ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

สายพันธุ์มนุษย์ต่างดาว



สายพันธุ์มนุษย์ต่างดาว จักรวาลเต็มไปด้วยชีวิต นี่เป็นคำอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างดาวที่นักวิจัยยูเอฟโอรู้จัก เเละมีความเป็นไปได้สูงจนหนังหลายๆ เรื่อง ในศตวรรษที่ 21 ทำหนังออกมามากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปัจจุบันเรื่องราวทฤษฎีสบคบคิดเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านเรื่องแต่งต่างๆ ซึ่งปรากฏในนิยายวิทยาศาสตร์ การ์ตูน และภาพยนตร์ จนทำให้ดูเหมือนเรื่องตลกหรือเรื่องเเต่ง เเต่หารู้ไม่ เรื่องเหล่านี้อาจเป็นความจริงก็ได้ไม่มากก็น้อย โดยเเท้จริงเเล้วล้วนเป็นจริงในศตวรรษที่ 19-20 ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดวงจันทร์ไททัน ดวงจันทร์ยูโรปา ล้วนเเล้วก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ การแบ่งประเภทมนุษย์ต่างดาวรวมไปถึงมนุษย์โลกเราก็ถือว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวเหมือนกันมีดังนี้ครับ

ภาพ : wikipedia

โฮโม เซเปียนส์ (Homo sapiens) มีความหมายว่า มนุษย์ เริ่มปรากฏขึ้นที่โลกเมื่อประมาณ 300,000 ปีก่อน พัฒนาตัวเองขึ้นในประเทศเเอฟริกา เเละกระจายไปทั่วโลก เเละเป็นผู้ครอบครองดาวโลกในที่สุด อาศัยอยู่ในระบบสุริยะ กาเเล็กซี่ทางช้างเผือก (The Milky Way Galaxy) ลักษณะรูปร่างยืนตัวตรง กระดูกสันหลังตั้งตรง เคลื่อนที่ด้วยสองขา ช่วงขายาวกว่าแขน สูงประมาณ 160-180 ซม. ความสามารถความคิดสร้างสรรค์แบบก้าวกระโดด ชอบทำสงคราม ชอบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตัวเอง จนสูญพันธุ์หลายครั้ง ชอบฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มีการเชื่อมโยงถึงทฤษฎีอุกกาบาตดาวอังคารชื่อ เอแอลเอช 84001 (ALH 84001) ที่ตกลงสู่พื้นผิวโลกทวีปแอนตาร์กติกาเมื่อประมาณ 13,000 ปีก่อน มีความเป็นไปได้ว่าชาวดาวอังคารถูกอุกกาบาตชนจนสูญพันธุ์กลายเป็นดาวทะเลทราย เเละมีอุกกาบาตบางส่วนกระเด็นมาที่โลกนำพันธุกรรม ยีน ดีเอ็นเอ กรดนิวคลีอิก (nucleic acid) ที่อยู่ในอุกกาบาตตกสู่โลก ผสมเข้ากับนํ้าทะเล ภูเขา ดิน จนทำให้โฮโม เซเปียนส์ ดื่มกิน จนมีวิวัฒนาการเข้าสู่ยุคหิน เเละก้าวกระโดดจนครอบครองดวงดาวได้ นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่าอาจมีความเป็นไปได้  เเละทฤษฎีอื่นๆ อีกมาย

