โกเบคลี เทเป

โกเบคลี เทเป
ภาพ : wikipedia

โกเบคลี เทเป (Gobekli Tepe) อยู่ที่เมืองชานลึอูร์ฟา ประเทศตุรกี อยู่บนเทือกเขาที่ความสูง 760 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล สร้างขึ้นเมื่อ 12,000 ปีก่อน อยู่ในช่วงมนุษย์ยุคหินเก่า (Paleolithic) ค้นพบวิหารวงกลม 20 เเห่ง วิหารมีความสูง 15 เมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 เมตร ถูกจัดวางเป็นวงกลม วิหารมีการติดตั้งเสาหินรูปเสาตัว T ที่มีความสูง 3-6 เมตร นํ้าหนัก 40-200 ต้น ตรงศูนย์กลางวิหารมีกำแพงล้อมรอบอยู่หลายชั้น เมื่อปี ค.ศ. 2018 องค์การยูเนสโก (UNESCO) จดทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมของโลก

โกเบคลี เทเป
ภาพ : wikipedia

โกเบคลีเทเปเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เเห่งมวลมนุษยชาติ เนื่องจากได้ทำลายความเชื่อที่ว่า มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อาศัยกันเป็นกลุ่มเล็กๆ เคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ เมื่อแหล่งอาหารเสื่อมโทรม แต่จากการค้นพบโกเบคลีเทเปเปิดเผยว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้คนกลุ่มเล็กในการก่อสร้าง เพราะต้องอาศัยความร่วมมือของคนจำนวนมาก และระยะเวลาอันยาวนานในการก่อสร้าง จึงมีความเป็นไปได้ที่ว่า โกเบคลีเทเปอาจเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแบบถาวรของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์

การค้นพบโกเบคลีเทเปได้ก่อให้เกิดคำถามเเห่งโลกโบราณคดีว่า ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่หายไปเเห่งวิวัฒนาการมวลมนุษยชาติผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงทัศนคติของมนุษย์เกี่ยวกับวิธีการก่อสร้าง และระยะเวลาที่ประวัติศาสตร์อารยธรรมมนุษย์ได้ก่อตัวขึ้นมา การค้นพบโกเบคลีเทเปเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลทางโบราณคดีที่ประวัติศาสตร์เรียนกันในหนังสือ หรือมหาวิทยาลัยหลายศตวรรษอาจเขียนผิดพลาด

ภาพวิสัยทัศน์การก่อสร้างโกเบคลีเทเปเมื่อ 12,000 ปีก่อน
ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 1960 นักสำรวจชาวตุรกีค้นพบสิ่งก่อสร้างประหลาดฝังอยู่ใต้ดิน ประกอบไปด้วยเสาหินขนาดใหญ่เรียงตัวเป็นรูปวงกลมคล้ายสโตนเฮนจ์

ค.ศ. 1963 นักสำรวจชาวอเมริกันจากมหาวิทยาลัยอิสตันบูล และมหาวิทยาลัยชิคาโก เมื่อเขาเห็นลักษณะยอดเขาที่ไม่เหมือนสภาพทางธรรมชาติ จึงได้เข้าไปตรวจสอบดู เขาตกใจเมื่อทำการวัดอายุ

ค.ศ. 1994 โกเบคลีเทเปได้มีการขุดค้นโดยสถาบันโบราณคดีเยอรมัน นำทีมโดยคลอส ชมิดต์ (Klaus Schmidt) (เสียชีวิตขณะว่ายน้ำในปี 2014 อย่างเป็นปริศนา โดยที่ยังไม่ได้สรุปผลการค้นพบ เเละทฤษฎีต่างๆ มีการเชื่องโยงถึงสมาคมอิลลูมินาติ เเละรัฐบาลเงาอเมริกัน ว่าด้วยเรื่องเผ่าพันธุ์มนุษย์โฮโมเซเปียนส์อาจถูกดันเเปลงดีเอ็นเอ (DNA) โดยมนุษย์ต่างดาว)

ภาพปริศนามุมซ้าย
ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 2014 ประชุม World Economic Forum เมืองเดวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นักโบราณคดีตั้งข้อสันนิษฐาน ชนเผ่ามีลำดับชั้น และระบบโครงสร้างทางสังคม ชนเผ่าเร่ร่อนต่างๆ มุ่งหน้ารวมตัวกัน เพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ เพื่อการเฉลิมฉลองงานเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนย้ายตั้งข้อสันนิษฐาน โกเบคลีเทเปอนุสรณ์สถานที่ได้รับการออกแบบอย่างงดงาม มีอายุยืนยาวนับหมื่นปี ผู้สร้างได้ใช้วัสดุจำนวนมากกลบดินฝังปิดบังไว้ในหลายแห่ง ผู้สร้างต้องการดูแลรักษาผลงานสร้างสรรค์ที่สมบูรณ์แบบ

นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสันนิษฐาน สังคมชนเผ่าเร่ร่อนหาของป่า และล่าสัตว์ ตกอยู่ภายใต้อำนาจหมอผีที่อ้างว่า ติดต่อกับซาตานได้ หมอผีหรือชนชั้นสูงอ้างว่า ตนเองมีสติปัญญาที่สูงกว่า และได้รับคัดเลือกให้ติดต่อกับปรโลก หรือสวรรค์วิมานชั้นต่างๆ

โกเบคลี เทเป
ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 2017 ทีมนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ (The University of Edinburgh) ประเทศสกอตแลนด์ ได้ค้นพบภาพสัตว์นานาชนิดที่ปรากฏอยู่บนเสา T ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ศิลานกแร้ง (Vulture Stone) นั้นอาจจะเป็นการสื่อถึงตำแหน่งของกลุ่มดาวต่างๆ บนท้องฟ้าในอดีต และเมื่อลองใช้คอมพิวเตอร์จำลองภาพของดวงดาวในช่วงที่โกเบคลีเทเปถูกสร้างขึ้นพบว่า ได้แสดงถึงอุกกาบาตที่พุ่งเข้ามาชนโลกเมื่อ 10,950 ปีก่อนคริสตกาล เหตุการณ์ที่ค้นพบนี้ได้ถูกนำไปเชื่อมโยงเข้ากับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ยังเกอร์ดรายแอส (Younger Dryas) หรือการลดลงของอุณหภูมิอย่างสุดขั้วที่ได้สังหารแมมมอธ และผลักดันให้มนุษย์ในตะวันออกกลางเริ่มทำการเกษตรจนก่อให้เกิดการสร้างอารยธรรมขึ้นมาในที่สุด เเละได้มีการรายงานการค้นพบกะโหลกมนุษย์ (Crania) ในบริเวณวิหาร โดยถูกตีความว่า เป็นหลักฐานสำหรับรูปลักษณ์ใหม่ของกะโหลกศีรษะมนุษย์ยุคหิน

นักโบราณคดีตั้งข้อสันนิษฐานว่า โกเบคลีเทเปถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์นักล่า-เก็บของป่า (hunter-gatherers) ที่รวมตัวกันล่าสัตว์ และหาผลไม้ป่า เนื่องจากไม่รู้การทำเกษตรกรรม เเละจากการขุดค้นพบแผ่นหินรูปแกะสลักสัตว์ต่างๆ เช่น รูปหมูป่า, เป็ด, นก, เเมลง เป็นต้น

นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสันนิษฐานว่า โกเบคลีเทเปมีอายุ 12,000 ปี จากการตรวจสอบคาร์บอนเดท ซึ่งเป็นยุคที่มนุษย์ยังไม่มีเครื่องมือโลหะ เเละยังไม่รู้จักเครื่องปั้นดินเผา แต่สถาปัตยกรรมกับมีการแกะสลักลวดลายอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้มีข้อสมมติฐานที่ว่า ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม หรือจุดเชื่อมโยงที่หายไป

ภาพเเกะสลักปริศนาเเห่งโกเบคลี เทเป
ภาพ : wikipedia

ทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณเสนอว่า เป็ด (ผู้สร้างเผ่าพันธุ์มนุษย์) กำลังมอบสิ่งของให้นกกระจอกเทศ (มนุษย์) ซึ่งเป็นสายพันธุ์นกด้วยกันเอง โดยที่นกกระจอกเทศไม่รับสิ่งของ ไม่เอา ไม่สนใจ โดยหันหลังให้ผู้มอบ ในขณะที่มีเเมงมุม (มนุษย์ต่างดาวเรปทิเลียน) กำลังเข้าจู่โจม เพื่อเเย่งชิงเอาสิ่งของนั้นไปเเทน สิ่งของนั้นคืออะไร อาจจะคือโลกทั้งใบนั้นเอง สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวเรปทิเลียน คือ มนุษย์ต่างดาวเรปทิเลียนต้องการยึดครองโลกมนุษย์ ซึ่งมีการแทรกซึมมาอยู่ร่วมกับมนุษย์ตั้งแต่ในสมัยอดีตกาล

อ้างอิง : wikipedia