Posts

Showing posts from August, 2018

ปาเลงเก้

Image
ราชาปาคาล มหาราช (K'inich Janaab' Pakal) พระมหากษัตริย์เเห่งอารยธรรมมายา (Maya civilization) ครองอำนาจระหว่างปี ค.ศ. 615-683 ปกครองในยุคศตวรรษที่ 7 เเห่งเมืองเชียปัส ประเทศเม็กซิโก ร่างกายสูงใหญ่เป็นยักสูงราว 7-8 ฟุต (210-240 เมตร) ผู้สร้างวิหารปาเลงเก้ (Palenque) อนุสาวรีย์สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ หลังจากพระองค์สิ้นพระชน ถูกทำพิธีฝังศพในวิหารปาเลงเก้ อารยธรรมมายาก็เริ่มเสื่อมถอยลง ละทิ้งเมืองจนกลายเป็นเมืองร้างราวปี ค.ศ. 700 อย่างเป็นปริศนาวิหารปาเลงเก้แสดงให้เห็นถึงองค์ความรู้ในด้านดาราศาสตร์, คณิตศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ นักโบราณคดีสับสนว่า ชาวมายามาจากไหนกันแน่ การล่มสลายก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า ชาวมายาหายไปไหนกันหมด เเละยังค้นพบเเผ่นหินโบราณศิลปะมายาที่วิหารปาเลงเก้ สลักรูปภาพราชาปาคาลขี่วัตถุบางอย่างคล้ายขับยานอวกาศ นักโบราณคดีตั้งข้อสมมติฐาน 2 ข้อ 1. ราชาปาคาลกำลังมุ่งหน้าสู่ชีวิตหลังความตาย, 2. ราชาปาคาลกำลังมุ่งหน้าสู่ดวงดาว ทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณเสนอว่า ราชาปาคาลกำลังขับยานอวกาศ เพื่อมุ่งหน้าสู่ดวงดาว เเผ่นหินโบราณศิลปะมายาเเสดงถึงห้องโดยสาร มีที่จับคันเร่ง เพื่อบังคับเส้นท…

เบน ริช เเอเรีย 51

Image
เบน ริช (Ben Rich) (ค.ศ. 1925-1995) วิศวกรการบิน ผู้บริหารบริษัทล็อกฮีดกังก์เวิร์ค (Lockheed Skunkwork) ผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กองทัพสหรัฐอเมริกาตั้งเเต่ปี ค.ศ. 1975-1991 ทำงานฐานทัพเเอเรีย 51 เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งการสอดเเนม ผู้พัฒนาเครื่องบิน F-117 ซึ่งเป็นเครื่องบินสอดเเนมล่องหนที่ผลิตขึ้นเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ เขายังพัฒนาผลิตเครื่องบิน F-104 , U-2 , A-12 , SR-71, F-22 ค.ศ. 1993 เบนริชเปิดเผยความลับอย่างน่าตกใจเกี่ยวกับความเป็นจริงของยูเอฟโอ และมนุษย์ต่างดาว กล่าวว่า "เรารู้วิธีเดินทางไปมาระหว่างดวงดาวได้แล้ว แต่เทคโนโลยีเหล่านี้ ถูกปกปิดไว้ในโครงการสีดำ และจะต้องใช้พระราชบัญญัติของพระเจ้าเพื่อทำให้มันเปิดเผยออกมา เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ มียูเอฟโอ 2 เเบบ เเบบที่มาจากนอกโลกกับที่เราผลิตกันเอง"เพื่อนที่รู้จักเบนริชเคยถามเบนริชว่า เเอเรีย 51 มีอะไรซ่อนอยู่ เบน ริช กล่าวว่า "เรามีบางสิ่งอยู่ที่ทะเลทรายเเห่งนั้น ที่ลํ้าหน้ากว่าสิ่งที่คุณจะคาดคิดในอีก 100 ปี ถ้าคุณเคยดูภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ เรามีเเล้วสิ่งเหล่านั้น"ค.ศ. 2013 เจน ฮอดจ์สัน (Jan Harzan) นั…