อันดับสายพันธุ์วิวัฒนาการบรรพบุรุษมนุษย์มีดังนี้

  • 55-58 ล้านปี ไพรเมต (Primate), แอนโทรพอยด์(Anthropoid)
  • 23-25 ล้านปี โฮมินอยด์ (Hominoid), โพรคอนซุล (Proconsul), อะโฟรพิเทคัส (Afropithecus), โมโรโตพิเทคัส (Morotopithecus), เคนยาพิเทคัส (Kenyapithecus), เทอร์แคนาพิเทคัส (Turkanapithecus), ไดรโอพิเทคัส (Dryopithecus), ศิวะพิเทคัส (Sivapithecus), ลูเฟงพิเทคัส (Lufengpithecus), ไจแกนโทพิเทคัส (Gigantopithecus)
  • 15-20 ล้านปี โฮมินิดส์ (Hominids), ซาเฮลแอนโทรปัส (Sahelanthropus), ออร์โรริน (Orrorin), อาร์ดิพิเธคัส รามิดัส (Ardipithecus ramidus)
  • 7-3.5 ล้านปี ออสตราโลพิเทคัส (Australopithecus), ออสตราโลพิเทซีนส์ กราไซล์ (Australopithecines gracile), ออสตราโลพิเทซีนส์ โรบัสต์ (Australopithecines robust), ออสตราโลพิเทคัส อะนาเมนซิส (Australopithecus anamensis), ออสตราโลพิเทคัส อะฟาเรนซิส (Australopithecus afarensis),
  • ออสตราโลพิเทคัส บาห์เรลกาซาลี (Australopithecus bahrelghazali), ออสตราโลพิเทคัส แอฟริกานัส (Australopithecus africanus), ออสตราโลพิเทคัส การ์ฮี (Australopithecus garhi), ออสตราโลพิเทคัส เอธิโอปิคัส (Australopithecus aethiopicus), ออสตราโลพิเทคัส บัวเซอิ (Australopithecus boisei), ออสตราโลพิเทคัส โรบัสตัส (Australopithecus robustus)
  • 4-1 ล้านปี โฮโม (Homo), โฮโม โฮมินิน (Homo naledi), โฮโม แฮบิลิส (Homo habilis), โฮโม อีเรกตัส (Homo erectus), โฮโม รูดอล์ฟเฟนซิส (Homo rudolfensis), โฮโม เออร์แกสเตอร์ (Homo ergaster),โฮโม แอนติเซสเซอร์ (Homo antecesser), โฮโม ไฮเดลเบอร์เกนซิส (Homo heildelbergensis), โฮโม โรดีเซียนซิส (Homo rhodesiensis), โฮโม นีแอนเดอร์ธาลเอนซิส (Homo neanderthalensis), โฮโม เซเปียนส์ (Homo Sapiens) - เราอยู่ตรงนี้ครับ

ภาพ : wikipedia

เกรย์ (Grey) มาจากระบะดาว เซตา เรติคูลิ (Zeta Reticuli) อยู่ห่างจากโลกราว 39.17 ปีแสง อยู่ระบบดาวซีตาในกลุ่มดาวตาข่าย ลักษณะรูปร่างคล้ายมนุษย์โลก สูงประมาณ 110-140 ซม. ผิวสีเทา หัวโต มีดวงตาสีดำสนิท ไม่มีหู ไม่มีขน ไม่มีริมฝีปาก ปากเล็ก นิ้วเรียวยาว เลือดเป็นสีเทาแกมน้ำเงิน มีความสามารถในการสื่อสารด้วยโทรจิต เป็นมนุษย์ต่างดาวที่มีรายงานการพบเห็นมากที่สุด และมีรายงานการลักพาตัวมนุษย์โลกไปมากที่สุด ชอบจับสิ่งมีชีวิตที่ด่อยพัฒนาไปทดลองเพื่อการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ มีการเชื่อมโยงถึงทฤษฎีสมคบคิดโดย จอมพล ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ (Dwight D. Eisenhower) ได้ทำข้อตกลงกับมนุษย์ต่างดาวเกรย์เพื่อแลกกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เเละตกลงให้จับชาวอเมริกันไปทดลองได้ เพื่อให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ปกป้องดาวโลก เช่น อาวุธยิงดาวเคราะน้อย นิตยสารไทม์สำรวจวิจัยชาวอเมริกา พบว่ามีผู้เชื่อเชื่อทฤษฎีนี้อย่างมาก อ้างอิงจากสารคดียูเอฟโอ เเละผู้เปิดเผยความลับ เช่น เอ็ดการ์ มิตเชล (Edgar Mitchell) บ๊อบ ลาซาร์ (Bob Lazar) เเละทฤษฎีอื่นๆ อีกมาย

