ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

โกเบคลี เทเป ผู้มาเยือนจากต่างดาว

โกเบคลี เทเป
ภาพ : wikipedia

โกเบคลี เทเป (Gobekli Tepe) อยู่ที่เมืองชานลึอูร์ฟา ประเทศตุรกี อยู่บนเทือกเขาที่ความสูง 760 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล สร้างขึ้นเมื่อ 12,000 ปีก่อน อยู่ในช่วงมนุษย์ยุคหินเก่า (Paleolithic) ค้นพบวิหารวงกลม 20 เเห่ง วิหารมีความสูง 15 เมตร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 เมตร ถูกจัดวางเป็นวงกลม วิหารมีการติดตั้งเสาหินรูปเสาตัว T ที่มีความสูง 3-6 เมตร นํ้าหนักประมาณ 40-200 ต้น ตรงศูนย์กลางวิหารมีกำแพงล้อมรอบอยู่หลายชั้น เมื่อปี ค.ศ. 2018 องค์การยูเนสโก (UNESCO) จดทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมของโลก

การค้นพบวิหารนี้ถือว่า เป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เเห่งมวลมนุษยชาติ เนื่องจากได้ทำลายความเชื่อที่ว่า มนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้นอาศัยกันเป็นกลุ่มเล็กๆ เคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ เมื่อแหล่งอาหารเสื่อมโทรม แต่จากค้นพบครั้งนี้เผยข้อมูลสำคัญว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้คนกลุ่มเล็กในการก่อสร้าง เพราะมันต้องอาศัยความร่วมมือของคนจำนวนมาก และระยะเวลาอันยาวนานในการก่อสร้าง จึงมีความเป็นไปได้ที่ว่า วิหารเเห่งนี้อาจเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแบบถาวรของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์

การค้นพบโกเบคลีเทเปได้ก่อให้เกิดคำถามเเห่งโลกโบราณคดีที่ว่า ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ที่หายไปเเห่งวิวัฒนาการมวลมนุษยชาติผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงทัศนคติของมนุษย์เกี่ยวกับวิธีการก่อสร้าง และระยะเวลาที่ประวัติศาสตร์อารยธรรมมนุษย์ได้ก่อตัวขึ้นมา การค้นพบครั้งนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลทางโบราณคดีที่ประวัติศาสตร์ที่เรียนกันในหนังสือหรือมหาวิทยาลัยหลายศตวรรษอาจเขียนผิดพลาด

ภาพวิสัยทัศน์โดยยึดตามการค้นพบ
วิธีการก่อสร้างโกเบคลีเทเปในช่วง 12,000 ปี

ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 1960 นักสำรวจในตุรกีค้นพบสิ่งก่อสร้างประหลาดฝังอยู่ใต้ดิน ประกอบไปด้วยเสาหินขนาดใหญ่เรียงตัวเป็นวงกลมคล้ายสโตนเฮนจ์

ค.ศ. 1963 นักสำรวจชาวอเมริกันจากมหาวิทยาลัยอิสตันบูล และมหาวิทยาลัยชิคาโก เมื่อเขาเห็นลักษณะยอดเขาที่ไม่เหมือนสภาพทางธรรมชาติ จึงได้เข้าไปตรวจสอบดู เเละตกใจในสิ่งที่เขาเห็นจากการวัดอายุ

ค.ศ. 1994 โกเบคลี เทเป ได้มีการขุดค้นโดยสถาบันโบราณคดีเยอรมัน นำทีมโดยคลอส ชมิดต์ (Klaus Schmidt) (เสียชีวิตขณะว่ายน้ำในปี 2014 อย่างเป็นปริศนา โดยที่ยังไม่ได้สรุปผลการค้นพบ เเละทฤษฎีต่างๆ มีการเชื่องโยงถึงสมาคมลับอิลลูมินาติ เเละรัฐบาลเงาอเมริกัน ว่าด้วยเรื่องเผ่าพันธุ์มนุษย์โฮโมเซเปียนส์อาจถูกดันเเปลงดีเอนเอ (DNA) โดยมนุษย์ต่างดาว)

ภาพปริศนามุมซ้าย
ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 2014 ประชุม World Economic Forum ในเมืองเดวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กลุ่มนักโบราณแถลงการณ์ว่า ใครก็ตามที่สร้างสิ่งเหล่านี้ อนุสรณ์สถานที่ได้รับการออกแบบอย่างงดงาม มีอายุยืนยาวนับเป็นพันๆ ปี ผู้สร้างได้ใช้วัสดุจำนวนมากกลบดินฝังปิดบังไว้ในหลายแห่ง ผู้สร้างต้องการดูแลรักษาผลงานสร้างสรรค์ที่สมบูรณ์แบบนี้ใช่หรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนย้ายตั้งข้อสันนิษฐาน องค์กรเหล่านี้อาจจะมีอยู่เฉพาะแล้วในสังคมที่จัดตั้งขึ้นอย่างดีแล้ว โดยมีลำดับชั้น และระบบโครงสร้างทางสังคม ชนเผ่าเร่ร่อนต่างๆ มุ่งหน้ารวมตัวกันมาเพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างยิ่งใหญ่เหล่านี้ เพื่อการเฉลิมฉลองกินเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน

นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสันนิษฐาน สังคมชนเผ่าเร่ร่อนหาของป่าและล่าสัตว์ ตกอยู่ภายใต้อำนาจหมอผีที่อ้างว่าติดต่อกับซาตานได้ หมอผีหรือที่เป็นคนส่วนน้อยกลายเป็นชนชั้นสูงที่อ้างว่าตนมีสติปัญญาที่สูงกว่า และได้รับคัดเลือกให้ติดต่อกับปรโลกหรือสวรรค์วิมานชั้นต่างๆ

