สโตนเฮนจ์

สโตนเฮนจ์

สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) อยู่ที่ทุ่งราบซัลลิสเบอร์รี (Salisbury Plain) เมืองวิลต์เชียร์ ประเทศอังกฤษ สร้างเมื่อ 3,000-2,000 ปีก่อนคริสตกาล อยู่ในช่วงยุคสำริด (Bronze Age) ปรากฏกลุ่มเเท่งหินขนาดยักษ์จำนวน 112 ก้อน ความสูง 4 เมตร กว้าง 2.1 เมตร นํ้าหนัก 25-30 ตัน ตั้งเรียงเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง วางเรียงในลักษณะที่ต่างกัน ทั้งวางตั้งขึ้น, วางนอน, วางพาดกัน สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน บริเวณโดยรอบสโตนเฮนจ์ไม่มีสิ่งปลูกสร้างอื่นใดเลย ปัจจุบันไม่มีใครทราบวัตถุประสงค์ในการสร้างอย่างชัดเจน

ภาพการบูรณะสโตนเฮนจ์ปี ค.ศ. 1920
ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 1920-1950 มีการบูรณะสโตนเฮนจ์เพื่อจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

ค.ศ. 1986 องค์การยูเนสโกจัดให้สโตนเฮนจ์เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง

ค.ศ. 2008 นักวิทยาศาสตร์ตรวจหาอายุสโตนเฮนจ์ด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี งานวิจัยเปิดเผยว่า หินก้อนแรกถูกวางตั้งขึ้นเมื่อ 2400-2200 ปีก่อนคริสตกาล ในขณะที่งานวิจัยอื่นๆ ระบุว่า สโตนเฮนจ์ถูกวางตั้งแต่ก่อนหน้านั้น ข้อสรุปไม่เเน่ชัดจนถึงปัจจุบัน

นักวิทยาศาสตร์ต่างสงสัยว่า คนสมัยนั้นสามารถยกแท่งหินที่มีน้ำหนัก 30 ตัน ขึ้นไปวางเรียงกันได้อย่างไร คนสมัยนั้นไม่น่ามีเครื่องทุ่นแรง เเละบริเวณทุ่งราบซัลลิสเบอร์รีไม่มีภูเขา หรือสิ่งก่อสร้างด้วยก้อนหินเลย ผู้สร้างสโตนเฮนจ์ต้องทำการชักลากแท่งหินทั้งหมดมาจากที่อื่น ซึ่งคาดว่า น่าจะมาจากทุ่งมาร์ลโบโร (Marlborough Downs) ที่อยู่ห่างไกลออกไป 40 กิโลเมตร

ทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณ เสนอภาพ
เมื่อสโตนเฮนจ์สร้างเสร็จอย่างสมบูรณ์

ภาพ : wikipedia

นักโบราณคดีเสนอว่า สโตนเฮนจ์ คือ วิหารแห่งดวงอาทิตย์เป็นปฏิทินแสงแดด สโตนเฮนจ์ใช้ทักษะวิศวกรรมขั้นสูง สโตนเฮนจ์ถูกสร้างเพื่อต้องการให้คนสมัยก่อนได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ คนสมัยก่อนได้สังเกตการณ์มายาวนาน คนสมัยก่อนรู้ถึงตำแหน่งของดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนไประหว่างขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ คนสมัยก่อนสามารถออกแบบสโตนเฮนจ์ให้สามารถดักจับแสงของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าผ่านหน้าต่างสโตนเฮนจ์ ในปัจจุบันคนนับพันยังคงมารวมตัวกันกลางฤดูร้อน เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น และยังคงสืบทอดประเพณีที่คนพื้นเมืองเชื่อว่า มีมาตั้งแต่สมัยเเรกเริ่มของสโตนเฮนจ์

สโตนเฮนจ์ตอนพระอาทิตย์ตก
ภาพ : wikipedia

วัตถุประสงค์ในการสร้างสโตนเฮนจ์ มีข้อสันนิษฐานมากมาย

1. อินิโก โจนส์ (Inigo Jones) สถาปนิกชาวอังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เชื่อว่า สโตนเฮนจ์เป็นซากปรักหักพังของวิหารโรมัน

2. ผู้คนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 เชื่อว่า สโตนเฮนจ์เป็นวิหาร ซึ่งลัทธิดรูอิดใช้ประกอบพิธีบูชาพระอาทิตย์ และบูชายัญมนุษย์

3. นักโบราณคดีชาวอเมริกาเชื่อว่า สโตนเฮนจ์สร้างเพื่อศึกษาด้านดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้า เช่น สุริยุปราคา จันทรุปราคา เป็นเครื่องคำนวณยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งใช้เป็นปฏิทินดาราศาสตร์ และโหราศาสตร์ เพราะแนวของหินกลุ่มก้อนต่างๆ ล้วนมีความสัมพันธ์กับแนวการเคลื่อนของดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์

4. ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงจากมหาวิทยาลัยฮัดเดอร์ฟิลด์ค้นพบว่า สโตนเฮนจ์สามารถสะท้อนเสียงได้อย่างวิเศษ เสียงในอดีตที่เล่นบริเวณสโตนเฮนจ์คงเป็นเสียงที่มีจังหวะไพเราะ และสะท้อนก้องอยู่ในบริเวณสโตนเฮนจ์ ตรงกับเทคโนโลยีกลศาสตร์นาโน

5. สโตนเฮนจ์เป็นสถานที่ประกอบพิธีศพ เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความตายของกลุ่มชนชั้นสูงในยุคก่อนประวัติศาสตร์ จากการขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์โบราณฝังอยู่ในบริเวณสโตนเฮนจ์

6. นักวิทยาศาสตร์ค้นพบรหัสคณิตศาสตร์ซ่อนอยู่ในหินสโตนเฮนจ์ คล้ายรหัสวิศกรรมโครงสร้างดีเอ็นเอมนุษย์

7. พ่อมดเมอร์ลิน (Merlin) เป็นผู้สร้างสโตนเฮนจ์ เพื่อใช้ในการพัฒนาเวทมนต์ คาถา เเละเป็นสถานที่ฝึกพ่อมดรุ่นใหม่ๆ

8. นักโบราณคดีพยายามทำความเข้าใจสังคมมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์พบว่า มีแต่นักบวชเท่านั้นที่มีความสามารถในการชักจุงคนจำนวนมากมาทำงานหนักในการก่อสร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลกชิ้นนี้

9. ทฤษฎีสมคบคิด สโตนเฮนจ์คือเเผนการของรัฐบาลอังกฤษ สร้างเพื่อเป็นเเหล่งท่อเที่ยว หินถูกย้ายมาทีหลัง โดยมีการวางเเผนสร้างข้อมูลเท็จ

10. ทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณเสนอว่า สโตนเฮนจ์ถูกสร้างยังไม่สมบูรณ์เเบบ เเละที่เห็นเป็นหินวางทับซ้อนกันข้างบนคือที่ลองรับยานอวกาศลงจอด

ใครเป็นผู้สร้าง? สร้างเพื่ออะไร? สร้างได้อย่างไร?  ยังคงเป็นปริศนา

อ้างอิง : wikipedia