ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

บุรุษชุดดำ มาเจสติก 12

บุรุษชุดดำ มาเจสติก 12

บุรุษชุดดำมีหน้าที่ปกปิดเรื่องมนุษย์ต่างดาวที่มาอาศัยอยู่บนโลก เรื่องราวต่อไปนี้เป็นทฤษฎีสมคบคิดของนักวิจัยยูเอฟโอระดับโลก ที่ได้รวบรวมกันมายาวนานตั้งเเต่เหตุการยูเอฟโอตกที่รอสเวลล์ บุรุษชุดดำเป็นชายใส่สูทสีดำ รองเท้าหนังดำ มีหน้าที่ทำการเก็บหลักฐานที่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว บุรุษชุดดำจะมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้ที่พบเห็นยูเอฟโอ แล้วทำการพูดคุยด้วยในลักษณะที่ว่า จงอย่าพูดเรื่องที่เห็นออกไป บุรุษชุดดำมีหน้าที่อะไร บุคคลเหล่านี้มีตัวตนจริงหรือไม่ จากเอกสารลับของทางการทหารสหรัฐอเมริกาก็พอที่จะยืนยันได้ว่า บุรุษชุดดำอาจจะมีตัวตนอยู่จริงๆ และเป็นหนึ่งในหน่วยย่อยของโครงการมาเจสติก 12 ที่ชื่อว่า หน่วยเดลต้า (Delta) ซึ่งทำหน้าที่ปกปิดเรื่องมนุษย์ต่างดาว

จุดเริ่มต้นคือในปี 1947 ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ก่อตั้ง 2 โครงการ คือ สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่คือ รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศ เเล้วส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบว่า ข้อมูลจริงเท็จเเค่ไหน มาเจสติก (Majestic) ทำหน้าที่คือ ศึกษายูเอฟโออย่างเป็นระบบ พิจารณาว่า ยูเอฟโอเป็นภัยคุกคามต่อมวลมนุษยชาติหรือไม่ เเละปกปิดหลักฐานยูเอฟโอทั้งหมด ผู้ดูเลโครงการคือ เจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐอเมริกา มีการประชุมปรึกษาหารือกัน เเละมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของชาติประชุมกันว่า มนุษย์ต่างดาวจะเปิดเผยให้สาธารณชนรู้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่เปิดเผย เเละมีเจ้าหน้าที่บุรุษที่ร่ำลือกันว่า เป็นชายที่ใส่สูทสีดำเหมือนในหนัง หน่วยจารชนพิทักษ์จักรวาล (MIB) อีกด้วย มีหน้าที่หลักคือปกปิดเรื่องมนุษย์ต่างดาวเพื่อไม่ให้สาธารณชนรู้ เเละต้องทำทุกวิธีทางเพื่อปกปิดความลับ เเละทำให้เรื่องมนุษย์ต่างดาวไม่น่าเชื่อถือ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องปกปิดการมีอยู่ของหน่วยงานนี้

มาเจสติก (Majestic) เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการยอมให้เอเลี่ยนมาอาศัยอยู่บนโลกได้ และคอยจัดให้บรรดาเอเลี่ยนไปอยู่ในแต่ละรัฐหรือแต่ละประเทศ โดยหน่วยงานนี้จะมีสมาชิกหรือสาขาย่อยในต่างประเทศด้วย ซึ่งจะมาประชุมกันทุกๆ 2 ปี เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของเอเลี่ยนแต่ละกลุ่ม โดยเอเลี่ยนมาอาศัยอยู่บนโลกนี้ไม่ต่ำกว่า 80 ปี โดยอาศัยอยู่ในคราบมนุษย์ มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้สูงประมาณ 185-210 ซม. นัยน์ตาสีฟ้า ผมสีทอง หูต่ำกว่านัยน์ตา เป็นลักษณะคร่าวๆ มีมาอาศัยอยู่บนโลกเเล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 ชีวิต 

