ยูเอฟโอตกป่าดำเยอรมนี

ยูเอฟโอตกป่าดำเยอรมนี
ภาพ : wikipedia

ป่าดำเยอรมนี (Black Forest Germany) ป่าสนในเทือกเขาริมแม่น้ำไรท์ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี เป็นป่าขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ความสวยงามของป่าดำกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยตำนานเรื่องเล่า ว่ากันว่าเป็นสถานที่ยูเอฟโอตกในปี ค.ศ. 1936 4 ปีก่อนเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนำไปสู่เทคโนโลยีก้าวกระโดดของเยอรมนี สาเหตุที่ถูกเรียกว่าป่าดำ เพราะเป็นป่าที่ทึบ ชนิดว่าต้นไม้ขึ้นบังหนาจนแสงไม่สามารถเจาะเข้าสู่พื้นล่างได้ ทำให้สภาพแวดล้อมของป่ามืดราวกับฝันร้าย

จอห์น ฟอน เฮลซิง (John Von Helsing) ชาวเยอรมนีได้เปิดเผยว่า เมื่อปี ค.ศ. 1936 เครื่องบินทรงกลมขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายจาน มีตรงกลางนูนสีเงินตกลงป่าดำเยอรมนี ชาวบ้านเมืองไฟรบวร์ค (Freiburg) พบเห็นควันลอยขึ้นออกมาจากป่าดำ ต่างพากันมาดูที่เกิดเหตุด้วยความสังสัย ไม่นานนัก 2-3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเอสเอสก็เข้าควมคุมที่เกิดเหตุ ปิดล้อมอย่างรวดเร็วจนไม่รู้ว่าอะไรตกที่ป่าดำ พยานผู้พบเห็นต่างเล่ากันว่าจานบินตก หนังสือพิมเยอรมนีเสนอข่าวในเวลานั้นคำว่า ยูเอฟโอยังไม่มีใครรู้จัก จึงเรียกว่าเหตุการนี้ว่าจานบินตกป่าดำ เจ้าหน้าที่ทหารเก็บกู้ชิ้นส่วนจานบินเสร็จ ส่งไปให้วิศวกรนาซีศึกษาที่ปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ป้อมปราการริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ปราสาทหลังนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงวิจัยพลังงานเเม่เหล็กไฟฟ้า เเละวิจัยอากาศยานต้านเเรงโน้มถ่วง

Horten Ho 229
ภาพ : wikipedia

วิศวกรนาซีศึกษาชิ้นส่วนจานบิน ชิ้นส่วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการเคลื่อนที่ มีเครื่องกำเนิดต้านเเรงดึงดูดไม่เหมือนเทคโนโลยีใดบนโลก ไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์ ผู้บัญชาการหน่วยเอสเอส ส่งรายงานเรื่องนี้ไปถึงอดอฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซี ให้อนุมัติสร้างโครงการลับที่ชื่อว่า ดีก็อก (Die Glocke) เพื่อพัฒนาอากาศยานรวมไปถึงเรื่องคิดค้นเรื่องมิติกาลเวลา

ค.ศ. 2000 อิกอร์ วิตโคว์สกี้ (Igor Witkowski) ชาวโปเเลนด์ เปิดเผยว่า หลังจากโครงการดีก็อกเริ่มถูกก่อตั้งจนถึงปี ค.ศ. 1938 ฮิตเลอร์เริ่มมีความคิดอยากจะรุกรานประเทศอื่น ฮิตเลอร์สั่งเริ่มปฏิบัติการสะสมอาวุธ ฮิตเลอร์มั่นใจในการวางเเผนยุทธศาสตร์ทางการทหาร เเละนี่เองนำไปสู่การบุกประเทศโปเเลนด์ในปี ค.ศ. 1939 จุดเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 

Nazi UFOs
ภาพ : wikipedia

แวร์เนอร์ ไฮเซินแบร์ก นักฟิสิกส์เยอรมนี เปิดเผยว่า ฮิตเลอร์บ้าคลั้ง ถ้านำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้ฮิตเลอร์ไป โลกจะถึงจุดจบ โครงการพัฒนานิวเคลียร์จึงหยุดพัฒนา ประวัติศาสตร์เขียนจารึกผิดพลาดช่วงท้ายสงครามโลก นาซีเยอรมนีไม่ได้ยอมเเพ้สงคราม สิ่งที่เห็นไม่ใช่อย่างที่ประวัติศาสตร์เขียน ในปีสุดท้ายของสงครามโลก เรือดำนํ้า 2 ลำ ได้บรรทุกนักวิทยาศาสตร์กับวิศวกรบางส่วนไปประเทศอาร์เจนตินา เพื่อรวมตัวกันไปทวีปเเอนตาร์กติกา

Sun Gun
ภาพ : wikipedia

เวอร์เนอร์ ฟอน บราวน์ วิศวกรเยอรมนี เปิดเผยว่า นาซีมีโครงการสร้างดามเทียมรวมเเสงอาทิตย์ (Sun Gun) ดาวเทียมที่อยู่นอกโลกสามารถยิงเลเซอร์มาถึงพื้นดินอังกฤษ สหรัฐอเมริกา เเละสหภาพโซเวียตได้ โดยอาศัยการผลิตความร้อนให้มากพอที่จะทำให้มหาสมุทรต้มหรือเผาเมือง ภายหลังนาซีเเพ้สงครามโลก วิศวกรเยอรมนีเเบ่งกันเป็นหลายส่วน บางส่วนไปสหรัฐกับโซเวียต ที่เหลือบางส่วนไม่โดนจับกุมตัวขึ้นเรือดำนํ้าไปทวีปเเอนตาร์กติกา

Die Glocke
ภาพ : wikipedia

เมื่อปี ค.ศ. 1963 วิศวกรนาซีประจำการอยู่ที่ทวีปเเอนตาร์กติกา พัฒนาส่งดาวเทียมรวมเเสงอาทิตย์ขึ้นไปวงโคจรโลกได้สำเร็จ พัฒนาด้วยความรีบร้อน เทคโนโลยียังไม่สมบูรณ์เเบบ สาเหตุขาดเงินในการวิจัยสูง จึงตกลงสู่สหรัฐอเมริกาในวันที่ 9 ธันวาคม 1965 เมืองเคกส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ลักษณะคล้ายกับระฆังสีส้มหรือผลต้นโอ๊ก เป็นดาวเทียมของนาซีที่ไม่ยอมเเพ้สงคราม เพราะนาซีเเอบพัฒนา เเละทำสงครามต่อ โดยทำงานอยู่ทวีปเเอนตาร์กติกา นํ้าเเข็งปกคลุมเเม้เเต่ดาวเทียมก็ไม่สามารถส่องดูได้

เมื่อปี ค.ศ. 1945 หลังจากนักโทษสงครามถูกสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐ นายพลระดับสูงนาซีเยอรมนีกล่าวว่า "ปืนดวงอาทิตย์จะเสร็จสมบูรณ์ภายใน 50-100 ปี ข้างหน้า จนถึงปัจจุบันนี้เรื่องนี้ก็ยังถกเถียงกันอยู่ว่า" จริงหรือไม่ ภายหลังจึงมีการทำการ์ตูน เเละภาพยนตร์เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก

อ้างอิง : wikipediawikipedia