ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก (Baltic Sea Anomaly) เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2011 ทีมนักล่าสมบัติชาวสวีเดนชื่อทีม โอเชียน เอ็กซ์ (Ocean X) ได้ทำการสำรวจท้องทะเลบอลติก จู่ๆ พวกเขาสังเกตเห็นโครงสร้างประหลาด ลักษณะคล้ายยูเอฟโอผ่านเครื่องโซนาร์ (Sonar) ทีมนักสำรวจได้เปิดเผยภาพวัตถุประหลาดนอนนิ่งอยู่ที่ใต้ท้องทะเลบอลติก ระหว่างประเทศสวีเดนและฟินแลนด์ วัตถุประหลาดชิ้นนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 60 ม. (200 ฟุต) มีความสูงราว 3-4 ม. เป็นรูปทรงกลม และโค้งมนคล้ายกับดอกเห็ด แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคืออะไร นักสำรวจชาวสวีเดน และนักวิจัยยูเอฟโอเชื่อว่า วัตถุประหลาดนี้มีลักษณะคล้ายกับยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก

ทีมงานสำรวจโอเชียนเอ็กซ์ล่มเลิกภารกิจการสำรวจทันที เพราะขาดเงินทุนและทีมงาน ทำให้การสำรวจต้องล่าช้าไปถึง 1 ปี อีกทั้งยังไม่มั่นใจว่า สิ่งที่ค้นพบคือเรือรบที่ถูกจมระหว่างสงครามโลกหรือเป็นสิ่งใดกันแน่ คาดการจมอยู่ก้นทะเลบอลติก ความลึก 90 ม. (300 ฟุต) ความน่าพิศวงเพิ่มมากยิ่งขึ้น หลังการค้นพบเบื้องต้นเกิดข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก

ค.ศ. 2012 หลังจากการเตรียมตัวคัดเลือกทีมงานอยู่หลายเดือน ทีมโอเชียนเอ็กซ์ก็กลับมาเพื่อที่จะเปิดเผยความลึกลับนี้ ระหว่างการสำรวจทีมดำน้ำเผยว่า พบเห็นลักษณะคล้ายรันเวย์สนามบินที่ความยาว 300 ม. ซึ่งพวกเขาพิจารณาว่า คล้ายเป็นรันเวย์สนามบินหรือทางลงราบไปตามพื้นทะเล โดยมียูเอฟโออยู่ตรงส่วนท้ายของรันเวย์สนามบินนี้ เเละค้นพบส่วนที่มีลักษณะคล้ายกับบันไดบริเวณด้านข้างวัตถุประหลาดนี้ หลังการสำรวจเสร็จสิ้น ทีมสำรวจได้นำตัวอย่างหินที่พบได้ในบริเวณดังกล่าวมาให้นักวิทยาศาสตร์ทำการตรวจสอบจนได้ข้อสรุปว่า วัตถุประหลาดเป็นหินแต่เป็นหินที่นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ว่า เป็นหินที่อยู่ในบริเวณนั้นอยู่แล้วหรือเป็นหินที่ถูกเคลื่อนย้ายมาภายหลัง

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก

สเตฟาน โฮเกอร์บอร์น (Stefan Hogeborn) นักประดาน้ำมืออาชีพ กล่าวว่า "กล้องและโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมของทีมหยุดทำงาน เมื่ออยู่เหนือวัตถุดังกล่าว และพวกมันกลับมาใช้การได้อีกครั้งหลังจากเคลื่อนตัวออกมาพ้นรัศมี"

ปีเตอร์ ลินด์เบิร์ก (Peter Lindberg) นักประดาน้ำ กล่าวว่า "เราเจอบางสิ่งที่ไม่อาจจินตนาการได้ ขณะที่ทีมก็เริ่มมีข้อสงสัยแล้วว่า เราอาจพบกับทฤษฎีที่ต่างออกไป เราเตรียมใจตอนแรกๆ ว่าเราอาจเจอแค่หินหน้าผา หินโผล่หรือโคลนทับถม แต่ดูเหมือนมันไม่ใช่แบบนั้น"

ดร. เดนนิส แอสเบิร์ก (Dr. Volker Brüchert) ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยา กล่าวว่า "เราเชื่อและมั่นใจอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า เราพบบางอย่างที่พิเศษอย่างมาก มันอาจเป็นอุกกาบาต ภูเขาไฟ เรือดำน้ำเยอรมนี หรือไม่ก็ยูเอฟโอ" สมาชิกคนอื่นๆ ของทีมเชื่อโดยรวมว่า วัตถุนี้ไม่ได้ก่อตัวตามธรรมชาติ

