ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

ยูเอฟโอตกที่รอสเวลล์

ยูเอฟโอตกที่รอสเวลล์

ยูเอฟโอตกที่รอสเวลล์ (Roswell UFO incident) เมืองรอสเวลล์ รัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ยูเอฟโอที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ มีคำอธิบายเหตุการณ์หลากหลายทฤษฎี แม้รัฐบาลสหรัฐจะออกมาประกาศว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบอลลูนตรวจสภาพอากาศ แต่คำอธิบายนี้กลับไม่มีใครเชื่อ ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงเชื่ออย่างสนิทใจว่า เหตุการณ์นี้คือยูเอฟโอตกจริงๆ

วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1947 วิล​เลียม แม็ค บ​รา​เซล (William Mack Brazel) เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ นอนหลับ กลางคืนมีฝนฟ้าคะนอง มีฟ้าผ่า มีแสงวูบวาบ บ​รา​เซลได้ยินเสียงระเบิดดังมากมาจากทางฟาร์มของตน เเต่ไม่ได้ไปดู

วันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1947 แม็คบ​รา​เซลเดินตรวจเช็คดูฟาร์มปศุสัตว์ จึงพบจานบินทรงกลมสีเทาเงินจอดบนพื้นดินฟาร์มปศุสัตว์ ในลักษณะตะแคงข้าง ปีกข้างหนึ่งจมปักในพื้นดิน สิ่งที่พบนั้นเป็นซากวัตถุโลหะสีเงินเป็นแผ่นๆ สังเกตได้ว่า เศษเหล็กหรือเศษโลหะกระจายเป็นอาณาบริเวณกว้างประมาณ 200 หลา (182.88 เมตร) ชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายอยู่นั้น มีเป็นแผ่นโลหะเบาและบาง แต่ทนทานมาก สามารถพับไปมาได้ราวกับแผ่นกระดาษหนังสือพิมพ์ เศษโลหะคล้ายกระดาษฟอยล์สีตะกั่ว มีสิ่งที่คล้ายกับเศษซากอุปกรณ์ของยานพาหนะบางอย่างกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด เศษชิ้นส่วนที่พบเป็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต หลังจากที่ได้เดินสำรวจดูสักพัก สิ่งที่พบตามมานั้น ทำแม็คบ​รา​เซลให้ยิ่งตกใจ เมื่อพบเห็นร่างของสิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายมนุษย์ เพียงแต่ตัวเล็กกว่ามาก มีลักษณะ หัวโต ผิวหนังสีเทา นอนเรียงรายกันอยู่ 4 ร่าง ตาย 3 ศพ บาดเจ็บ 1 อาการบาดเจ็บเกิดจากแผลไฟไหม้ แม็คบ​รา​เซลรับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งนี้ไม่ใช่มนุษย์ดาวโลก แมคบ​รา​เซลจึงยุติการสำรวจเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

วันที่ 6 กรกฎาคม ค.ศ. 1947 เช้ารุ่งขึ้นแมคบ​รา​เซลนำเรื่องการค้นพบไปแจ้งให้กับ จอร์จ เอ. วิลค็อกซ์ นายอำเภอเมืองรอสเวลล์ มีการออกข่าวครั้งแรกโดยสถานีวิทยุท้องถิ่นว่า เกิดเหตุจานบินตกที่ไร่ของแม็คบ​รา​เซล นายอำเภอเเนะนำว่า เรื่องดังกล่าวอยู่เหนือหน้าที่รับผิดชอบของตน จึงได้บอกให้เขาติดต่อไปยังกองทัพอากาศสหรัฐฯประจำเมืองรอสเวลล์

วันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1947 เมื่อกองทัพอากาศทราบเรื่องจึงได้ส่งนายทหาร จำนวน 2 นาย คือ นาวาอากาศตรี เจสซี มาร์เซล (Jesse Marce) หน่วยต่อต้านข่าวกรองของกองทัพ เเละ นาวาเอก วิลเลี่ยม บลันชาร์ด ผู้บังชาการฝูงบินที่ 509 มายังฟาร์ม แม็คบ​รา​เซลพานายทหารทั้ง 2 นาย เดินทางไปยังจุดที่วัตถุประหลาดตก ยิ่งทั้งหมดเดินทางเข้าไปใกล้เท่าไรยิ่งค้นพบเศษซากของวัตถุประหลาดนั้นมากยิ่งขึ้น และก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า เศษซากที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นดินนั้น เป็นชิ้นส่วนของจานบินที่มีมนุษย์ต่างดาวนอนเสียชีวิตอยู่ด้วย หลังจากค้นพบ ทหารรีบติดต่อกองทัพสหรัฐ เพื่อนำกำลังทหารเข้าสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม และนำผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ทันที ทหารเก็บซากโลหะประหลาดออกไป และที่สำคัญแม็คบ​รา​เซลเห็นทหารนำศพมนุษย์ประหลาดออกจากซากจานบินตกด้วย นาวาอากาศตรี เจสซี มาร์เซล มีการรขึงเชือกกันบริเวณจุดตกไม่ให้ใครเข้าใกล้ นาวาเอก วิลเลี่ยม บลันชาร์ด ผู้บังชาการฝูงบินที่ 509 ได้สั่งให้วางกำลังรายล้อมคอกปศุสัตว์โดยด่วน

วันที่ 8 กรกฎาคม 1947 ช่วงเช้า หลายสำนักข่าวทั่วโลกรายงานข่าวเกี่ยวกับการค้นพบยูเอฟโอตก เเละพบศพมนุษย์ต่างดาว

บ่าย 2 เรืออากาศโท วอลเตอร์ โฮท ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกองทัพอากาศเมืองรอสเวลล์ ได้ออกประกาศผ่านคลื่นวิทยุท้องถิ่น และสำนักข่าวทั่วสหรัฐว่า "กองทัพสหรัฐได้พบยูเอฟโอตก และมีมนุษย์ต่างดาวเสียชีวิตที่เมืองรอสเวลล์" การประกาศในครั้งนั้นทำให้สื่อทั้งในประเทศและนอกประเทศ เฝ้ารอติดตามข่าวการค้นพบครั้งสำคัญของมวลมนุษยชาติอย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็นครั้งแรกที่มนุษย์ดาวโลกค้นพบมนุษย์ต่างดาวจริงๆ เเละรับรู้ว่า เราไม่ได้อยู่เพียงลำพังในจักรวาลเเห่งนี้

ช่วงเย็น แม็คบ​รา​เซลได้ถูกกองทัพอากาศสหรัฐควบคุมเอาไว้ถูกสอบหนัก พร้อมทั้งถูกข่มขู่จากนายทหารทุกเหล่าทัพ และนำไปไว้เกสเฮาส์ และถูกควบคุมตัวอยู่ 2-3 วัน

พลอากาศจัตวา โรเจอร์ เรมีย์ เจ้าหน้าที่ศูนย์รัฐเท็กซัส เคลื่อนย้ายซากจานบินไปที่ศูนย์รัฐเท็กซัส เเละสั่งให้นาวาอากาศตรี เจสซี มาร์เซล เเละนาวาเอก วิลเลี่ยม บลันชาร์ด ถ่ายภาพวัตถุของอลูมิเนียมที่ถูกจัดฉากขึ้น พร้อมได้ปฎิเสธข่าวว่า ไม่มีการลำเลียงเศษซากจานบินออกมาจากพื้นที่แต่ประกาศใด

ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน เมื่อทราบข่าว สั่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปรอสเวลล์คือ พลอากาศเอก นาธาน ทวินิง ผู้บัญชาการวัตถุทางอากาศฐานทัพไรท์แพทเทอร์สัน เพื่อย้ายวัตถุซากจานบินจากรัฐเท็กซัสไปฐานทัพไรท์แพทเทอร์สัน หลังจากนั้นถูกย้ายไปทางเครื่องบินมุ่งหน้าสู่ฐานทัพเเอเรีย 51 รัฐ​เนวาดา