ภาพ : wikipedia

เรปทิเลียน (Reptilian) ลักษณะรูปร่างกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์เลื้อยคลาน สูงประมาณ 210-270 ซม. ผิวสีเขียวเป็นเกล็ด มีดวงตาสีเขียวอมดำ หน้าคล้ายหมึกยักษ์ มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนรูปร่างตัวเองมาอาศัยปะปนอยู่กับสังคมมนุษย์โลกมานานตั้งแต่ในอดีต มีความเชี่ยวชาญด้านการควบคุมเศรษฐกิจ เชื่อกันว่านักการเมืองหลายคนบนโลกนี้ก็คือมนุษย์ต่างดาวเรปทิเลียน ด้วยความสามารถในการเปลี่ยนรูปร่างได้ ประกอบกับบุคลิกที่มีความเป็นผู้นำเฉลียวฉลาด จึงทำให้พวกเขากลายเป็นผู้นำในด้านต่างๆ ของสังคมมนุษย์โลก อำนาจที่สำคัญหลายตำแหน่งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา จุดกำเนิดคือ เหตุการณ์การสูญพันธุ์ยุคครีเทเชียส–พาลีโอจีน เหตุการณ์เมื่อ 65 ล้านปีก่อน สายพันธุ์ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ อาจมีความเป็นไปได้หลงเหลือไดโนเสาร์ชนิดหนึ่งชื่อว่า ทรูดอนติเด (Troodontid) เเละมีวิวัฒนาการไปสู่สิ่งมีชีวิตอัจฉริยะที่คล้ายคลึงกับมนุษย์โลก นักธรณีวิทยาได้ค้นพบกะโหลกทรูดอนติเดตัวแรก ได้ตั้งข้อสังเกตว่าในขณะนั้นไดโนเสาร์ EQ ตํ่า เเต่ทรูดอนติเดเมื่อเทียบกับไดโดเสาร์ตัวอื่นๆ EQ สูงกว่าไดโนเสาร์อื่นๆ ถึง 6 เท่า มีแนวโน้มว่าได้มีการวิวัฒนาการได้ดำเนินต่อไปจนถึงยุคปัจจุบัน เเละกรณีสมองทรูดอนติเดสามารถวัดค่าความฉลาดปราดเปรื่องได้ถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับสมองมนุษย์โลก มีการเชื่อมโยงถึงทฤษฎีกลุ่มสมาคมลับอิลลูมินาติ (Illuminati) โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อต้านเเนวคิดเรื่องศาสนา ตั้งเเต่ยุค ประธานาธิบดี จอมพล จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ผู้ปฏิวัติอเมริกัน ประกาศเอกราชจากสหราชอาณาจักร ผู้ร่างรัฐธรรมนูญกฏหมายสูงสุดแห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นเสรีภาพประชาธิปไตย อ้างอิงจากหอจดหมายเหตุแห่งสหรัฐอเมริกา เเละทฤษฎีดาวนิบิรุ (Nibiru) จากนักโบราณคดี ชื่อ เซชาเรีย ซิตชิน (Zecharia Sitchin) เเละหนังสือ The Earth Chronicles เเละทฤษฎีอื่นๆ อีกมาย

ภาพ : wikipedia

นอร์ดิก (Nordics) มาจากระบบสุริยะ อาดาบาลัน (Ada Balan) ลักษณะรูปร่างคล้ายมนุษย์โลก สูงประมาณ 180-210 ซม. ใบหน้าสวยงาม ดวงตาสีฟ้า ผมยาวสีบลอนด์ รูปร่างดี สวมชุดรัดรูป มีวิวัฒนาการสูง เป็นผู้พิทักษ์โลก มีความกังวลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของโลก และมีเป้าหมายเพื่อสันติภาพของโลก มีสหพันธ์กาแล็กซี (Galactic Federation) เป็นพันธมิตรดาวต่างๆ มากมาย เช่น โดรเมด้า (Andromedan), อโพโลเนียน (Apollonian), อาร์คทูเรียน (Arcturians), มัลเดค (Maldeck), โอไรออน (Orion), เพลีเดี้ยนส์ (Pleiadians),  ซีเรียน (Sirians) มีการเชื่อมโยงถึง ชนเผ่าอารยัน (Aryan race) ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเหตุการจานบินตกป่าดำเยอรมนี อดอฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ผู้นำนาซีเยอรมนี ติดต่อกับมนุษ์ต่างดาวพบว่า เป็นชาวนอร์ดิก คล้ายชาวอารยัน จึงมอบศพมนุษย์ต่างดาวที่ตกให้ชาวนอร์ดิก เเละขอเทคโนโยลีจากต่างดาวเพื่อทำสงครามโลกครั้งที่ 2 จุดวัตถุประสงค์ฮิตเลอร์คือจัดระเบียบโลกใหม่ โดยให้โลกถูกปกครองโดยชนเผ่าอารยัน อ้างอิงจากหนัง Fire in the sky (1993) เเละประวัติศาสตร์เยอรมนีในปี 1933-1945 โยเซ็ฟ เกิบเบิลส์ (Joseph Goebbels) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโฆษก โฆษณาชวนเชื่อว่า ชาวเยอรมนีคือชนเผ่าที่สูงกว่ามนุษย์อื่นๆ เสมือนพระเจ้า เเละทฤษฎีอื่นๆ อีกมาย