ยูเอฟโอตกป่าดำเยอรมนี

Image
ป่าดำเยอรมนี (Black Forest Germany) ป่าสนในเทือกเขาริมแม่น้ำไรท์ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี เป็นป่าขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ความสวยงามของป่าดำกลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยตำนานเรื่องเล่า ว่ากันว่าเป็นสถานที่ยูเอฟโอตกในปี ค.ศ. 1936 4 ปีก่อนเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนำไปสู่เทคโนโลยีก้าวกระโดดของเยอรมนี สาเหตุที่ถูกเรียกว่าป่าดำ เพราะเป็นป่าที่ทึบ ชนิดว่าต้นไม้ขึ้นบังหนาจนแสงไม่สามารถเจาะเข้าสู่พื้นล่างได้ ทำให้สภาพแวดล้อมของป่ามืดราวกับฝันร้ายค.ศ. 1936 เครื่องบินทรงกลมขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายจาน มีตรงกลางนูนสีเงินตกลงป่าดำเยอรมนี (Black Forest Germany) ชาวบ้านเมืองไฟรบวร์ค (Freiburg) พบเห็นควันลอยขึ้นออกมาจากป่าดำ ต่างพากันมาดูที่เกิดเหตุด้วยความสังสัย ไม่นานนัก 2-3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเอสเอสก็เข้าควมคุมที่เกิดเหตุ ปิดล้อมอย่างรวดเร็วจนไม่รู้ว่าอะไรตกที่ป่าดำ พยานผู้พบเห็นต่างเล่ากันว่าจานบินตก หนังสือพิมเยอรมนีเสนอข่าวในเวลานั้น คำว่ายูเอฟโอยังไม่มีใครรู้จัก จึงเรียกว่าเหตุการนี้ว่า จานบินตกป่าดำ เจ้าหน้าที่ทหารเก็บกู้ชิ้นส่วนจานบินเสร็จ ส่งไปให้วิศวกรนาซีศึกษาที่ปราสา…

ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก

Image
ยูเอฟโอ ทะเลบอลติก (Baltic Sea Anomaly) เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2011 ทีมนักล่าสมบัติชาวสวีเดนชื่อทีม โอเชียน เอ็กซ์ (Ocean X) ได้ทำการสำรวจท้องทะเลบอลติก พวกเขาสังเกตเห็นโครงสร้างประหลาด ลักษณะคล้ายยูเอฟโอผ่านเครื่องโซนาร์ (Sonar) ทีมนักสำรวจเปิดเผยภาพวัตถุประหลาดนอนนิ่งอยู่ใต้ท้องทะเลบอลติก ระหว่างประเทศสวีเดนกับฟินแลนด์ วัตถุประหลาดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 เมตร มีความสูง 4-5 เมตร เป็นรูปทรงกลมโค้งมนคล้ายกับดอกเห็ด แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคืออะไร นักวิจัยยูเอฟโอเสนอว่า วัตถุประหลาดมีลักษณะคล้ายกับยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวทีมโอเชียนเอ็กซ์ล่มเลิกภารกิจการสำรวจ เพราะขาดเงินทุน ทำให้การสำรวจล่าช้าไปถึง 1 ปี อีกทั้ง ยังไม่มั่นใจว่า สิ่งที่ค้นพบคือเรือรบที่ถูกจมระหว่างสงครามโลก หรือเป็นสิ่งใดกันแน่ คาดการจมอยู่ก้นทะเลบอลติก ที่ความลึก 90 เมตร ความน่าพิศวงเพิ่มมากยิ่งขึ้น การค้นพบเบื้องต้นเกิดข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวค.ศ. 2012 ทีมโอเชียนเอ็กซ์เริ่มต้นการสำรวจวัตถุประหลาดใต้ท้องทะเลบอลติก ระหว่างการสำรวจพบเห็นหินลักษณะคล้ายรันเวย์สนามบินที่ความยาว 300 เมตร ถูกพิจารณาว่า เป็นร…