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก

เบนจามิน แรดฟอร์ด (Benjamin Randford) รองบรรณาธิการนิตยสาร Skeptical I กล่าวว่า "ระบบโซนาร์สแกนไม่ใช่ภาพถ่าย มันอาจสร้างเงาสะท้อนที่ผิดพลาดได้ ดังนั้นมันไม่ชัดเจนหรอกว่า แท้จริงแล้วภาพที่คุณบันทึกได้นั้นคืออะไร เรากำลังพูดถึงวัตถุที่อยู่ในระนาบเดียวกับก้นมหาสมุทร ซึ่งมันทำให้ภาพที่เกิดจากโซนาร์สแกนมีความน่าเชื่อน้อยมาก"

เป็นเวลาหลายปีที่ความลึกลับใต้ท้องทะเลบอลติกยังคงเป็นปริศนาถกเถียงกันอยู่ ปัจจุบันยังไม่มีใครทราบได้ว่า วัตถุประหลาดใต้ท้องทะเลบอลติกคืออะไรกันแน่ หลายทฤษฎีถูกตั้งขึ้น บ้างก็เชื่อว่า อาจเป็นก้อนหินธรรมดาที่พบเจอได้ในท้องทะเลอยู่แล้ว เเต่ในบรรดาผู้ที่คลั่งไคล้ในเรื่องของมนุษย์ต่างดาว ล้วนเชื่อว่า วัตถุประหลาดคือยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวอย่างแน่นอน จนถึงขั้นนำไปเปรียบเทียบกับยานมิลเลนเนี่ยมฟาลคอนจากภาพยนตร์สตาร์วอร์ส บ้างก็บอกว่า เหมือนยานโพรมีธีอุส ห้ามไปเปิดเครื่องไม่งั้นอาจส่งสัญญาณถึงสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก

นักวิจัยยูเอฟโอมีข้อสันนิษฐานเผยว่า วัตถุประหลาดดังกล่าวไม่ได้เป็นยานอวกาศแต่อย่างใด แต่เป็นอนุสาวรีย์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือของใครก็ไม่รู้ในยุคหินเก่า (Paleolithic) เมื่อประมาณ 140,000 ปีที่แล้ว โดยข้อสันนิษฐานดังกล่าวได้มาจากการคำนวณอายุของหินที่พบในวัตถุประหลาดดังกล่าวนั่นเอง

นักโบราณคดีชี้ให้เห็นว่า อาจเป็นไปได้ที่จะเป็นเครื่องจักรโบราณของชาวแอตแลนติส อาณาจักรทีหายสาบสูญ อาณาจักรโบราณที่อยู่ในความทรงจำของคนทั้งโลก อาณาจักรแอตแลนติสเป็นทวีปเเตกกระจายอยู่ใต้ทะเลในปัจจุบัน เป็นที่อยู่อาศัยของพลเมืองผู้ทรงคุณธรรมและเทคโนโลยีที่สูงส่ง กำแพงเมืองเป็นทองคำและวิหารสร้างด้วยเงิน มีอุทยานหย่อนใจและสนามแข่งม้า ถูกทำลายพังพินาศด้วยภัยพิบัติครั้งใหญ่ เเละสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็มีเเต่ซากผุผังเป็นหินประหลาดจึงมีเค้าโครงให้มนุษย์อนาคตเห็น

ทะเลบอลติกคือแหล่งขุมทรัพย์ของนักล่าสมบัติ คาดการว่ามีวัตถุราว 100,000 ชิ้น จมอยู่ใต้ก้นทะเลบอลติก ขณะเดียวกัน บริษัทเอกชนฉวยโอกาสสร้างเรือดำน้ำขึ้นมาเพื่อโกยเงินจากนักท่องเที่ยว หรือผู้ต้องการที่จะเป็นนักล่าสมบัติ ก็จะต้องยอมจ่ายเงินสำหรับเดินทางลงไปสำรวจก้นทะเลบอลติกด้วยตาของตนเอง การสำรวจน่านน้ำทะเลบอลติกนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะกระแสน้ำเย็นยะเยือก และทัศนวิสัยใต้น้ำที่ไม่ดีนัก

อ้างอิง : wikipedia