ภาพ : pixabay

จิตวิญญาณ (Soul) อาศัยอยู่ในมิติที่สูง สติปัญญาสูง มีคุณธรรม จิตใจเมตตากรุณาต่อผู้อื่น ลักษณะรูปร่างไม่มีกายเนื้อ มีผิวสีขาว เป็นพลังงาน ไม่สามารถมองเห็นได้ ช่วยเหลือผู้อื่นไม่หวังผลตอบเเทน ชอบมาเตือนภัยพิบัติ หรือสงครามโลกบ่อยๆ มีการเชื่อมโยงถึงทฤษฎีเหตุการสถานนีทดลองนิวเคลียร์หยุดทำงาน เรือดำนํ้าหยุดทำงาน โรงไฟฟ้าหยุดทำงาน พบเห็นวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติบินปล่อยสัญญาณรบกวนสถานีทดลองอันเป็นความลับของประเทศมหาอำนาจหลายเเห่งในช่วงสงครามเย็น ทั้งสหรัฐฯ เเละโซเวียต จนทั้ง 2 ฝ่าย ประชุมคุยกันว่าพบเห็นสิ่งเดียวกันไหม คำตอบคือ เห็นเเบบเดียวกันเเป๊ะ จึงมีความเป็นไปได้ที่ว่า มนุษย์ต่างดาวสายพันธุ์นี้เป็นผู้มาขัดควางอาวุธไม่ให้เราทำลายกัน อ้างอิงจากหนัง Contact (1997) Knowing (2009) เเละ Interstellar (2014) อ้างอิงจาก ศ.ดร.น.พ.เทพพนม เมืองแมน เเละกลุ่มยูเอฟโอต่างๆ ทั่วโลก เเละทฤษฎีอื่นๆ อีกมาย

ภาพ : flickr

อินเซ็กทอยด์ส (Insectoids) รูปร่างคล้ายกับตั๊กแตนตำข้าว ยืนเหมือนมนุษย์โลก ขายาวแข็งแรงเป็นพิเศษ มีดวงตาขนาดใหญ่ สามารถหมุนคอได้เกือบรอบ 360 องศา ถือเป็นเผ่าพันธุ์โบราณที่ถูกค้นพบว่าอยู่บนโลกนี้ก่อนที่มนุษย์โลกจะถือกำเนิดขึ้น มีการเชื่อมโยงถึงแดนใต้พิภพหรือทฤษฎีโลกกลวง (Hollow world theory) พื้นโลกใต้แอนตาร์กติกา อ้างอิงจาก เอ็ดมันด์ แฮลลีย์ (Edmond Halley) บิดาเเห่งดาวหาง ผู้อภิปรายต่อสมาคมวิทยาศาสตร์เเห่งกรุ่งลอนดอนว่าโลกกลวง เเละพลตรี ริชาร์ด อี. เบิร์ด (Richard E. Byrd) ผู้ขับเครื่องบินไปถึงขั่วโลกใต้ได้เป็นคนเเรก เเละหนังสือนายพลเบิร์ดเขียนอ้างอิงถึงทฤษฎีโลกกลวง ชื่อ The Missing Secret Diary of Admiral Byrd เเละอ้างอิงจากการ์ตูนเรื่อง Doraemon The Movie บุกแดนใต้พิภพ (1987) เเละทฤษฎีอื่นๆ อีกมาย

