ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

บอริสก้า เอเลี่ยนชาวดาวอังคาร

บอริส คิปริยาโนวิช

บอริส คิปริยาโนวิช (Boris Kipriyanovich - Boriska) ชื่อเล่น บอริสก้า เกิดวันที่ 11 มกราคม 1996 ประเทศรัสเซีย ฉลาดเกินกว่าเด็กทั่วไปมีความสุขุมรอบคอบและละเอียดอ่อน มีความรู้ด้านอวกาศที่มากมายถึงระดับเป็นผู้เชี่ยวชาญ เปิดเผยว่า ชาติก่อนเคยอาศัยอยู่ในยุคที่อารยธรรมดาวอังคารยังคงรุ่งเรืองก่อนที่จะเกิดอภิมหาสงครามล้างดาว

Gennady Belimov อาจารย์มหาวิทยาลัยในภูมิภาคเมืองวอลโกกราด (Volgograd) รัสเซีย เปิดเผยว่า บอริสก้าตอนอายุ 7 ขวบ ทำให้ผู้ใหญ่ตกตะลึงในระหว่างการเข้าค่ายพักแรม เป็นเวลาชั่วโมงครึ่งที่ทุกคนเคลิบเคลิ้มกับการฟังบรรยายเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาของบอริสก้าบนดาวอังคาร และได้เตือนถึงหายนะที่จะมีผลกระทบต่อโลกในอนาคต อาจารย์ได้เผยแพร่บันทึกคำสนทนาของบอริสก้า คำสนทนานี้ได้ถูกเผยแพร่ไปอย่างรวดเร็วทั่วรัสเซียจนพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ชั้นนำ ถ้อยคำถูกแปลเป็นภาษาตะวันตกผ่านทางบทความหนังสือพิมพ์พราฟดา (Pravda) มีผู้คนในยุโรป เเละอเมริกาจำนวนมากให้ความสนใจ

โครงการเคมล๊อท (Project Camelot) ตัดสินใจที่จะเดินทางไปยังรัสเซียเพื่อค้นหาเด็กคนนี้ ได้ทำการสัมภาษณ์เด็กชายรัสเซียคนนี้ เเละมารดาเกี่ยวกับความทรงจำในอดีตชาติ และสัมผัสพิเศษของเขา

บทสัมภาษณ์ราเดีย คิปริยาโนวิช (Nadya Kipriyanovich) ผู้เป็นมารดาของเด็ก

สัมภาษณ์: ความสามารถพิเศษเหล่านี้เริ่มปรากฏให้พ่อแม่เห็นเมื่อไหร่

มารดา: บอริสมีอายุเพียงหนึ่งขวบ เริ่มให้อ่านตัวอักษรภาษารัสเซีย เเละให้ทายว่าคือตัวอักษรอะไร

มารดา: 1 ขวบครึ่ง สามารถอ่านข้อความพาดหัวของหนังสือพิมพ์ขนาดใหญ่ และใช้เวลาไม่นานสำหรับที่จะทำความรู้จักกับสี และเฉดสีต่างๆ และเริ่มระบายสี

มารดา: 2 ขวบ พาไปยังศูนย์ดูแลเด็ก คุณครูทุกคนตะลึงในความสามารถ และลักษณะผิดปกติของบอริสก้า ซึ่งมีความจำที่ดี และความสามารถอย่างไม่น่าเชื่อ เรียนรู้ได้เร็วมาก

มารดา: ไม่มีใครเคยสอนเขาเลย บางครั้งเขาจะนั่งในตำแหน่งดอกบัว และเริ่มต้นพูดถึงสิ่งเหล่านี้ เขาจะพูดคุยเกี่ยวกับดาวอังคารเกี่ยวกับระบบดาวเคราะห์ อารยธรรมที่อยู่ห่างไกล

มารดา: เเม่ไม่อยากจะเชื่อหูของเเม่เอง เด็กสามารถรู้ว่าเรื่องพวกนี้ได้อย่างไร จักรวาล เรื่องราวที่ไม่รู้จบของโลกอื่นๆ และท้องฟ้าอันยิ่งใหญ่ ราวกับเขามีเวทมนต์ตั้งแต่เขาอายุ 2 ขวบ หลังจากนั้น บอริสก้าก็บอกเเม่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตก่อนหน้าบนดาวอังคาร เกี่ยวกับความจริงที่ว่าดาวเคราะห์สีแดงนั้นเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ต่างดาว แต่เกิดมหาภัยพิบัติที่มีความรุนแรงมาก จนสูญเสียชั้นบรรยากาศ และในปัจจุบันชาวดาวอังคารทั้งหมดอยู่ในเมืองใต้ดิน ต่อมาพวกเขาก็เคยใช้ยานอวกาศบินมายังโลกค่อนข้างบ่อยเพื่อการค้าแลกเปลี่ยน และใช้ในวัตถุประสงค์ในการวิจัยพัฒนาดาว

