เดนเดรา

ขอบคุณมนุษย์ต่างดาวที่ให้เทคโนโลยี
ภาพ : wikipedia

หลอดไฟเดนเดรา (Dendera light) อยู่ในวิหารเดนเดรา เมืองเดนเดรา ประเทศอียิปต์ วิหารเดนเดราอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก ล้อมรอบด้วยกำแพงทำจากอิฐโคลนหนา สร้างขึ้นเมื่อ 2613-2494 ปีก่อนคริสต์กาล เพื่อบูชาเทพีฮาเธอร์ (Hathor) วิหารเดนเดราเป็นห้องสมุดเก็บประวัติศาสตร์อารยธรรมอียิปต์โบราณ ภายในวิหารเดนเดราปรากฏภาพสลักมากมาย เเต่ทำให้นักโบราณคดีต้องประหลาดใจ คือการปรากฏภาพหลอดไฟ ทั้งที่กว่ามนุษย์จะมีหลอดไฟใช้ ก็หลังจากที่ทอมัสเอดิสันประดิษขึ้นในปี ค.ศ. 1879 เเล้วไปอยู่นั่นได้อย่างไร

วิหารแห่งเดนเดรา
ภาพ : wikipedia

วิหารแห่งเดนเดราโดดเด่นด้วยเสาทรงเทพีฮาเธอร์ ประดับด้านหน้า 6 เสา ด้านในมีห้องโถง บริเวณด้านหลังของวิหารเดนเดรา มีช่องทางเดินลงไปสู่คูหาใต้ดิน ซึ่งเป็นที่ปรากฏภาพหลอดไฟของชาวอียิปต์โบราณ ภาพหลอดไฟสอดคล้องกับเรื่องที่ว่า ภายในพีระมิดไม่มีคราบเขม่าควันไฟ ทั้งที่ภายในพีระมิดนั้นมืดมาก และยากต่อการก่อสร้าง จุดไฟในพีระมิดก็ไม่สามารถจุดติดได้ หากนี่ไม่ใช่หลอดไฟ ภาพหลอดไฟมีความหมายว่าอย่างไร ปัจจุบันมีทฤษฎีมากมายถกเถียงเป็นประเด็นกันอยู่จนถึงทุกวันนี้

รับเทคโนโลยีจากมนุษย์ต่างดาว
ภาพ : wikipedia

นักโบราณคดีเสนอว่า ภาพหลอดไฟคือดอกบัวอียิปต์ (Nymphaea caerulea) ดอกบัวอียิปต์หมายถึงท้องฟ้ายามรุ่งอรุณ ส่วนด้านในดอกบัวอียิปต์คืองู งูคือเทพฮาร์ซัมตัส (Harsomtus) พระองค์คือร่างหนึ่งของเทพฮอรัส (Horus) ผู้เป็นพระโอรสของเทพโอซีริส (Osiris) ชาวอียิปต์โบราณมักจะแสดงภาพของเทพฮาร์ซัมตัสด้วยร่างของงู ชาวอิยิปต์โบราณสังเกตเห็นว่า งูสามารถลอกคราบเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ ก็เลยจับมาเชื่อมโยงกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ยามรุ่งอรุณ โดยทำวิธีกรรมจับงูด้วยดอกบัว งูเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงที่ถูกตีความว่า เป็นกระดูกสันหลังของเทพเจ้าฮาร์ซัมตัส นักโบราณคดีบางกลุ่มเชื่อว่า ภาพหลอดไฟคือแบตเตอรี่แบกแดด (Baghdad Battery)

หลอดไฟ
ภาพ : wikipedia

ทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณเสนอว่า ชาวอียิปต์โบราณควบคุมไฟฟ้าได้ เพื่อใช้สำหรับการให้แสงสว่าง เมื่อในอดีตกาลมนุษย์ต่างดาวขับยานอวกาศมาที่โลก เพื่อมอบเทคโนโลยีหลอดไฟให้ชาวอิยิปต์โบราณ เป็นที่มาของการสร้างมหาพีระมิดเเห่งกีซา (Great Pyramid of Giza) จนทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์นักโบราณคดีต่างพากันงง ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า สร้างขึ้นได้อย่างไร

อ้างอิง : wikipedia