ภาพ : pexels

โรบอท (Robot) ลักษณะรูปร่างกึ่งมนุษย์กึ่งหุ่นยนต์ เนื้อตัวเป็นโลหะ เหล็ก จักรกล มีระบบ AI ดัดแปลงเปลี่ยนถ่ายอวัยวะให้กลายเป็นหุ่นยนต์ ความสามารถชาญนาญด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ รวมไปถึงการเดินทางข้ามเวลา ไม่ยุ่งกับใคร เป็นเสมือนตำรวจกาเเล็กซี่ ชอบความยุติธรรมที่สุด อ้างอิงจากนักเขียนนิวนิยาย เเละความจินตนาการของนักวิทยาศาสตร์หลายๆ คนเคยกล่าวถึง

ภาพ : wikipedia

ไฮบริด (Hybrids) ลักษณะรูปร่างเหมือนมนุษย์เด็ก มีลักษณะดวงตาคล้ายเกรย์ ผิวสีเขียว จิตใจสูง ใจดี สูงประมาณ 50-90 ซม. มีเสาเรดาร์รับส่งกระเเสโทรจิตระยะไกลถึง 50 ปีเเสง ความสามารถควบคุมจิตใจสิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่งในจักรวาลได้ในระยะทาง 50 ปีเเสง มีการเชื่อมโยงทฤษฎีสมคบคิด เเละประวัติศาสตร์ของการรายงานตั้งเเต่ศตวรรษที่ 12 เเละในปี ค.ศ. 1920 มีผู้พบเห็นไฮบริดจำนวนมาก จึงได้ถูกดัดเเปลงจากตำนานเป็นนวนิยายวิทยาศาสตร์ เเละภาพยนตร์ในเวลาต่อมา

ภาพ : wikipedia

เคลลี่ฮอพกินส์วิลล์ (Hopkinsville) ลักษณะรูปร่างเหมือนมนุษย์เด็ก สีเขียวอมเหลือง ดวงตาสีเหลือง สูงประมาณ 100-120 ซม. มีรายงานการพบใกล้ชิดที่เมืองคริสเตียนเคาน์ตี้ เคนตั๊กกี้ สหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1955 โดยนักวิจัยยูเอฟโอพิจารณาว่าเป็นกรณีที่มีความสำคัญ และเป็นเอกสารที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ยูเอฟโอ

ภาพ : wikipedia

แฟลทวูดส์ (Flatwoods) ลักษณะรูปร่างเหมือนมนุษย์ผสมหุ่นยนต์ สูงประมาณ 300-320 ซม. มีใบหน้าสีดำแดง มีหัวขนาดใหญ่ ลักษณะส่วนหัวคล้ายใบโพ มีสิ่งที่คล้ายผ้าคลุมหรือกระโปรงคลุมช่วงล่างลำตัว ถูกพบเห็นโดยพยานมากมายกว่า 10 คน มีรายงานการพบไกล้ชิดที่เมืองแฟลทวูดส์ บรอกตันเคาน์ตี รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ในคืนวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 1952 เเละมีผู้พบเห็นจานบินของชาวแฟลทวูดส์รูปร่างคล้ายเปลือกหอย ค.ศ. 2010 เเละทางช่องฮิตทรี ทรูวิชันส์ ได้ทำการค้นคว้าเรื่องนี้ในชื่อตอน  Monster Quest Lizard Monster โดยพบซากหัวกะโหลกของสิ่งที่เชื่อว่าเป็นของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บิดเบี้ยว เรียกว่า สัตว์ประหลาดแฟลทวูดส์


อเลสเฮนกา (Aleshenka) ลักษณะรูปร่างตัวเล็ก ผิวสีเทา สูงประมาณ 25 เซนติเมตรยาว (9.8 นิ้ว) ผิวสีดำ มีจุดด่างดำเป็นจำนวนมากตามร่างกาย มีหลักฐานว่าถูกค้นพบที่เมือง Kyshtym เขตภูมิภาค เชเลียบินสค์ ประเทศรัสเซีย ในปี ค.ศ. 1996 โดยสถาบันพันธุศาสตร์เปิดเผยว่าวิเคราะห์ดีเอ็นเอ ดีเอ็นเอของอเลสเฮนกาเป็นที่มาไม่ทราบ นอกจากนี้ยังได้ทดสอบรังสี แต่ไม่ได้แสดงในระดับรังสีสูง มีข้อโต้เเย่งว่าเป็นทารกในครรภ์มีลักษณะผิดปกติ


