อให้เกิดนํ้าขึ้นนํ้าลง หากไม่มีนํ้าขึ้นนํ้าลง สิ่งมีชีวิตบนโลกจะไม่เกิด"

ค.ศ. 1783 เซอร์ จอห์น เฮอร์เชล (Sir John Herschel) นักดาราศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ ผู้คิดค้นสำเนาพิมพ์เขียว เเละกระดาษคาร์บอน ผู้พบเห็นเเสงไฟสามครั้งต่อเนื่องกันบนดวงจันทร์ในปี ค.ศ. 1783, 1787, 1821 กล่าวว่า "มีแสงจ้าในช่วงอุปราคา ความสว่างประมาณ +4 จุดที่เห็นได้เรืองแสงเหมือนถ่านไหม้บนดวงจันทร์"

ค.ศ. 1794 เนวิล มาสเกลีน (Nevil Maskelyne) นักดาราศาสตร์ ผู้วัดน้ำหนักของโลก กล่าวถึงดวงจันทร์ว่ามีเเสงไฟ เเละรายงานไปที่ราชสมาคมแห่งลอนดอน (Royal Society)

ค.ศ. 1843 วิลเลียม เฮอร์เชล (William Herschel) บิดาเเห่งดาวยูเรนัส เรียกร้องให้ราชสมาคมแห่งลอนดอนศึกษาเรื่องจุดสว่าง เเละแสงไฟบนดวงจันทร์

ค.ศ. 1869 ราชสมาคมแห่งลอนดอน (Royal Society) ดาราศาสตร์แห่งบริเตนใหญ่ ดำเนินการศึกษาเเสงไฟบนดวงจันทร์ 3 ปี ในภูมิภาคหลุมอุกกาบาต (Mare Crisium) ของดวงจันทร์

ค.ศ. 1869 พาเวล โจเซฟ ซาฟาริก (Pavol Jozef Safarik) นักประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์วิทยา กล่าวว่า "ผมสังเกตวัตถุหลายอย่างบนดวงจันทร์ในช่วงแรกของจันทรุปราคา ซึ่งได้รับการยืนยันมีเเสงไฟบินจริง"

ค.ศ. 1874 นิโคลัส เลเมอรี่ (Nicolas Lemery) นักเล่นแร่แปรธาตุ ผู้พัฒนาทฤษฎีเคมีกรด -เบส (Arrhenius Acid-Base) กล่าวว่า "พบเห็นวัตถุสีดำจำนวนมากบินบนดวงจันทร์"

อ้างอิง : wikipedia