เอกสารมาเจสติก 12

มาเจสติก 12 (Majestic 12) หมายถึง คณะกรรมการที่มีหน้าที่รายงานผลการสืบสวนให้กับประธานาธิบสหรัฐอเมริกาดีทราบเป็นระยะๆ ปฏิบัติการเมเจอริตี้ (Majority Operation) เป็นปฏิบัติการที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว คณะกรรมการที่อยู่ในหน่วยมาเจสติกจะถูกเรียกแทนด้วยโค้ด เช่น MJ1, MJ2 เรื่อยไปจนถึง MJ12 พวกเขาจะประสานงานกับหน่วยงานลับอื่นๆ ของรัฐ เช่น หน่วยป้องกันราชอาณาจักร (NSA) ซีไอเอ เอฟบีไอ และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาล เมจิก (Majic) เป็นคำที่ย่อมาจากคำว่า Majority Agency for Joint Intelligence Control หรือหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางของหน่วยสืบราชการลับของหน่วยต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา

ข้อมูลลับสำคัญเผยรายชื่อมาเจสติก 12

MJ1 พลเรือตรี รอสโค ฮิลเลนโคเอทเตอร์ (Rear Adm. Roscoe H. Hillenkoetter) ผู้อำนวยการ ซีไอเอ (1947-1950) ถูกสงสัยว่าเป็นหัวหน้าทีมเมจิก12

MJ2 ดร. แวนเนวาร์ บุช (Dr. Vannevar Bush) ประธานคณะกรรมการร่วมสภาวิจัยพัฒนา (1945-1949) เป็นที่ปรึกษาประธานาธิบดี ผู้คิดค้นเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆ หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมสร้างระเบิดปรมาณู วิลเบิร์ท สมิธ (Wilbert Smith) วิศวกรโครงการป้องกันภัยของรัฐบาลแคนาดา ได้เขียนบันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1950 ว่า "ยานอวกาศมนุษย์ต่างดาวมีจริง แต่ยังไม่มีใครรู้ว่ามันทำงานอย่างไร ขณะนี้มีกลุ่มหนึ่งที่นำทีมโดย ดร. แวนเนวาร์ บุช กำลังศึกษาเรื่องนี้อย่างขมักเขม้น"

MJ3 เจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม (1947-1949) เขาเกิดอาการโรคประสาทและทำอัตวินิบาตกรรมในปี ค.ศ. 1949 องค์กร MUFON เปิดเผยเอกสารลับระบุว่า เขาไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายเเต่โดยชายชุดดำอุ้มโยนลงจากตึก สาเหตุ ขู่จะเปิดเผยเรื่องมนุษย์ต่างดาวรอสเวลล์ให้สาธารณชนรู้

MJ4 พลอากาศเอก นาธาน ทวินิง (General Nathan F. Twining) ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการยุทธปัจจัยทางอากาศแห่งฐานทัพไรท์ ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานของเสนาธิการทหาร ซึ่งเป็นตำแหน่งทางทหารที่สูงที่สุดของกองทัพสหรัฐ ดร. เอริค วอลเกอร์ (Eric Walker) อดีตประธานสถาบันวิเคราะห์การป้องกันภัย อ้างว่าเขาเคยร่วมสัมมนาเกี่ยวกับการค้นพบยานอวกาศมนุษย์ต่างดาวที่ฐานทัพไรท์แพทเทอร์สัน เขายังกล่าวอีกด้วยว่าเขารู้จัก เมจิก 12 ทุกคนมานานกว่า 40 ปีแล้ว

MJ5 พลเอก ฮอยท์ แวนเดนเบิร์จ (General Hoyt Sanford Vandenberg) หัวหน้าหน่วยข่าวกรองกองทัพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นผู้อำนวยการ ซีไอเอ (1946-1947)

MJ6 ดร. เดท์เลฟ บรอง (Dr. Detlev Bronk) นักฟิสิกส์ หัวหน้าสมาคมนักวิทยาศาสตร์ และประธานที่ปรึกษาทางการแพทย์ของคณะกรรมการพลังงานปรมาณู

