ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

สโตนเฮนจ์ ผู้มาเยือนจากต่างดาว

สโตนเฮนจ์
ภาพ : pixabay

สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) อยู่ที่ทุ่งราบซัลลิสเบอร์รี (Salisbury Plain) เมืองวิลต์เชียร์ ประเทศอังกฤษ สร้างเมื่อ 3,000-2,000 ปีก่อนคริสตกาล อยู่ในช่วงยุคสำริด (Bronze Age) ปรากฏกลุ่มเเท่งหินขนาดยักษ์จำนวน 112 ก้อน ความสูง 4 เมตร กว้าง 2.1 เมตร นํ้าหนัก 25-30 ตัน ตั้งเรียงเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง วางเรียงในลักษณะที่ต่างกัน ทั้งวางตั้งขึ้น วางนอน และวางพาดกัน สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน บริเวณโดยรอบสโตนเฮนจ์นั้นไม่มีสิ่งปลูกสร้างอื่นใดเลย ปัจจุบันไม่มีใครทราบวัตถุประสงค์ในการสร้างอย่างชัดเจน

ค.ศ. 1920-1950 มีการบูรณะสโตนเฮนจ์เพื่อจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

ค.ศ. 1986 องค์การยูเนสโกจัดให้สโตนเฮนจ์เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง

ค.ศ. 2008 มีการตรวจหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี เผยให้เห็นว่าหินก้อนแรกถูกวางตั้งเมื่อประมาณ 2400-2200 ปีก่อนคริสตกาล ในขณะที่งานวิจัยอื่นๆ ระบุว่า สโตนเฮนจ์ถูกวางตั้งแต่ก่อนหน้านั้นถึง 3000 ปีก่อนคริสตกาล เเละวิจัยอีกเเห่งก็เผยว่าสโตนเฮนจ์อายุ 3800 ปีก่อนคริสตกาล ข้อสรุปไม่เเน่ชัดจนถึงปัจจุบัน

ภาพการบูรณะสโตนเฮนจ์ปี ค.ศ. 1920
ภาพ : wikipedia

นักวิทยาศาสตร์ต่างสงสัยว่า คนสมัยก่อนสามารถยกแท่งหินที่มีน้ำหนักกว่า 30 ตัน ขึ้นไปวางเรียงกันได้อย่างไร สมัยนั้นไม่น่ามีเครื่องทุ่นแรง เเละบริเวณทุ่งราบซัลลิสเบอร์รีไม่มีภูเขาหรือสิ่งก่อสร้างด้วยก้อนหินอื่นๆ เลย ผู้สร้างต้องทำการชักลากแท่งหินทั้งหมดมาจากที่อื่น ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากทุ่งมาร์ลโบโร (Marlborough Downs) ที่อยู่ไกลออกไป 40 กิโลเมตร

ทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณ เสนอภาพ
เมื่อสโตนเฮนจ์สร้างเสร็จอย่างสมบูรณ์

ภาพ : wikipedia

โบราณคดีอธิบายว่า วัตถุประสงค์สำคัญของสโตนเฮนจ์ คือ วิหารแห่งดวงอาทิตย์ และเป็นปฏิทินแสงแดด สโตนเฮนจ์ใช้ทักษะวิศวกรรมขั้นสูง สโตนเฮนจ์ถูกสร้างเพื่อต้องการให้คนสมัยก่อนได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ คนสมัยก่อนได้สังเกตการณ์มายาวนาน คนสมัยก่อนรู้ถึงตำแหน่งของดวงจันทร์จะเปลี่ยนไประหว่างขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ และเหลือเชื่อที่ว่าคนสมัยก่อนสามารถออกแบบสโตนเฮนจ์ให้สามารถดักจับแสงของดวงจันทร์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าผ่านหน้าต่างสโตนเฮนจ์ได้ทุกๆ เดือนใน 1 ปี ในปัจจุบันคนนับพันยังคงมารวมตัวกันกลางฤดูร้อนเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น และยังคงสืบทอดประเพณีที่คนพื้นเมืองเชื่อว่า มีมาตั้งแต่สมัยเริ่มแรกของสโตนเฮนจ์ บ้างก็ว่าเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลก บ้างก็ว่าเป็นผลงานศิลปะของคนยักษ์ในสมัยก่อน