แซคเซฮวามัน

Image
แซคเซฮวามัน (Sacsayhuaman) อยู่บนเทือกเขาแอนดีส (Andes) ที่ความสูง 12,142 ฟุต เมืองกุสโก ประเทศเปรู สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 900-1,200 นครหลวงเเห่งอารยธรรมอินคา (Inca Empire) เคยมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 5,000 คน ป้อมปราการหินขนาดใหญ่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย นักโบราณคดีหาคำอธิบายในการเคลื่อนย้ายหินเเต่ละก้อนไม่ได้ เพราะไม่พบเครื่องมือที่นั่นเลย ชาวอินคาใช้อะไรในการเคลื่อนย้ายหิน ใช้อะไรในการตัดหิน หินแน่นติดชิดกันมาก ซึ่งไม่มีทางที่จะนำกระดาษแทรกเข้าไประหว่างช่องหินยักษ์นี้ได้เลย เมื่อปี ค.ศ. 1983 องค์การยูเนสโก (UNESCO) จดทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมของโลก ทฤษฎีการก่อสร้าง หินมีความสูง 2-4 น้ำหนัก 40-200 ตัน ใช้เเรงงานคน 10 คน ต่อการยกหินหนึ่งก้อน หินก้อนบางก้อนนํ้าหนัก 200 ตัน ต้องใช้คน 100 คน ในการเคลื่อนย้ายหิน ซึ่งเป็นไปได้ยากมากในการก่อสร้างแซคเซฮวามันหินที่แซคเซฮวามันคือหินแกรนิต (Granite) คนสมัยนั้นยังไม่มีเครื่องมือที่ใช้ตัดหิน ไม่รู้จักล้อเกวียน ไม่มีเครื่องจักร ไม่รู้วิธีเรียงวางเรียงก้อนหินขนาดใหญ่ เป็นไปไม่ได้ที่คนสมัยนั้นจะสามารถตัดหิน เเละเคลื่อนย้ายหินได้เช่นนี้ เนื่องจ…

ซิกกุรัต อารยธรรมดวงจันทร์

Image
ภาพถ่ายเมื่อปี 1968 โดยอพอลโล 8 (Apollo 8) ขณะโคจรรอบดวงจันทร์ เผยให้เห็นซิกกุรัตบนดวงจันทร์ หมายความว่า อารยธรรมดวงจันทร์เคยมาเยือนดาวโลก เพื่อเเบ่งปันเทคโนโลยีให้เเก่อารยธรรมสุเมเรียน ซิกกุรัตมีปรากฏบนโลก 2 เเห่ง คือ ซิกกุรัตเเห่งอิรัก, ซิกกุรัตเเห่งอิหร่าน ซิกกุรัตคือสัญลักษณ์ของชาวดวงจันทร์เมื่อปี 1969 อพอลโล11 (Apollo 11) ลงจอดบนดวงจันทร์ นาซ่าได้ติดต่อกับอารยธรรมดวงจันทร์ โดยมีการเตรียมสิ่งของ เช่น กิ่งใบไม้ทองคำ (Gold Olive Branch), เเผ่นคำจารึกผู้นำโลก (Lunar Plaque) เพื่อทักทายชาวดวงจันทร์ในนามชาวโลก เวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ บัซ อัลดริน (Buzz Aldrin) นักบินอวกาศคนที่ 2 ผู้เหยียบดวงจันทร์ ได้มองรอบๆ ดวงจันทร์ มองไปที่หลุมอุกกาบาต พบเห็นเเสงไฟเคลื่อนที่ส่องเเสงจ้า โผล่ขึ้นมาจากหลุมอุกกาบาต อัลดริน กล่าวว่า "ผมเห็นเเสงไฟบนดวงจันทร์"เวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) ก็ได้ยินที่อัลดรินพูด นีลอาร์มสตรองได้กล่าวว่า "ผมยังไม่ได้อ่านป้ายคำจารึก ผมกำลังจะอ่านครับ นี่คือมนุษย์จากดาวโลก กลุ่มเเรกที่ก้าวเท้าลงบนจอดบนดวงจันทร์ กรกฎาคม 1969 เรามาอย่าง…

