ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก
ภาพ : Ocean X Team

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก (Baltic Sea Anomaly) เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2011 ทีมนักล่าสมบัติชาวสวีเดนชื่อทีม โอเชียน เอ็กซ์ (Ocean X) ได้ทำการสำรวจท้องทะเลบอลติก จู่ๆ พวกเขาสังเกตเห็นโครงสร้างประหลาดนี้ ลักษณะคล้ายยูเอฟโอผ่านเครื่องโซนาร์ (Sonar) จึงได้ลงไปดู ทีมนักสำรวจได้เปิดเผยภาพวัตถุลึกลับนี้นอนนิ่งอยู่ที่ใต้ท้องทะเลบอลติก ระหว่างประเทศสวีเดนและฟินแลนด์ วัตถุประหลาดชิ้นนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 60 ม. (200 ฟุต) มีความสูงราว 3-4 ม. เป็นรูปทรงกลม และโค้งมนคล้ายกับดอกเห็ด แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคืออะไร นักสำรวจชาวสวีเดนและผู้สนใจจากทั่วโลกตั้งข้อสังเกตว่าวัตถุลึกลับมีลักษณะคล้ายกับจานบินของมนุษย์ต่างดาว

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก
ภาพ : Ocean X Team

ทีมงานสำรวจโอเชียนเอ็กซ์ล่มเลิกภารกิจการสำรวจทันที เพราะขาดเงินทุนและทีมงาน ทำให้การสำรวจต้องล่าช้าไปถึง 1 ปี อีกทั้งยังไม่มั่นใจว่าสิ่งที่พบคือเรือรบที่ถูกจมระหว่างสงครามโลกหรือเป็นสิ่งใดกันแน่ คาดการจมอยู่ก้นทะเลบอลติก ความลึก 90 ม. (300 ฟุต) ความน่าพิศวงเพิ่มมากยิ่งขึ้น หลังการค้นพบเบื้องต้นเกิดข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก
ภาพ : Ocean X Team

ค.ศ. 2012 หลังจากการเตรียมตัวคัดเลือกทีมงานอยู่หลายเดือน ทีมโอเชียนเอ็กซ์ก็กลับมาเพื่อที่จะเปิดเผยความลึกลับนี้ ระหว่างการสำรวจทีมดำน้ำเผยว่าพบเห็นลักษณะคล้ายรันเวย์สนามบินที่ความยาว 300 ม. ซึ่งพวกเขาพิจารณาว่าคล้ายเป็นรันเวย์สนามบินหรือทางลงราบไปตามพื้นทะเล โดยมียูเอฟโออยู่ตรงส่วนท้ายของรันเวย์สนามบินดังกล่าวนี้ เเละค้นพบส่วนที่มีลักษณะคล้ายกับบันไดบริเวณด้านข้างวัตถุประหลาดนี้ หลังการสำรวจเสร็จสิ้น ทีมสำรวจได้นำตัวอย่างหินที่พบได้ในบริเวณดังกล่าวมาให้นักวิทยาศาสตร์ทำการตรวจสอบจนได้ข้อสรุปว่า วัตถุประหลาดดังกล่าวเป็นหินแต่เป็นหินที่นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ว่า เป็นหินที่อยู่ในบริเวณนั้นอยู่แล้วหรือเป็นหินที่ถูกเคลื่อนย้ายมาภายหลังกันแน่

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก
ภาพ : Ocean X Team

สเตฟาน โฮเกอร์บอร์น (Stefan Hogeborn) นักประดาน้ำมืออาชีพ กล่าวว่า "กล้องและโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมของทีมหยุดทำงาน เมื่ออยู่เหนือวัตถุดังกล่าว และพวกมันกลับมาใช้การได้อีกครั้งหลังจากเคลื่อนตัวออกมาพ้นรัศมี"

ปีเตอร์ ลินด์เบิร์ก (Peter Lindberg) นักประดาน้ำ กล่าวเสริมว่า "เราเจอบางสิ่งที่ผมไม่อาจจินตนาการได้ ขณะที่ทีมก็เริ่มมีข้อสงสัยแล้วว่าเราอาจพบกับทฤษฎีที่ต่างออกไป ผมเตรียมใจตอนแรกๆ ว่าเราอาจเจอแค่หินหน้าผา หินโผล่หรือโคลนทับถม แต่ดูเหมือนมันไม่ใช่แบบนั้น"

ดร. เดนนิส แอสเบิร์ก (Dr. Volker Brüchert) ศาสตราจารย์ด้านธรณีวิทยา กล่าวว่า "ผมเชื่อและมั่นใจอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเราพบบางอย่างที่พิเศษอย่างมาก มันอาจเป็นอุกกาบาต ภูเขาไฟ เรือดำน้ำเยอรมนี หรือไม่ก็ยูเอฟโอ"

