ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

หลักฐานสำคัญโครงกระดูกมนุษย์ต่างดาว

โครงกระดูกมนุษย์ต่างดาว

โครงกระดูกมนุษย์ต่างดาว (Atacama Skeleton) ค้นพบที่ทะเลทราย ประเทศชิลี เมื่อปี ค.ศ. 2003 ค้นพบซากโครงกระดูกมนุษย์ หัวโตคล้ายกับเอเลี่ยน มีความยาว 6 นิ้ว ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเผยผลการตรวจสอบ ดังนี้

สตีเวน เอ็ม. กรีเออร์ (Steven M. Greer) นักวิจัยยูเอฟโอ อธิบายว่า มันอาจจะเป็นซากของทารก ได้นำเอาชิ้นส่วนไปตรวจเพื่อเปรียบเทียบพันธุกรรม พบว่าเป็นซากทารกเพศชาย พบโครงสร้างสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ มีทางเดินอาหาร การหายใจ และกระบวนการขับถ่าย ด้วยโครงสร้างที่มีขนาดเล็ก มีส่วนกะโหลกศีรษะเรียวยาว มีซี่โครง 10 คู่ แทนที่จะเป็น 12 คู่ ขนาดลำตัวเล็กมากชนิดที่ว่าสามารถวางไว้บนฝ่ามือได้สบายๆ

เเกรี่ โนลัน (Garry Nolan) ศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ตรวจสอบโครงกระดูกมนุษย์ต่างดาวใหม่หมด เพื่อวิเคราะห์อย่างละเอียด โดยอาศัยเครื่องมือทางการแพทย์สมัยใหม่ ตั้งแต่เครื่องเอกซเรย์ เครื่องสแกนคอมพิวต์โทโมกราฟี และการจำแนกดีเอ็นเอ โดยเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากกระดูกซี่โครงซี่หนึ่งมาใช้ในการวิเคราะห์ เมื่อประมวลข้อมูลทำให้สามารถชี้ชัดได้ว่า ความเข้าใจแต่เดิมที่เชื่อว่านี่เป็นซากโครงกระดูกของทารกอายุ 6-8 ขวบ ที่พัฒนาการของร่างกายผิดปกติอย่างรุนแรงนั้นไม่ถูกต้อง เพราะข้อมูลใหม่ชี้ว่า โครงกระดูกนี้เป็นของทารกที่ยังคงอยู่ในครรภ์ เมื่อตรวจสอบข้อมูลพันธุกรรมทั้งหมดพบว่า ส่วนกะโหลกศีรษะเล็กเรียวจนผิดรูปนั้น เกิดจากการกลายพันธุ์ในระดับยีนที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของกระดูก อายุของเด็กทารกนั้นไม่สามารถบอกได้ และเป็นที่มาของความประหลาดในหลายๆ สิ่ง เนื่องจากเห็นได้ว่ากระดูกพัฒนารุดหน้าไปกว่าขนาดโดยรวมของโครงกระดูก โดยเฉพาะกะโหลกที่มีโครงสร้าง และรอยประสานสมบูรณ์แล้ว

ทีมวิจัยสรุปผล การพัฒนาของกระดูกเร็วแต่ผิดรูปนั้นเป็นผลลัพธ์มาจากการกลายพันธุ์ ซึ่งส่งผลให้เกิดการประสานของส่วนกะโหลกเร็วกว่าปกติ ทำให้บิดเบี้ยวผิดรูปเหมือนเอเลี่ยน ในการจำแนกพันธุกรรมของโครงกระดูกประหลาดนี้ ทีมวิจัยไม่พบหลักฐานของ DNA มนุษย์ต่างดาวใดๆ ทั้งสิ้น แต่พบการกลายพันธุ์ในยีน 7 ตัว ของโครงกระดูกนี้ ประกอบด้วยยีน COL1A1, COL2A1, KMT2D, FLNB, ATR, TRIP11, PCNT การกลายพันธุ์ในบรรดายีนเหล่านี้เป็นที่รู้กันดีในทางการแพทย์ ว่ามีบทบาททำให้เกิดการประสานของกระดูกต่างๆ เร็วเกินกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้เกิดโรคที่ขัดขวางพัฒนาการของกระดูกอ่อน

เเกรี่ โนลัน กล่าวว่า "สภาพทั้งหมดที่เห็นของโครงกระดูก เป็นผลมาจากการแสดงออกของยีนที่กลายพันธุ์ การกลายพันธุ์จำนวนมากพร้อมๆ กันเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติ และยังไม่เคยมีรายงานการค้นพบมาก่อน และยังไม่รู้สาเหตุที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ในยีนจำนวนมากพร้อมกันอย่างนี้"

นักวิจัยยูเอฟโอให้ความเห็นว่า "เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นชัดเจน ยีนทำหน้าที่ในการก่อรูปโครงกระดูกไปพร้อมๆ กับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างยีนด้วยกัน ในขั้นตอนพัฒนาการ และเจริญเติบโต อาจเป็นไปได้ว่าถูกกลไกบางอย่างที่ถูกผสมผสานดันเเปลงยีน ซึ่งชี้เเน่ชัดว่าอาจถูกมนุษย์ต่างดาวรักพาตัวไป เเละทดลองบางอย่าง" นักวิจัยยูเอฟโอเริ่มตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้วอาจซากมนุษย์ต่างดาวจริงหรือไม่

อ้างอิง : wikipedia