ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่า

เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่า

เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่า (Antikythera Machine) ค้นพบที่ทะเลเกาะไอโอเนียน (Ionian Islands) ประเทศกรีซ ถูกค้นพบจากเรือที่อับปางลำหนึ่งในปี ค.ศ. 1900 โดยทีมนักดำน้ำที่ตัดสินใจจะลองหาฟองน้ำ (Sponge) บนโขดหินนอกเกาะแอนติไกเธอร่า แต่เรือของพวกเขาโดนพายุเล่นงานเข้าทำให้เรือออกนอกเส้นทาง ในสถาวะสับสนนี้ กัปตัน ดีมีทรีออส คอนดอส ผู้บังคับเรือ ตัดสินใจนำเรือไปบริเวณน้ำนิ่งทางทิศเหนือของเกาะแอนติไกเธอร่า จอดเรือพักคอยแล้วคอยเล่า พายุก็ไม่สงบ เวลาผ่านไป 2-3 วัน ลูกเรือเบื่อจึงหาอะไรข้ามเวลา โดยดำน้ำหาฟองน้ำแถวนั้น ลูกเรือคนหนึ่งชื่อ อลายอัส สตาเดียตีส ผู้ค้นพบเรือยุคปี ค.ศ. 50 ที่บรรทุกรูปปั้นเต็มลำ ที่ความลึก 140 ฟุต ต่อมาการค้นพบในครั้งนี้ทำให้รัฐบาลกรีซเข้ามาช่วยเหลือในการกู้สมบัติ ใช้เวลา 9 เดือน พวกเขาก็นำเอารูปปั้นหินอ่อน และบรอนซ์ขึ้นมา และนำพวกมันไปยังพิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติในกรุงเอเธนส์ เพื่อทำความสะอาดและบูรณะ

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 1902 สปืริโดน สไตส์ (Spyridon Stais) นักโบราณคดี ได้เดินไปที่พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติในกรุงเอเธนส์ เขาสังเกตเห็นสมบัติรูปร่างของมันคล้ายนาฬิกามีโครงสร้างซี่ล้อผุพัง นักโบราณคดีได้ประกาศสิ่งที่เขาพบนี้ว่าคือ เครื่องกลไกทางดาราศาสตร์โบราณ ต่อมามีการเรียกสมบัติชิ้นนี้ว่า เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่า เขากล่าวว่า "มันเป็นล้อฟันเฟืองดวงดาว ซึ่งนักดาราศาสตร์โบราณได้ใช้มันในการวัดการขึ้นของดวงอาทิตย์" แต่ก็มีการโต้เถียงในเวลาต่อมา หลายคนไม่เชื่อว่าคนสมัยก่อนจะมีกลไกลสลับซับซ้อนแบบนี้ แม้จะเก่งเรื่องคณิตศาสตร์ก็ตาม

เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่า

ค.ศ. 1951 ดีเรคเอด ซอลลาไพรซ์ (Derek J. de Solla Price) ศาสตรจารย์สาขาประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยล เขาพบเครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่าขณะที่กำลังศึกษาประวัติศาสตร์ของเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ในอดีต เขาได้ไปเยือนพิพิธภัณฑ์เอเธนส์ เขาตกตะลึงในสิ่งที่เขาเห็น กล่าวว่า "ไม่มีอะไรที่จะเทียบกับมันได้เลย ทั้งจากสิ่งของที่เป็นที่รู้จัก จากตำราวิทยาศาสตร์หรือโบราณคดี ตรงกันข้ามจากวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เรารู้จักของยุคเฮลเลนิสต์ (Hellenistic civilization) ทั้งหมด เราน่าจะเข้าใจว่าสิ่งประดิษฐ์เช่นนี้ไม่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นได้" ซอลลาไพรซ์ตกตะลึง เพราะตามประวัติศาสตร์ ได้มีการคิดระบบฟันเฟืองที่ซับซ้อนถึงเช่นนี้ ปรากฏเป็นครั้งแรกในตัวเรือนนาฬิกาที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1575