สโตนเฮนจ์ตอนพระอาทิตย์ตก
ภาพ : wikipedia

วัตถุประสงค์ในการสร้าง มีข้อสันนิษฐานมากมาย

1. อินิโก โจนส์ (Inigo Jones) สถาปนิกชาวอังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เชื่อว่าสโตนเฮนจ์เป็นซากปรักหักพังของวิหารโรมัน

2. ผู้คนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 เชื่อว่าสโตนเฮนจ์เป็นวิหารซึ่งพวกลัทธิดรูอิดใช้ประกอบพิธีบูชาพระอาทิตย์และบูชายัญมนุษย์

3. นักโบราณคดีอเมริกาเสนอสร้างเพื่อศึกษาด้านดาราศาสตร์ สังเกตปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า เช่น สุริยุปราคา จันทรุปราคา เป็นเครื่องคำนวณยุคก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งใช้เป็นปฏิทินดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ เพราะแนวของหินกลุ่มก้องต่างๆ ล้วนมีความสัมพันธ์กับแนวการเคลื่อนของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ทั้งสิ้น

4. ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงและดนตรีจากมหาวิทยาลัยฮัดเดอร์ฟิลด์ค้นพบว่า แท่งหินมหึมาที่ตั้งตระหง่านเป็นวงกลมเหนือเนินดินสามารถสะท้อนเสียงได้อย่างวิเศษ นักวิจัยคาดว่าดนตรีในอดีตที่เล่นบริเวณสโตนเฮนจ์คงเป็นเพลงที่มีจังหวะไพเราะ และสะท้อนก้องอยู่ในบริเวณนั้น ตรงกันกับเทคโนโลยีกลศาสตร์นาโน

5. เป็นสถานที่ประกอบพิธีศพ เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความตายของกลุ่มชนชั้นสูงในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากการขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์โบราณฝังอยู่ในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ดี แม้ผลการพิสูจน์โครงกระดูกที่ถูกขุดมาจากบริเวณสโตนเฮนจ์จะบ่งชี้ว่าสโตนเฮนจ์ถูกใช้เป็นสุสาน ก็ไม่ได้หมายความว่านั่นคือจุดประสงค์แรกมนุษย์ยุคก่อนสร้างสโตนเฮนจ์ขึ้นมา

6. นักวิทยาศาสตร์อ้างว่าค้นพบมีรหัสคณิตศาสตร์ซ่อนอยู่ในหินสโตนเฮนจ์ คล้ายรหัสวิศกรรมโครงสร้าง DNA มนุษย์

7.พ่อมดเมอร์ลิน (Merlin) เป็นผู้สร้างเพื่อใช้ในการพัฒนาเวทมนต์ คาถา เเละเป็นสถานที่ฝึกพ่อมดรุ่นใหม่ๆ

8. นักโบราณคดีพยายามทำความเข้าใจสังคมก่อนประวัติศาสตร์ที่สร้างงานอันยิ่งใหญ่ชึ้นหนึ่งของโลก เชื่อว่ามีแต่นักบวชเท่านั้นที่มีความสามารถในการชักจุงคนจำนวนมากมาทำงานหนักในการก่อสร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลกชิ้นนี้

9. ทฤษฎีสมคบคิด สโตนเฮนจ์คือเเผนการของรัฐบาลอังกฤษสร้างเพื่อเป็นเเหล่งท่อเที่ยว หินถูกย้ายมาทีหลัง โดยมีการวางเเผนสร้างข้อมูลเท็จ

10. ทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณ เสนอว่า สโตนเฮนจ์ถูกสร้างยังไม่สมบูรณ์เเบบ เเละที่เห็นเป็นหินวางทับซ้อนกันข้างบนคือที่ลองรับยานอวกาศโบราณลงจอด

ใครเป็นผู้สร้าง? สร้างเพื่ออะไร? สร้างได้อย่างไร?  ยังคงเป็นปริศนา

อ้างอิง : wikipedia