อารยธรรมรีมูเลีย

บทสัมภาษณ์บอริสก้าถ่ายทอดเรื่องราวโลกในยุคโบราณ

สัมภาษณ์: รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับมนุษย์บนโลกนี้

บอริสก้า: ไม่ชอบที่จะพูดไม่ดีเกี่ยวกับมนุษย์บนโลกนี้

บอริสก้า: อารยธรรมรีมูเลีย (Lemurya) สิ้นสุดไปเมื่อ 800,000 ปี ชาวรีมูเลียมีความสูง 9 เมตร เป็นอารยธรรมก่อนชาวแอตแลนติส (Atlantis)

บอริสก้า: ผมยังรู้น้อยมากเกี่ยวกับอารยธรรมมายัน และพลเมืองอันยิ่งใหญ่นี้

กลไกบางอย่างอยู่บริเวณหูของมหาสฟิงซ์

บอริสก้า: เมื่อใดก็ตามที่กลไกของมหาสฟิงซ์ในอียิปต์ถูกเปิดออก ซึ่งผมจำไม่ได้ชัดเจน แต่ว่าต้องมีกลไกบางอย่างอยู่บริเวณหูของมหาสฟิงซ์

บอริสก้า: ภัยพิบัติใหญ่ครั้งแรกจะเกิดกับทวีปหนึ่งในปี 2009 และต่อไปจะเกิดขึ้นใน 2013 มันจะทำลายล้างมากยิ่งขึ้น

สัมภาษณ์: ไม่กลัวเหรอว่าชีวิตของเธออาจจะสิ้นสุด เพราะผลจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น

บอริสก้า: ไม่ ผมไม่กลัว ผมมีชีวิตที่ผ่านภัยพิบัติบนดาวอังคารมาแล้ว และที่นั่นยังคงเป็นที่อาศัยของคนเช่นเดียวกับของเรา แต่หลังจากสงครามนิวเคลียร์ทุกอย่างถูกเผาผลาญ คนเหล่านั้นต่างมีวิธีเพื่อความอยู่รอด พวกเขาสร้างที่พักอาศัย และยังมีการเปลี่ยนแปลงของทวีปอยู่ตลอดเวลา

บอริสก้า: ชาวดาวอังคารหายใจเอาก๊าซชนิดหนึ่ง ในกรณีที่พวกเขาเดินทางมาที่โลกของเรา จะมีอากาศยืดติดกับท่อ และมีอากาศหายใจจากท่อนั้น

สัมภาษณ์: คุณหมายถึงหายใจเอาก๊าซออกซิเจน

บอริสก้า: ไม่ๆ มนุษย์โลกต้องหายใจด้วยออกซิเจน แต่ชาวดาวอังคารไม่ชอบอากาศนี้ เพราะมันทำให้พวกเขาแก่เร็วขึ้น ชาวดาวอังคารมีอายุประมาณ 300-350 ปี จำนวนประชากรชาวดาวอังคารเพิ่มขึ้นเป็นประจำทุกปี ชาวดาวอังคารมีเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถท่องอวกาศได้

สัมภาษณ์: ทำไมยานอวกาศของโลกเราที่ส่งไปดาวอังคารถึงพังก่อนที่จะถึงดาวอังคาร

บอริสก้า: ดาวอังคารส่งสัญญาณพิเศษเพื่อทำลายมัน ยานอวกาศเหล่านั้นมีรังสีที่เป็นอันตรายต่อชาวดาวอังคาร ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1988 ผู้นำโซเวียตส่งยานอวกาศไปดาวอังคาร 2 ลำแรก คือ โฟบอส 1 (Phobos 1) โฟบอส 2 (Phobos 2) เเละเกิดความผิดปกติของระบบคอมพิวเตอร์ทำให้ภารกิจสิ้นสุด เเละหายสาปสูญ เพราะเป็นอันตรายต่อชาวดาวอังคาร

สัมภาษณ์:  เธอรู้เกี่ยวกับความหลากหลายของมิติไหม

บอริสก้า: รู้ เราไม่ควรบินเป็นทางตรง แต่อาศัยการผ่านประตูมิติ ในอดีตผมได้ขับยูเอฟโอ และลงจอดสู่พื้นบนโลกเมื่อนานมาเเล้ว ยูเอฟโอประกอบไปด้วยพลังงานหลายอย่าง คร่าวๆ 25% ชั้นนอกทำจากโลหะทนทาน 30% ชั้นที่สองที่ทำจากสิ่งที่คล้ายกับยาง 30% ชั้นที่สามประกอบด้วยโลหะอีกครั้ง 4% ชั้นที่สี่ประกอบด้วยแม่เหล็กชนิดพิเศษ ถ้าเราชาร์จพลังงานแม่เหล็กกับเครื่องบินจะสามารถบินได้ทุกที่ในจักรวาล

สัมภาษณ์: เธอรู้เรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไร

บอริสก้า: มันอยู่ข้างในสมองผม