ชีวิตทรงภูมิปัญญา ทรรศนะ สตีเฟน ฮอว์กิ้ง

สตีเฟน วิลเลียม ฮอว์กิ้ง
บิดาเเห่งหลุมดำ

ภาพ : wikimedia

สตีเฟน วิลเลียม ฮอว์กิ้ง (Stephen William Hawking) (ค.ศ. 1942-2018) นักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักจักรวาลวิทยา เป็นศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาเเห่งหลุมดำ หนังสือวิทยาศาสตร์ของเขาปรากฏต่อสาธารณะ ผลงานวิทยาศาสตร์สำคัญของเขาจนถึงปัจจุบัน มีการบัญญัติทฤษฎีบทเกี่ยวกับภาวะเอกฐานเชิงความโน้มถ่วงในกรอบของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป และการทำนายเชิงทฤษฎีหลุมดำปล่อยรังสี ซึ่งเขาอภิปรายทฤษฎีของเขา และจักรวาลวิทยาโดยรวมซึ่งมีชื่อว่า ประวัติย่อของกาลเวลา (A Brief History of Time) และจักรวาลในเปลือกนัท (The Universe in a Nutshell) ซึ่งอยู่ในรายการหนังสือขายดีที่สุดของบริติชซันเดย์ไทมส์ ซึ่งทำลายสถิติยาวนานถึง 237 สัปดาห์

ฮอว์กิ้งถูกสอบถามเรื่องสิ่งชีวิตทรงภูมิปัญญาอยู่บ่อยครั้ง และแทบทุกครั้งนอกเหนือจากการแสดงความเห็นในเชิงเป็นไปได้เเล้ว ฮอว์กิ้งแสดงความกลัวในการเผชิญหน้ากับมนุษย์ต่างดาวเหล่านี้เอาไว้ด้วย ในการถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีแนววิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์ให้กับคิวริออสซิตีสตรีม ผู้ให้บริการวิดีโอผ่านเว็บไซต์ curiositystream.com ชื่อสถานที่ยอดนิยมของสตีเฟน ฮอว์กิ้ง ความยาว 26 นาที ก็มีโอกาสได้สอดแทรกความคิดเห็นเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวเอาไว้ด้วยคำเตือนเช่นเคย

ภาพยนตร์สารคดีเขียนเรื่องให้สตีเฟน ฮอว์กิ้ง ขึ้นยานสำรวจอวกาศ ชื่อ เอส.เอส.ฮอว์กิ้ง เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ชื่นชอบประกอบด้วย การเดินทางไปสังเกตการณ์การเกิดบิ๊กแบงที่เป็นจุดเริ่มต้นกำเนิดจักรวาล การเดินทางไปเยี่ยมชมมอนสเตอร์แบล็กโฮล หลุมดำขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก การเดินทางไปเยือนกลีเซ 832 ซี ดาวเคราะห์คล้ายโลกนอกระบบสุริยะที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าสามารถเป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตได้ ขณะเดินทางไปเยี่ยมชมอารยธรรมต่างดาวที่สร้างขึ้นตามจินตนาการของศิลปินด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กราฟิก บนกลีเซ 832 ซี ฮอว์กิ้งให้ความเห็นว่า "วันหนึ่งเราอาจได้รับสัญญาณจากดาวเคราะห์เหมือนเช่นดาวเคราะห์ดวงนี้ เเต่ถ้าจะตอบกลับสัญญาณดังกล่าว เราควรระมัดระวังการเผชิญหน้ากับอารยธรรมต่างดาวที่มีความก้าวหน้า อาจลงเอยเหมือนกับการที่ชนพื้นเมืองอเมริกันเผชิญหน้ากับคริสโตเฟอร์โคลัมบัส ผลที่เกิดอาจไม่ดีนัก"

ความกลัวต่ออารยธรรมต่างดาวไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นกับฮอว์กิ้งในสารคดีคิวริออสซิตีสตรี เพราะเมื่อในปี ค.ศ. 2010 ฮอว์กิ้งเคยให้เหตุผลอธิบายในสารคดีอีกชุดหนึ่งเอาไว้อย่างละเอียดว่า "ถ้าหากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาในต่างดาวมีอยู่จริงในจักรวาลอันไพศาลนี้ มนุษย์ต่างดาวเหล่านั้นอาจไม่เป็นมิตร หน่วยสำรวจส่วนหน้าของอารยธรรมต่างดาวอาจตระเวนไปทั่วจักรวาลในยานอวกาศขนาดใหญ่ เป้าหมายเพื่อแสวงหาวัสดุที่เป็นประโยชน์ต่ออารยธรรมของตน หลังจากที่บริโภคทรัพยากรธรรมชาติบนดาวของตนเองจนหมดสิ้นแล้ว มนุษย์ต่างดาวที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาการ อาจกลายเป็นชนเผ่าเร่ร่อนของจักรวาล มองหาดาวเคราะห์สักดวงเพื่อเข้าพิชิตเอาเป็นอาณานิคมของตนเอง มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้อาจเข้าไปฉกฉวยประโยชน์จากดาวเคราะห์แต่ละดวงไปเรื่อยๆ เพื่อประโยชน์ในการสร้างยานอวกาศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเคลื่อนกำลังต่อไป"

ในตอนหนึ่งของสารคดีชุดดังกล่าว ฮอว์กิ้งยังเสนออีกแนะว่า สายพันธุ์ทรงภูมิปัญญาจากต่างดาวเหล่านี้อาจมีความสามารถในการเก็บเกี่ยวพลังงานจากดาวฤกษ์ทั้งดวงไปเป็นของตัวเองได้ "มนุษย์ต่างดาวอาจเพียงแค่ติดตั้งกระจกสะท้อนแสงนับล้านดวงไว้ในห้วงอวกาศ เพื่อล้อมดาวฤกษ์ที่ตกเป็นเป้าหมาย เเละป้อนพลังงานของดวงดาวที่รวบรวมได้ไปเก็บไว้ในจุดเดียว เพื่อสร้างรูหนอนเป็นทางรัดสู่ดาวเคราะห์ที่จะทำลายต่อไป"

คลิปรำลึกถึงคำกล่าวเรื่องมนุษย์ต่างดาวสามารถบุกยึดโลกเป็นอาณานิคม

อ้างอิง : wikipedia