ภาพ : wikipedia

ค.ศ. 2017 ทีมผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ (The University of Edinburgh) ประเทศสกอตแลนด์ ได้ค้นพบภาพสัตว์นานาชนิดที่ปรากฏอยู่บนเสา T ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ศิลานกแร้ง (Vulture Stone) นั้นอาจจะเป็นการสื่อถึงตำแหน่งของกลุ่มดาวต่างๆ บนท้องฟ้าในอดีต และเมื่อลองใช้คอมพิวเตอร์จำลองภาพของดวงดาวในช่วงที่โกเบคลีเทเปถูกสร้างขึ้น ก็พบว่ามันได้แสดงถึงกลุ่มอุกกาบาตที่พุ่งเข้ามาชนโลกเมื่อประมาณ 10,950 ปีก่อนคริสตกาล เหตุการณ์ที่ค้นพบนี้ได้ถูกนำไปเชื่อมโยงเข้ากับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ยังเกอร์ดรายแอส (Younger Dryas) หรือการลดต่ำลงของอุณหภูมิอย่างสุดขั้วที่ได้สังหารเหล่าแมมมอธ และผลักดันให้มนุษย์ในตะวันออกกลางเริ่มทำการเกษตรจนก่อให้เกิดการสร้างอารยธรรมขึ้นมาในที่สุด เเละได้มีการรายงานการค้นพบกะโหลกมนุษย์ (Crania) ในบริเวณวิหาร โดยถูกตีความว่าเป็นหลักฐานสำหรับรูปลักษณ์ใหม่ของกะโหลกศีรษะมนุษย์ยุคหิน

นักโบราณคดีตั้งข้อสันนิษฐานว่า วิหารถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์นักล่า-เก็บของป่า (hunter-gatherers) ที่รวมตัวกันเพื่อล่าสัตว์ และหาพืชผลไม้ป่ากินเป็นหลัก เนื่องจากไม่รู้จักการทำเกษตรกรรมหรือเลี้ยงสัตว์ เเละจากการขุดค้น พบแผ่นหินรูปแกะสลักอย่างงดงาม เช่น รูปหมูป่า, เป็ด, นก, เเมลง, คน ถูกตีความว่าเป็นรูปมนุษย์กำลังล่าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร

นักวิทยาศาสตร์พบว่า โกเบคลีเทเปมีอายุ 12,000 ปี จากการตรวจสอบคาร์บอนเดท ซึ่งเป็นยุคที่มนุษย์ยังไม่เครื่องมือโลหะ เเละยังไม่รู้จักเครื่องปั้นดินเผา แต่สถาปัตยกรรมกับมีการแกะสลักลวดลายอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้มีข้อสมมติฐานที่ว่า ช่วงเวลาที่ถูกลืม

ภาพเเกะสลักปริศนาเเห่งโกเบคลี เทเป
ภาพ : wikipedia

นักวิจัยยูเอฟโอวิทยาอธิบายภาพปริศนานี้ว่า เป็ด (ผู้สร้างผ่าพันธุ์มนุษย์โลก) กำลังมอบสิ่งของให้นกกระจอกเทศ (มนุษย์โลก) ซึ่งเป็นสายพันธุ์นกด้วยกันเอง โดยที่นกกระจอกเทศนั้นไม่รับสิ่งของไม่เอาไม่สนใจโดยหันหลังให้ผู้มอบ เเละมีเเมงมุม(มนุษย์ต่างดาวเรปทิเลียน)กำลังเข้าจะมาจู่โจมเพื่อเอาสิ่งของนั้นไปเเทน สิ่งของนั้นเป็นอะไร เราไม่รู้ ถูกคาดการภายหลังโดยทฤษฎีสมคบคิดว่า อาจจะคือโลกทั้งใบนั้นเอง สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวเรปทิเลียนนี้ คือ พวกเขาต้องการยึดครองโลกมนุษย์ของเรา ซึ่งมีการแทรกซึมมาอยู่ร่วมกับมนุษย์ตั้งแต่ในสมัยอดีต

ผลการวิจัยอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าโกเบคลีเทเปอาจจะเป็นยุคแรกของเครื่องปั้นดินเผารวม เเละเป็นศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเท่าที่มีการค้นพบในปัจจุบัน พบว่ามีวิหารอย่างน้อย 20 แห่ง ที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางศาสนาหรือพิธีกรรมเป็นส่วนใหญ่ ความลึกลับของเสารูปตัว T สันนิฐานว่าเป็นรูปส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ถูกสลักอยู่ในบางส่วนของเสาต่างๆ คาดว่าร่องรอยเหล่านี้เลียนแบบรูปร่างมนุษย์

ความลึกลับทางวิศวกรรมได้ตั้งคำถามจำนวนมากที่ยังรอคำตอบ ยุคของชนเผ่าเร่ร่อนที่ไล่ล่าสัตว์ และหาของป่า ทำไมจึงมีโกเบคลีเทเปขึ้นมาได้ การก่อสร้างล้ำยุคเกินไป ผู้คนในยุคนั้นขนย้ายหินขนาดใหญ่ขึ้นมาบนเนินเขาได้อย่างไร ผู้คนในยุคนั้นมีวิธีการสร้าง และยกเสาหินที่หนักถึง 40-200 ตัน ได้อย่างไร ผู้คนจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะแม้แต่เครื่องมือสมัยใหม่ยังถือว่าสร้างได้ยากมาก ไม่พบเครื่องมือเกษตรกรรมใดๆ เเละเครื่องมือยกหินหรือตัดหินใดๆ ทั้งนี้นักโบราณคดียังหาข้อสรุปไม่ได้ เเละเป็นปริศนาอยู่

อ้างอิง : wikipedia