เทโอทิวาคาน

Image
เทโอทิวาคาน (Teotihuacan) อยู่ที่เมืองนิวเม็กซิโก ประเทศแม็กซิโก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 100 นครหลวงเเห่งอารยธรรมแอซเท็ก (Aztecs) เคยมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 125,000 คน มีการจัดเเผนผังเมืองเป็นระบบระเบียบ ถือได้ว่าเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ มีบทบาทสำคัญทางด้านศาสนา มีการสร้างวิหารมากมายบนสองข้างทางของถนนสายสำคัญที่มีชื่อเรียกว่า ถนนแห่งความตาย (Avenue of the dead) มีพีระมิดสูงใหญ่สองแห่งเรียกว่า พีระมิดแห่งพระอาทิตย์ (Pyramid of the Sun) พีระมิดแห่งพระจันทร์ (Pyramid of the Moon) นอกจากเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์แล้วยังเป็นเมืองลึกลับด้วย เพราะไม่มีใครรู้เลยว่า คนที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองเเห่งนี้เป็นใคร มาจากไหน กระทั่งมีผู้คนกล่าวขานถึงเมืองเเห่งนี้ว่า นครแห่งพระเจ้า (City of the Gods) เมื่อปี ค.ศ. 1987 องค์การยูเนสโก (UNESCO) จดทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมของโลกมีปริศนามากมาย เช่น ผู้สร้างคือใคร ทำไมเมืองกลายเป็นเมืองร้างจนมีอารยธรรมใหม่เข้ามาอาศัยอยู่ เพราะชาวแอซเท็กไม่ได้เป็นผู้สร้างเทโอทิวาคาน ซึ่งชาวแอซเท็กเข้ามาอยู่อาศัยหลังจากที่อารยธรรมดั้งเดิมที่สร้างเทโอทิวาคานได้ทิ้งเมืองไปนานเเล้ว เเละชาวแอซเท็ก…

ยูเอฟโอ ปรากฏตัวเหนือมหาสมุทรเเปซิฟิก

Image
สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วันที่ 16 ธันวาคม 2017 กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (DoD) ได้เปิดเผยเอกสารลับของกองทัพเรือ โดย 2 นักบินอากาศ นาวาโท เดวิด ฟราเวอร์ และนาวาตรี จิม สไลดจ์ ขณะปฏิบัติหน้าที่ขับเครื่องบินขับไล่ เอฟ/เอ18 (F / A-18 Super Hornet) จากเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส นิมิตส์ (USS Nimitz CVN-68) พบวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติ โดยเอกสารดังกล่าวมีเนื้อหาระบุว่า "ค.ศ. 2004 เครื่องบินขับไล่ F / A-18 Super Hornet ไล่ตามวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติ"ทั้งนี้เรื่องราวของ 2 นักบินดังกล่าวได้ดึงดูดความสนใจ นักวิจัยยูเอฟโอบุกไปสัมภาษณ์นักบินถึงบ้านเลยทีเดียว นาวาโท เดวิด เฟลเวอร์ นักบินทหารเรือ 1 ใน 2 ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า "เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงเหนือคาบมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งผมเองไม่สามารถหาคำอธิบายได้"ได้รับการเปิดเผยวิดีโอ ซึ่งแสดงให้เห็นวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติ ที่มา: nytimes