วันที่ 9 กรกฎาคม 1947 ข่าววันรุ่งขึ้น ทางกองทัพอากาศสหัฐได้นำแม็คบ​รา​เซลออกมาแถลงการณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับสื่อ แม็คบ​รา​เซลได้เล่าเรื่องไปชนิดที่เรียกว่า หนังคนละม้วน โดยกล่าวว่า สิ่งที่พบนั้นเป็นเพียงบอลลูนตรวจอากาศซึ่งหุ้มบอลลูนด้วยฟลอยล์ จึงมีสีเทาเงินไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เป็นถ้อยแถลงสั้นของแม็คบ​รา​เซลเซล มีการแถลงข่าวความคืบหน้าการของการค้นพบยูเอฟโอใหม่ ประกาศว่า "สิ่งที่ค้นพบนั้นไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวหรือยูเอฟโอแต่อย่างใด เป็นเพียงเเค่ซากบอลลูนตรวจอากาศ (Weather balloon) ที่ใช้สำหรับวัดสภาพปริมาณทางอากาศที่กำลังทำการทดลองสำหรับโครงการโมกุล (Mogul Project) ที่ตกลงมายังพื้นโลก" เรื่องไม่ได้จบเพียงนี้ จุดเริ่มต้นทฤษฎีสมคบคิด ชาวอเมริกันหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า กองทัพสหรัฐกำลังปกปิดเรื่องการค้นพบมนุษย์ต่างที่รอสเวลล์อยู่ เนื่องจากมีพยานหลายคนยืนยันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่รอสเวลล์นั้น คือการค้นพบยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาวจริงๆ ไม่ใช่เศษซากของบอลลูนตรวจอากาศแต่อย่างใด อย่างไรก็ดีแม้กองทัพสหรัฐจะออกมาปฏิเสธว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่มนุษย์ต่างดาวอย่างที่หลายคนเข้าใจ รวมถึงคลิปวิดีโอที่มีการแอบถ่ายมากมาย เเต่ชาวอเมริกันเชื่อกันเกือบทั้งประเทศ

วันที่ 15 กรกฎาคม 1947 ชาวเมืองรอสเวลล์ประชุมหลายร้อยคนเล่าเหตุการณ์

  • แม็ก บราเซล เจ้าของฟาร์มปศุสัตว์ กล่าวว่า "ผมถูกกองทัพข่มขู่เพื่อความมั่นคงของชาติ"
  • แฟรงค์ จอยซ์ ผู้จัดรายการวิทยุท้องถิ่น กล่าวว่า "มีการค้นพบร่างของเอเลี่ยนในเหตุการณ์ครั้งนั้น"
  • วิลเลียม เอนนิส เจ้าหน้าที่ประจำอยู่ในฐานทัพรอสเวลล์ กล่าวว่า "วัตถุที่ตกลงมาจากฟ้าครั้งนั้นเป็นวัตถุที่มาจากอวกาศ ผมไม่ทราบว่ามันคืออะไร และตกลงมาได้อย่างไร"
  • เกรดีย์ แอล. บาร์นีย์ ชาวไร่ กล่าวว่า "ผมได้พบซากเศษโลหะของจานบิน ขณะนั้นผมกำลังทำงานอยู่ในบริเวณใกล้ที่ราบซานอกุสติน บริเวณห่างจากไร่ปศุสัตว์ของแม็ค ประมาณ 120 ไมล์ ไม่เพียงแต่ผมเท่านั้นที่พบเห็นจานบิน บังเอิญนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่งขับรถผ่านมาพอดี สิ่งสำคัญก็คือ ผมได้เห็นศพมนุษย์ประหลาดนอนตายอยู่รอบๆ จานบินด้วย ศพมนุษย์ประหลาดนั้นรูปร่างคล้ายมนุษย์ตัวเล็ก แต่มีศีรษะใหญ่ แขนและขาผอมมาก และที่น่าสังเกตคือไม่มีขน ศพทั้งหมดสวมชุดคล้ายเกราะเหล็กสีเทา ได้สัดส่วนพอเหมาะ เป็นชุดที่ไม่มีกระดุมและซิป ต่อมาทหารก็มาสั่งให้ผม และกลุ่มนักโบราณคดีถอยห่างออกไปจากจานบินลำนั้น และนายทหารที่เป็นหัวหน้าได้กำชับว่า เป็นหน้าที่ของทหารที่ต้องรับผิดชอบ และห้ามทุกคนนำเรื่องที่พบเห็นไปบอกใครเป็นอันขาด"
  • จอห์น จี. ทิฟฟานี กล่าวว่า "ในสมัยนั้นบิดาของผมประจำการอยู่ที่ฐานทัพไรท์แพทเทอร์สัน ซึ่งได้เก็บเศษซากโลหะจานบิน เศษโลหะที่พบบางเบา เหนียวทนทาน มีผิวราบเรียบคล้ายกับผิวของกระจก ได้มีเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือตัด หัก งอ หรือพยายามฉีกออกจากกัน แต่ไม่สำเร็จ"
  • มีชาวบ้านพบเห็นสัญลักษณ์สวัสดิกะของนาซีเยอรมนี บ้างก็อ้างว่า เห็นอักษรไฮเออโรกลีฟอียิปต์ที่จุดตกของจานบิน
  • มีชาวบ้านพบเห็นร่างของมนุษย์ต่างดาวที่มีความสูง 3-4 ฟุต ศีรษะใหญ่ ตาโต
  • มีชาวบ้านพบเห็นลูกไฟตกลงมาจากท้องฟ้า

