ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

ซิกกุรัต อารยธรรมดวงจันทร์

ซิกกุรัต อารยธรรมดวงจันทร์

ภาพถ่ายโดยยานอพอลโล 8 (Apollo 8) ขณะโคจรรอบดวงจันทร์ในปี ค.ศ. 1968 เผยให้เห็นซิกกุรัตบนดวงจันทร์ ซึ่งหมายความว่า อารยธรรมดวงจันทร์เคยมาเยือนดาวโลกเรา เพื่อเเบ่งปันเทคโนโลยีให้เเก่อารยธรรมสุเมเรียน ซิกกุรัตมีปรากฏบนโลกด้วย อาจจะมีความเป็นไปได้ที่ซิกกุรัตคือสัญลักษณ์ของชาวดวงจันทร์

กิ่งใบไม้ทองคำ

นาซ่าได้ติดต่อกับอารยธรรมดวงจันทร์เเล้ว โดยมีการเตรียมสิ่งของ เเละการทักทายในนามของชาวโลกไปเมื่อปี ค.ศ. 1969 อพอลโล11 (Apollo 11) ลงจอดบนดวงจันทร์ได้ทิ้งกิ่งใบไม้ทองคำ (Gold Olive Branch) เเละได้ทิ้งเเผ่นคำจารึกผู้นำโลก (Lunar Plaque) เพื่อทักทายชาวดวงจันทร์ มีหลักฐานสนับสนุนอารยธรรมดวงจันทร์คือ เวลาสำคัญของประวัติศาสตร์จู่ๆ บัซ อัลดริน (Buzz Aldrin) นักบินอวกาศคนที่ 2 ผู้เหยียบดวงจันทร์ ก็ได้มองรอบๆ ดวงจันทร์ มองไปที่เเห่งหนึ่ง พบเห็นเเสงไฟวงกลมส่องเเสงจ้าจ้องมองอยู่ โผล่ขึ้นมาจากหลุมอุกกาบาต อัลดรินกล่าวว่า "ผมเห็นเเสงไฟบนดวงจันทร์"

เเผ่นคำจารึกผู้นำโลก

เวลาสำคัญของประวัติศาสตร์นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) ก็ได้ยินที่อัลดรินพูด อาร์มสตรองได้กล่าวว่า "ผมยังไม่ได้อ่านป้ายคำจารึก ผมกำลังจะอ่านครับ นี่คือมนุษย์จากดาวโลก กลุ่มเเรกที่ก้าวเท้าลงบนจอดบนดวงจันทร์ กรกฎาคม 1969 เรามาอย่างสันติเพื่อมวลมนุษยชาติ" มีการเชื่อว่า มีการตัดเสียงบางส่วนที่กล่าวต่อทิ้งท้ายอีกว่า "เราไม่ได้มารุกราน อย่ามารุกรานเรา เรามาอย่างสันติ เพื่อมวลมนุษยชาติ" มีการบันทึกเสียงสนทนาที่หายไปนี้ได้ ซึ่งนักวิจัยยูเอฟโอหลายคนเชื่อว่า เพนตากอน (The Pentagon) ปิดบางตัดเสียงนี้ออก กลัวผู้คนหวาดกลัว

ซิกกุรัต ประเทศอิรัก

ซิกกุรัตเเห่งอิรัก (Great Ziggurat of Ur) อยู่ที่เมืองอูร์ ประเทศอิรัก สร้างขึ้นเมื่อ 3,500 ปีก่อนคริสตกาล ซิกกุรัตพบในบริเวณเมโสโปเตเมีย อารยธรรมสุเมเรียน (Sumerians) เป็นชนชาติแรกที่สร้างความเจริญขึ้นในบริเวณเเถบนี้ เข้ามาอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำไทกริสเมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อนคริสตกาล ซิกกุรัตเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญทางศาสนาของชาวสุเมเรียน ด้านบนซิกกุรัตนี้เป็นวิหาร ในระยะแรกใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ต่อมาซิกกุรัตนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังกษัตริย์ ใช้ในการปกครองแผ่นดิน และเป็นประมุขสูงสุดเรียกว่า พระเจ้าอูร์-นัมมู (Ur-Nammu) ทำการปกครองในนามของพระเจ้าดูแลควบคุมกิจการภายในนครรัฐ ซึ่งซิกกุรัตเก่าแก่กว่ามหาพีระมิดแห่งกิซ่าของอียิปต์หลายร้อยปี ซิกกุรัตสร้างขึ้นด้วยอิฐตากแห้ง (Sun died brick) และอิฐเผาไฟ (baked brick) มีความแข็งแรงคงทนน้อยกว่าพีระมิดอียิปต์ที่สร้างด้วยหิน

ซิกกุรัต ประเทศอิหร่าน

ซิกกุรัตเเห่งอิหร่าน (Chogha Zanbil) อยู่ที่เมืองคูเซสถาน ประเทศอิหร่าน สร้างขึ้นเมื่อ 1,250 ปีก่อนคริสตกาล สร้างโดยกษัตริย์อันทาช-นาปิริชา (Untash-Napirisha) เพื่อบูชาเทพเจ้าอินชูชีนาค (Inshushinak) สร้างจากอิฐ เป็นชั้นๆ 5 ชั้น มีพระราชวัง มีวิหาร มีระบบการส่งน้ำ เเต่เเล้ว เมื่อ 600 ปีก่อนคริสต์กาล ซิกกุรัตเเห่งอิหร่านถูกทำลายโดยอารยธรรมอัสซิเลี่ยน (Assyria) จึงหลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง สามารถพบเห็นซิกกุรัตได้ใน 2 ประเทศ คือ อิรักเเละอิหร่าน สถาปัตยกรรมทั้งสองสร้างด้วยความสูงเสียดฟ้า ปริศนาแห่งการก่อสร้างก็ยังเป็นเงื่อนงำ นักโบราณคดียังไม่ทราบเเน่ชัด ชี้ให้เห็นหลายอย่างเกี่ยวกับวิศกกรมที่น่าทึ่ง ด้วยความเลขาคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน เมื่อปี ค.ศ. 1979 องค์การยูเนสโก (UNESCO) จดทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมของโลก

อ้างอิง : wikipediawikipedia