สมาชิกคนอื่นๆ ของทีมเชื่อโดยรวมว่า วัตถุนี้ไม่ได้ก่อตัวตามธรรมชาติเเน่นอน

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก
ภาพ : Ocean X Team

เบนจามิน แรดฟอร์ด (Benjamin Randford) นักเขียน รองบรรณาธิการนิตยสาร Skeptical I กล่าวว่า "ระบบโซนาร์สแกนไม่ใช่ภาพถ่าย มันอาจสร้างเงาสะท้อนที่ผิดพลาดได้ ดังนั้นมันไม่ชัดเจนหรอกว่า แท้จริงแล้วภาพที่คุณบันทึกได้นั้นคืออะไร เรากำลังพูดถึงวัตถุที่อยู่ในระนาบเดียวกับก้นมหาสมุทร ซึ่งมันทำให้ภาพที่เกิดจากโซนาร์สแกนมีความน่าเชื่อน้อยมาก"

เป็นเวลาหลายปีที่ความลึกลับใต้ท้องทะเลบอลติกยังคงเป็นปริศนาถกเถียงกันอยู่ ปัจจุบันยังไม่มีใครทราบได้ว่าวัตถุลึกลับใต้ท้องทะเลบอลติกคืออะไรกันแน่ หลากหลายทฤษฎีถูกตั้งขึ้น บ้างก็เชื่อว่านั่น อาจเป็นก้อนหินธรรมดาที่พบเจอได้ในท้องทะเลอยู่แล้ว ในบรรดาผู้ที่คลั่งไคล้ในเรื่องของมนุษย์ต่างดาว ล้วนเชื่อว่าวัตถุลึกลับดังกล่าวคือยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวอย่างแน่นอน จนถึงขั้นนำไปเปรียบเทียบกับยานมิลเลนเนี่ยม ฟาลคอน จากภาพยนตร์สตาร์วอร์ส บ้างก็บอกว่าเหมือนยานโพรมีธีอุส ห้ามไปเปิดเครื่องไม่งั้นอาจส่งสัญญาณถึงอารธรรมต่างดาว

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก
ภาพ : Ocean X Team

นักวิจัยยูเอฟโอมีข้อสันนิษฐานเผยว่า วัตถุประหลาดดังกล่าวไม่ได้เป็นยานอวกาศแต่อย่างใด แต่เป็นอนุสาวรีย์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือของใครก็ไม่รู้ในยุคหินเก่า (Paleolithic) เมื่อประมาณ 140,000 ปีที่แล้ว โดยข้อสันนิษฐานดังกล่าวได้มาจากการคำนวณอายุของหินที่พบในวัตถุประหลาดดังกล่าวนั่นเอง

นักประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าอาจเป็นไปได้เป็นเครื่องจักรโบราณของชาวแอตแลนติส อาณาจักรทีสาบสูญ อาณาจักรโบราณที่อยู่ในความทรงจำของคนทั้งโลก กล่าวกันว่าอาณาจักรแอตแลนติสเป็นทวีปเเตกกระจายอยู่ใต้ทะเลในปัจจุบัน เป็นที่อยู่อาศัยของพลเมืองผู้ทรงคุณธรรมและเทคโนโลยีที่สูงส่ง กำแพงเมืองเป็นทองคำและวิหารสร้างด้วยเงิน มีอุทยานหย่อนใจและสนามแข่งม้า ถูกทำลายพังพินาศด้วยภัยพิบัติครั้งใหญ่ เเละสิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็มีเเต่ซากผุผังเป็นหินดินจึงมีเค้าโครงให้เห็น

ทะเลบอลติกคือแหล่งขุมทรัพย์ของนักล่าสมบัติตามซากเรือต่างๆ คาดการมีวัตถุราว 100,000 ชิ้น จมอยู่ใต้ก้นทะเลลึก ขณะเดียวกัน บริษัทเอกชนก็ฉวยโอกาสนี้สร้างเรือดำน้ำขึ้นมาเพื่อโกยเงินจากนักท่องเที่ยวหรือผู้ต้องการที่จะเป็นนักล่าสมบัติ ก็จะต้องยอมจ่ายเงินสำหรับเดินทางลงไปสำรวจก้นทะเลด้วยตาของตนเอง การสำรวจน่านน้ำแถบนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะกระแสน้ำเย็นยะเยือกและทัศนวิสัยใต้น้ำที่ไม่ดีนัก

อ้างอิง : wikipedia