วันที่ 18 กันยายน 1947 ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน ริเริ่มโครงการเพื่อความมั่นคงของชาติ สั่งให้เจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐดูเเลโครงการ

  • วันที่ 18 กันยายน 1947 (เปิดเผยต่อสาธารณชน) ก่อตั้งโครงการสมุดสีขาว ซีไอเอ (Central Intelligence Agency) เพื่อความมั่นคงของชาติสหรัฐอเมริกา 
  • วันที่ 24 กันยายน 1947 (ไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน) ก่อตั้งโครงการสมุดสีดำ มาเจสติก 12 (Majestic 12) เพื่อพิจารณาว่า ยูเอฟโอเป็นภัยคุกคามต่อมวลมนุษยชาติหรือไม่ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับยูเอฟโออย่างเป็นระบบ  มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของชาติ มีการประชุมการปรึกษาหารือกันว่า มนุษย์ต่างดาวจะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบหรือไม่ คำตอบคือ ไม่
  • ค.ศ. 1949 เจมส์ ฟอร์เรสตอล ขอลาออกจากรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม อยากให้ประชาชนทราบเรื่องมนุษย์รอสเวลล์ ภายหลังโดนชายชุดดำอุ้มจับโยนลงจากตึก 10 ชั้น เเละไม่มีการหามูลความจริง เพราะเกิดในพื้นที่ของกองทัพเรือ รายงารสรุปว่า เจมส์ฟอร์เรสตอลทำอัตวินิบาตกรรม เเต่นักวิจัยยูเอฟโอระดับโลกไม่เชื่อ โดนอุ้มต่างหาก

ค.ศ. 1969 จ่าอากาศ เมลวิน อี. บราวน์ กล่าวว่า "ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ช่วยปกปิดความลับที่รอสเวลล์ และยังเป็นอีกคนหนึ่งที่ช่วยนำศพมนุษย์ต่างดาวไปยังโรงพยาบาลที่รอสเวลล์"

ค.ศ. 1970 นักวิจัยยูเอฟโอหลายคนลงความเห็นว่า ซากโลหะประหลาดที่แม็คบราเซลพบนั้น มีความเกี่ยวพันกับจานบินและศพมนุษย์ต่างดาว ซึ่งได้สันนิษฐานว่า มนุษย์ต่างดาวคงดีดตัวออกมาจากตัวยานก่อนจะลงมาถึงพื้นโลก หรืออาจเสียชีวิตเนื่องจากหนีออกจากห้องที่แยกออกจากตัวยานไม่สำเร็จ และบริเวณที่ยานลำนั้นตกลงมามีศพมนุษย์ต่างดาวเเน่นอน สมาคมนักวิจัยยูเอฟโอตั้งข้อคำถามว่า หลัง ปี ค.ศ. 1950 เป็นต้นมา ชาวโลกพบกับนวัตกรรมการสื่อสารใหม่ ที่น่าตื่นตะลึงนั่นคือระบบอินเตอร์เน็ต เป็นการลอกเลียนแบบจากเทคโนโลยีจากจานบินที่ตกรอสเวลล์หรือไม่