VZ-9 Avrocar อากาศยานยูเอฟโอ

Image
Avro Canada VZ-9 Avrocar อากาศยานยูเอฟโอ โครงการลับพัฒนาโดยกองทัพสหรัฐกับกองทัพเเคนาดา ดำเนินการพัฒนาในช่วงสงครามเย็น จำนวนที่สร้างขึ้น 2 ลำ นั่งได้ 2 คนต่อลำ ผลิตขึ้นในช่วงปี ค.ศ 1958-1959 ค่าใช้จ่ายโครงการ 10 ล้านเหรียญ (USD) ค.ศ. 1953 สำนักข่าวกรองกลาง (Central Intelligence Agency) ได้รู้ว่าบริษัทด้านการบินอาโว (Avro Canada) ประเทศเเคนาดา กำลังทำงานอย่างลับๆ ในโครงการสร้างจานบิน ถูกออกเเบบโดยจอห์น ฟรอสต์ (John Frost) วิศวกรชาวอังกฤษ ซึ่งทำงานในโครงการลับ Y ต่อมา ได้มาเข้าร่วมทำงานกับกองทัพอากาศสหรัฐในโครงการลับ Y-2 flat-riser, WS-606A 1794, Silver Bugจอห์น คาร์เวอร์ มีโดวส์ ฟรอสต์ (John Carver Meadows Frost) มีความสนใจจานบินของนาซีเยอรมัน เขามีความสนใจเป็นพิเศษในการออกแบบเครื่องยนต์เจ็ท และวิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพของคอมเพรสเซอร์ เขาได้ออกแบบเครื่องบินทรงกลม เเละรูปแบบเครื่องยนต์กังหันอยู่นอกขอบด้านนอกของคอมเพรสเซอร์แบบแรงเหวี่ยง กำลังของคอมเพรสเซอร์ถูกดึงมาจากกังหันชนิดใหม่ที่คล้ายกับพัดลมแบบแรงเหวี่ยง การออกแบบคล้ายคลึงกับเครื่องยนต์ทั่วไป กังหันขับคอมเพรสเซอร์ใช้เกียร์มากกว่าเพล…

อิฐ เฟลิกซ์ ยูเอฟโอเเห่งสหภาพโซเวียต

Image
อิฐ เฟลิกซ์ (Felix Ziegel) (ค.ศ. 1920-1988) นักวิทยาศาสตร์เเห่งมหาวิทยาลัยมอสโคว์ นักเขียน หนังสือ 43 เล่ม เกี่ยวกับดาราศาสตร์ ผูกลุ่มศึกษายูเอฟโอเเห่งสหภาพโซเวียตเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1967 ได้ก่อตั้งกลุ่มศึกษายูเอฟโอเเห่งสหภาพโซเวียต จัดประชุมที่ศูนย์การบินและอวกาศกรุงมอสโกร่วมกับพลตรี เปโตร เอ. สโตลยอฟ (Pyotr A. Stolyarov) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1967 ได้ทำรายการโทรทัศน์ เพื่อรายงานการพบเห็นยูเอฟโอที่ปราฏตัวในสหภาพโซเวียตเดือนตุลาคม ค.ศ. 1967 คณะกรรมการ Cosmonautics DOSAAF เขียนคำพูดของเขาลงในนิตยสาร Smena เฟลิกซ์ กล่าวว่า "ยูเอฟโอได้รับการเห็นโดยประชาชนสหภาพโซเวียต มีรูปทรงขนาดเล็ก, ขนาดใหญ่, แบน, ทรงกลม พวกเขาสามารถเคลื่อนที่ในบรรยากาศเร็วกว่า 100,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยูเอฟโอย้ายที่ไปมาโดยไม่ต้องกังวน โดยมีพลังงานบางอย่างรอบตัวยาน มีการดูดสุญญากาศที่ช่วยปกป้องพวกเขาจากการเผาไหม้ในสตราโตสเฟียร์ของยาน ยานมีความสามารถลึกลับที่จะหายตัวไปและกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถส่งผลกระทบต่อแหล่งพลังงานของเราทำให้ โรงงานผลิตไฟฟ้า สถานีวิทยุ และเครื่องยนต์ขอ…