ภาพ : wikipedia

ทอไวท์ (Tall whites) มาจากระบบดาวดวงแก้ว (Arcturus) อยู่ห่างจากโลกราว 36.66 ปีแสง ลักษณะรูปร่างคล้ายมนุษย์โลก สูงประมาณ 230-250 ซม. ผิวสีขาวส่องสว่างจ้า ผมสีบลอนด์ ดวงตาสีฟ้าเเละเเดง รูปร่างหุ่นสะโพกสวยงาม อายุประมาณ 600-800 ปี สวมชุดอลูมินั่มสีเหลืองเเละขาว มีสติปัญญาระดับสูงส่งทางศีลธรรม สมองประมวลผลเร็วกว่ามนุษย์ 3.5 เท่า ความสามารถชาญนาญด้านประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้ เช่น ชุดสวมใส่ต้านเเรงโน้มถ่วง เเละป้องการอาวุธต่างๆ เช่น กระสุนปืน ระเบิด นิวเคลียร์ ชุดสามารถเปล่งแสงสามารถทำร้ายดวงตาของมนุษย์ได้ มียานอวกาศเป็นรูปไข่สีขาว ผู้เปิดเผยคือ ชาร์ล ฮอลล์ (Charles Hall) นักฟิสิกส์นิวเคลียร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นายพลสหรัฐฯ ในช่วงปี 1950 ติดต่อกับชาวทอไว เพื่อเเลกเปลื่ยนเทคโลยี เเละได้เทคโนโลยีสื่อสารเป็นการตอบเเทน เเละนักวิจัยยูเอฟโออื่นๆ ทั่วโลกยืนยันว่านี้คือเรื่องจริง


ภาพ : wikipedia
ชูปากาบรา (Chupacabra) หรือตัวดูดเลือดแพะ มีรูปร่างคล้ายกิ้งก่า ตัวสีเขียวอมเทา ชอบดูดเลือดแพะ หรือวัวเป็นอาหาร ซึ่งหลายคนเชื่อว่ามันคือมนุษย์ต่างดาว เนื่องจากมีชาวเมืองเห็นเจ้าตัวนี้ป้วนเปี้ยนอยู่ตามทุ่งหญ้า คอยดูดเลือดสัตว์เลี้ยงจนแห้งตาย



ปีศาจโดเวอร์ (Dover Demon) เป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับที่ปรากฏตัวที่เมืองโดเวอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1977 ตามคำกล่าวอ้างของวัยรุ่นชาวอเมริกัน 4 คน ใน 3 เหตุการณ์ 3 สถานที่ แต่ทั้ง 3 สถานที่นั้นเชื่อมต่อถึงกัน โดยทั้งหมดอยู่ในรัศมีราว 2.5 ไมล์ เมื่อข่าวนี้ได้แพร่กระจายออกไป สื่อมวลชนโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ได้เรียกขานชื่อของสิ่งมีชีวิตประหลาดนี้ว่า ปีศาจโดเวอร์ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ วอลเตอร์ เว็บบ์ แห่งองค์กรวิจัยปรากฏการณ์บนท้องฟ้า กับโจเซฟ นีแมน แห่งสมาคมข่ายงานศึกษาจานบินร่วมกัน และ เอ็ด ฟอกก์ แห่งสมาคมศึกษาจานบินของนิวอิงแลนด์ ได้เข้าร่วมศึกษาบุคคลที่ประสบเหตุการณ์เหล่านี้ ซึ่งแม้ว่าในช่วงที่ผู้คนพบเห็นปีศาจโดเวอร์จะไม่เห็นจานบินลึกลับใดๆ เลยก็ตาม แต่นักจานบินวิทยาทั้งหลายเหล่านี้ให้ความสนใจก็เพราะรูปร่างของมันคล้ายกับมนุษย์ต่างดาวชนิดที่เรียกว่า เกรย์ (Grey) จากการสอบสวนผู้พบเห็นทั้ง 4 คน และพยานแวดล้อมอื่นๆ พบว่าทั้ง 4 คนไม่ใช่คนเหลวไหล อีกทั้งเด็กเหล่านี้มีภูมิหลังดี ฐานะดี จึงไม่จำเป็นต้องหลอกหลวงคนอื่น และที่สำคัญเด็กทั้ง 4 คนนี้ไม่เคยพยายามเข้าหาหนังสือพิมพ์เพื่อรายงานเรื่องของตนไปลงเพื่อเอาเงินแต่อย่างใด จากลักษณะของปีศาจโดเวอร์ที่ทั้ง 4 ได้พบเห็น คล้ายกับปีศาจในตำนานพื้นเมืองของอินเดียแดงเผ่าครี ที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในรัฐมอนแทนา ติดกับประเทศแคนาดา ที่เรียกว่า แมนนีกิชี (Mannegishi) มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ศีรษะกลมโตใหญ่ บนใบหน้าไม่มีอวัยะใดๆ ปรากฏนอกจากดวงตากลมโต มีนิ้วมือและนิ้วเท้าเรียวยาว แต่แขนและขาเรียวเล็กผิดสัดส่วน อาศัยอยู่ตามหุบผา และแม่น้ำลำธาร มีพฤติกรรมชอบปรากฏตัวเพื่อหลอกนักเดินทางให้ตกใจเล่น ปัจจุบันนี้เรื่องราวของปีศาจโดเวอร์ก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่ ไม่มีใครทราบว่ามันคือตัวอะไร มาอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นได้อย่างไร และมีจุดประสงค์อย่างไร เพราะนับตั้งแต่คืนนั้นแล้ว ก็ไม่มีใครพบเห็นสิ่งมีชีวิตลักษณะดังกล่าวนี้อีกเลย แต่ถึงอย่างไรเรื่องราวของปีศาจโดเวอร์ก็ได้ปรากฏในวัฒนธรรมร่วมสมัยด้วย เช่น สารคดีชุด Lost Tapes ปีที่ 2 ของช่องดิสคัฟเวอรี ในตอนที่มีชื่อว่า Dover Demon