ค.ศ. 1978 พันตรี เจสซี มาร์เซล เกษียณอายุราชการ ได้ตัดสินใจเปิดเผยความจริงต่อสาธารณชน กล่าวว่า "บรรดาหลักฐานต่างๆ ถูกทางกองทัพเคลื่อนย้าย แยกเอาไปเก็บไว้แต่ละที่ในเวลาเพียงไม่นาน และบริเวณที่เกิดเหตุถูกล้อมห้ามเข้าอย่างเด็ดขาดโดยกองทัพอากาศ ทุกคนตื่นตะลึงกับสิ่งที่เห็น เศษโลหะและวัตถุดังกล่าว กระจัดกระจายเกลื่อนกลาด มันประหลาดมาก ส่วนใหญ่จะบางเท่ากระดาษ เเต่มีความทนทานมาก ใช้ค้อนทุบ ใช้ไฟเผา หักงอ เพียงครู่เดียวกันก็กลับคืนสู่สภาพเดิม โลหะรู้จักในชื่อ นิทิโนล (Nitinol) เป็นโลหะประหลาดไม่เคยพบในโลก ต่อมาเรียกกันว่า โลหะมีความทรงจำ (memory metal) ทหารช่วยกันเก็บเศษโลหะใส่รถจี๊บ และลำเลียงไปยังใจกลางเมืองรอสเวลล์ เเละไปฐานทัพไรท์แพทเทอร์สัน มีการลำเลียงเศษซากจานบินต่อไปทางเครื่องบินมุ่งหน้าสู่ฐานทัพเเอเรีย 51 และมีพยานหลายคนที่รู้เห็น คือ สแตนตัน ฟรีแมน นักฟิสิกส์นิวเคลียร์ ซึ่งพลอากาศจัตวา โรเจอร์ เรมีย์ สั่งให้ทุกคนปิดปากเงียบ ทุกอย่างที่กองทัพอากาศสหรัฐออกแถลงการว่า ที่เห็นเป็นเพียงซากบัลลูนนั้น เป็นการสร้างละครลวงตาสื่อมวลชนทั้งสิ้น หลังจานบินตกที่เมืองรอสเวลล์ได้ 5-6 เดือน รายงานวิจัยจากวงการอุตสาหกรรมสั่งนำเข้าโลหะไททาเนียมเข้ามายังสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก"

ค.ศ. 1980 ชาร์ลส์ เบอร์ลิตช์ กับ ลิลเลี่ยม แอล. มัว นักเขียน ได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ The Roswell Incident ทำให้เรื่องรอสเวลล์โด่งดังไปทั่วโลก

ค.ศ. 1984 เอกสารลับขององค์กรลับที่ชื่อว่า Majestic 12 หรือ MJ12 เปิดเผยต่อสาธารณชน เอกสารฉบับนี้ระบุว่า มีการศึกษาจานบินและติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวที่พบที่รอสเวลล์ ถูกใช้เป็นหลักฐานทฤษฎีสมคบคิดว่า มีจานบินตกในรอสเวลล์จริง ภายหลัง FBI มีการพิสูจน์ว่าเอกสารลับ MJ12 ฉบับนี้ว่าเป็นของปลอม

ค.ศ. 1989 ดร. เจ อัลเลน ไฮเน็ค นักวิจัยยูเอฟโอ ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงออกสำรวจบริเวณที่พบซากจานบินตกรอสเวลล์

ค.ศ. 1991 เอวอน บุ๊ค สำเสนอเรื่องจานบินตกที่รอสเวลล์ โดยรวบรวมพยานกว่า 300 คนในสมัยนั้นมาเปิดเผย ทำให้เป็นที่สนใจทั่วโลก

ค.ศ. 1995 วีดิโอลับ​ถูก​เผยแพร่​ออก​มา​ถูก​เรียก​ขาน​กัน​ว่า การ​ชันสูตร​ศพ​มนุษย์​ต่าง​ดาว (Alien Autopsy)  ซึ่ง​อ้าง​ว่า ​เป็น​ศพ​ที่​ได้​มา​จาก​เหตุการณ์​ระดับ​โลก​ที่​ตกรอ​ส​เวล​ล์​ในสหรัฐอเมริกา​​ปี ค.ศ.1947 ถูกพิสจน์ภายหลังว่า เป็นภาพยนตร์​บันเทิง​ในอังกฤษ