ค.ศ. 1971 มากกว่าหนึ่งทศวรรษที่ซอลลาไพรซ์ได้บากบั่นประกอบเครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่าจากส่วนประกอบที่ผุกร่อน ในที่สุดคณะพลังงานอะตอมของกรีซ ถ่ายภาพเอ็กซ์เรย์ได้ให้ซอลลาไพรซ์ ซึ่งในที่สุดก้อได้เปิดเผยเครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่าที่ประกอบฟันเฟืองเข้ากันอย่างสมบูรณ์ ซอลลาไพรซ์ กล่าวว่า "ผมจำเป็นต้องสารภาพว่ามีหลายครั้งในช่วงเวลาของการสืบเสาะ ผมต้องตื่นขึ้นมาในตอนกลางคืน และสงสัยว่ามีวิธีการประกอบหรือไม่จากตำรา, คำจารึก, บันทึกทางดาราศาสตร์ และรวมไปถึงทุกสิ่งที่บ่งชี้ไปจนถึงศตวรรษแรกก่อนคริสตกาล ไม่มีใครรู้ว่าเครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่าใช้อย่างไร เเละมันไปทำอะไรในเรือบรรทุกรูปปั้น"

ซอลลาไพรซ์คิดว่ามันอาจเป็นตัวแทนของจักรวาล เป็นงานศิลปมากกว่าที่จะเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เขาเชื่อว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดเทคนิคการติดตั้งเฟืองที่ตกทอดให้แก่คนรุ่นหลัง จากกรีกโบราณให้กับผู้รับช่วงชาวมุสลิม และท้ายที่สุดก็ออกดอกออกผลมาเป็นนาฬิกาทางดาราศาสตร์ของชาวยุโรปผู้ยิ่งใหญ่ในยุคกลาง และเครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่าต้องจัดให้เป็นอย่างที่ไพรส์ กล่าวว่า "เครื่อง​กล​ที่​ซับซ้อน​ที่​สุด​เท่า​ที่​รู้​จัก​กัน​ใน​โลก​ยุค​โบราณ"

ค.ศ. 2006 เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่าเป็นเครื่องบอกตำแหน่งจักรวาล

ค.ศ. 2008 เครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่าเป็นเครื่องบอกที่ตั้งของดาวเคราะห์เอเลี่ยน

เเบบจำลองเครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่าที่สมบูรณ์

อุปกรณ์นี้ถูกนำไปจัดแสดงในกลุ่มสำริดแห่งพิพิธภัณฑสถานโบราณคดีแห่งชาติ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ พร้อมกับอุปกรณ์ที่จำลองขึ้นใหม่ จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์คอมพิวเตอร์อเมริกาในเมืองโบซแมน รัฐมอนแทนา สหรัฐอเมริกา

ต้นกำเนิดของเครื่องกลดังกล่าวนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด ทราบเพียงว่าเป็นวัตถุที่เคยอยู่บนเรือของโรมัน ข้อสมมุติฐานคือ อุปกรณ์นี้ถูกสร้างในสำนักวิชาการสร้างโดยโพไซโด นิออส นักปรัชญาสโตอิกโบราณ (Stoicism) บนเกาะรอดอสของกรีก ซึ่งในเวลานั้น เมืองนี้ถือเป็นศูนย์กลางด้านวิศวกรรมเครื่องกล และดาราศาสตร์ นักโบราณคดีกลุ่มอื่นก็มองว่า เรือดังกล่าวอาจนำอุปกรณ์ชิ้นนี้ไปยังกรุงโรม พร้อมกับทรัพย์สินอื่นๆ ที่ปล้นไปจากเกาะแห่งนั้น เพื่อสมทบงานแห่ฉลองชัยชนะของจูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar) ผู้เผด็จการโรมัน อย่างไรก็ตามการค้นพบเครื่องจักรกลแอนติไกเธอร่านั้น เป็นการค้นพบทางโบราณคดีที่สำคัญที่จุดประกายให้มีความเข้าใจว่า คนโบราณนั้นฉลาดเหลือเชื่อ หรือเป็นผลงานของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา

อ้างอิง : wikipedia