ภาพ : wikipedia
มอธแมน (Mothman) เป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับที่มีผู้อ้างว่าพบเห็นที่เมืองพอยต์เพลสเซนต์ ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 1966 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 1967 โดยมอธแมนนั้นแปลว่า มนุษย์ผีเสื้อกลางคืน รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่มีความสูงกว่า 6 ฟุต มีตาสีแดงสว่างไสวในความมืด มีปีกขนาดใหญ่ 2 ปีก มีคอสั้นมาก ศีรษะใหญ่ มอธแมนบินโฉบไปมาในหลายสถานที่บริเวณนั้นเพียง 2–3 วัน แต่จากนั้นมาก็ได้มีผู้ที่อ้างว่าพบเห็นมอธแมนนับกว่า 100 ราย โดยเฉพาะพื้นที่ป่าสงวนที่เรียกว่า พื้นที่ทีเอ็นที (TNT area) ซึ่งอยู่นอกตัวเมือง ซึ่งเคยเป็นโรงงานผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์แห่งชาติในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และมีทฤษฎีสมคบคิดว่ามอธแมนอาจจะเกี่ยวข้องกับจานบินและมนุษย์ต่างดาวด้วย รวมถึงมีผู้อ้างว่าพบเห็นชายในชุดดำด้วย เนื่องจากที่พอยต์เพลสเซนต์มีรายงานการพบจานบินอยู่บ่อยครั้งในช่วงเวลานั้น

ดรอปป้า (Dropa) ลักษณะรูปร่างตัวเล็กมาก มีหลักฐานว่าเคยพบบริเวณพรมแดนจีน-ธิเบต เมื่อประมาณ 1 หมื่นปีก่อน จากเอกสารลับ

เฟลินอยดส์ (Felinoids) ลักษณะรูปร่างเหมือนเเมว ซึ่งเป็นที่กล่าวถึงในนิยายวิทยาศาสตร์มากมาย แรกเริ่มพัฒนามาจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างแมวกับมนุษย์

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ทั้งหมดนี้คือมนุษย์ต่างดาวที่ได้รับรายงานในศตวรรษที่ 19-20 เเละต่อมาจึงมีภาพยตร์ในศตวรรษที่ 21 เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวมนุษย์มาเยือนโลกเพื่อความบันเทิง ยังมีอีกหลายดาว ก็คงต่อรอติดตามตอนต่อไป ประมาณ 200 กว่าดาว เยอะเกิ๊น พอก่อน !

อ้างอิง : wikipedia