ค.ศ. 1997 สำนัก​ข่าว​ซี​เอ็น​เอ็น​ร่วม​กับ​นิตยสาร​ไทม์ ได้​ทำ​การ​สำรวจ​ความ​คิดเห็น​ของชาว​อเมริกัน​ชน ​พบ​ว่า​มาก​กว่า​ครึ่ง ถึง 70% ​เชื่อ​เรื่อง​เล่า​ที่​ว่ามี​ยาน​อวกาศ​จาก​ต่าง​ดาว​มา​เยือน​โลก​จริง และ​มัน​ตกลง​สู่​รอ​ส​เวล​ล์ 1947

ค.ศ. 2005 เรืออากาศโท วอลเตอร์ โฮท ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกองทัพอากาศเมืองรอสเวลล์ เสียชีวิต กล่าวว่า "วัตถุที่ตกในรอสเวลล์คือยูเอฟโอของมนุษย์ต่างดาว"

1947-2018 ทฤษฎีมากมาย สรุปเเล้วของใคร กันเเน่ ? ดังนี้

ยูเอฟโอนาซีเยอรมนี เหตุการณ์ที่รอสเวลล์เกิดขึ้นในระหว่างการทดลอง อากาศยานที่ของนาซีเยอรมนี และได้เกิดความผิดพลาดขึ้นจนโหม่งลงสู่พื้นโลกที่เมืองรอสเวลล์ นาซีเคยคิดค้นจานบินในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมนี หวังจะใช้จานบินที่ทรงพลานุภาพเพื่อจัดการกับฝ่ายพันธมิตร หลังจากที่กองทัพนาซีของพ่ายแพ้ที่เมืองสตาลินกราด และในแอฟริกาเหนือ โดยในปี 1941-1945 กองทัพนาซีเริ่มทดลองอากาศยานที่สามารถต้านแรงโน้มถ่วงของโลกได้ หวังจะใช้พลิกสถานการณ์ ภายใต้โครงการของนายพลฮานส์ แคมม์เลอร์ วิศวกร เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกแคมม์เลอร์หายตัวไป เเหล่งข่าวระดับสูงระบุว่า นั่งเรือดำนํ้าไปอาเจนตินาเพื่อมุ่งหน้าต่อไปแอนตาร์กติกา เเละทดลองสร้างจานบินต่อ จนในปี 1947 ทดลองผิดพลาดตกสู่สหรัฐที่เมืองรอสเวลล์ เเละอีกเรื่องที่น่าสนใจ ใกล้จบสงครามกองทัพสหรัฐบุกเข้าไปในห้องทดลองลับของนาซี โดยพบเอกสารพิมเขียว เเละหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์จำนวนมาก ระบุว่า จานบินนาซีถูกสร้างไว้ 15 ลำ มียานต้นเเบบที่สร้างไม่เสร็จ มีห้องนักบินอยู่ส่วนกลางลำ มีปีกออกมาเป็นรูปจานวงกลม พบว่าสร้างไม่เสร็จ เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง วิศวกร ของนาซีได้ถูกจับเป็นเชลยจำนวนมาก ยินยอมที่จะเข้าร่วมโครงการด้านอวกาศของสหรัฐอเมริกา

ยูเอฟโอสหภาพโซเวียต สงครามจิตวิทยาโดยโจเซฟ สตาลิน ผู้นำสหภาพโซเวียต สั่งให้นักวิทยาศาสตร์ออกเเบบจานบินเเละมุ่งหน้าไปที่สหรัฐ เอกสารระบุว่า เหตุการณ์จานบินที่รอสเวลล์ เป็นเพียงยานบินที่ออกแบบมาให้เหมือนกับยูเอฟโอที่ถูกส่งมาโดยสหภาพโซเวียต ส่วนมนุษย์ต่างดาวที่พบนั้น ก็เป็นเพียงศพของเด็กอายุ 6-12 ขวบ ที่ถูกศัลยกรรมให้มีรูปร่างผิดปกติ เพื่อให้เกิดข่าวว่า มีมนุษย์ต่างดาวบุก เเละสหภาพโซเวียตจะเข้ารอบโจมตีสหรัฐในสภาวะจิตใจของชาวอเมริกันสับสน

อ้างอิง : wikipedia