MJ7 ดร. เจอโรม ฮันเซเกอร์ (Dr. Jerome Hunsaker) นักออกแบบเครื่องบินผู้มีชื่อเสียง และประธานคณะกรรมการให้คำปรึกษาวิชาการบิน

MJ8 พลเรือตรี ซิดนีย์ โซเออร์ (Rear Admiral Sidney Souers) ผู้อำนวยการ ซีไอเอ (1946) และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการบริหารของสภาความมั่นคงแห่งชาติในปี ค.ศ. 1947 ดอน เบอร์ลิงเจอร์ (Don Berlinger) นักเขียนเรื่องวิทยาศาสตร์และนักสืบสวนเรื่องวัตถุบินลึกลับได้รับฟิล์มถ่ายรูปเอกสาร "คู่มือปฏิบัติการพิเศษมาเจสติก 12" (Majestic - 12 Group Special Operations) ลงวันที่เดือน มษายน 1954 จำนวน 23 หน้า โดยมีชื่อ พลเรือตรี ซิดนีย์ โซเออร์

MJ9 กอร์ดอน เกรย์ (Gordon Gray) ผู้ช่วยเลขานุการกองทัพ ต่อมาเป็นที่ปรึกษาสภาความมั่นคงและผู้อำนวยการฝ่ายยุทธจิตศาสตร์ของซีไอเอ

MJ10 ดร. โดนัลด์ เมนเซล (Dr. Donald Howard Menzel) ศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด นักพิสูจน์วัตถุบินลึกลับ ได้รับหน้าที่เกี่ยวกับโครงการลับสุดยอดหลายโครงการและยังเป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดีหลายสมัย

MJ11 พลตรี โรเบิร์ท มอนตากู (Maj. Gen. Robert Montague) หัวหน้าโครงการอาวุธพิเศษของคณะกรรมาธิการพลังงานปรมาณู

MJ12 ดร. ลอยด์ เบอร์เคเนอร์ (Dr. Lloyd Berkner) เลขานุการบริหารของคณะกรรมการร่วมสภาวิจัยพัฒนาและเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกองทุนวิจัยวัตถุบินลึกลับของซีไอเอ (1950)

ภายใต้โครงการเมจิก (Majic Projects) มีการแบ่งงานกันทำออกเป็นโครงการย่อยๆ

ซิกม่า (Sigma) ทำหน้าที่ในด้านทำการติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว

พลาโต้ (Plato) สร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับมนุษย์ต่างดาว
อควาริอัส (Aquarius) ศึกษาเปรียบเทียบประวัติศาสตร์โลกและเผ่าพันธ์มนุษย์ กับการปรากฏตัวของมนุษย์ต่างดาว

การ์เน็ท (Garnet) ควบคุมข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว

พลูโต (Pluto) ประเมินข้อมูลที่ได้จากวัตถุบินลึกลับเพื่อนำมาใช้ในเทคโนโลยีทางอวกาศ

พันซ์ (Pounce) กู้ยานอวกาศที่ตกหรือลงจอด และยังทำหน้าที่สร้างเรื่องเพื่อปกปิดความจริงไม่ให้ออกสู่สายตาสาธารณชน โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงและปัจจุบันยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่

เอ็นอาร์โอ (NRO) องค์กรลาดตระเวณแห่งชาติ (National Recon Organization) มีสำนักงานอยู่ที่ป้อมคาร์สัน รัฐโคโลราโด รับผิดชอบทางด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดจากมนุษย์ต่างดาว

เดลต้า (Delta) เป็นกองกำลังให้กับเอ็นอาร์โอ มีรหัสเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าชายชุดดำ

บลูทีม (Blue Team) เดิมทีคือ โครงการศูนย์บัญชาการยุทโธปกรณ์การบิน รับผิดชอบเหตุการณ์ยานอวกาศมนุษย์ต่างดาวตกหรือร่อนลงจอด และการปรากฏตัวของมนุษย์ต่างดาว

ไซน์ (Sign) โครงการสัญลักษณ์ทำหน้าที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อดูว่ามนุษย์ต่างดาวที่พบนั้นมาดีหรือร้าย

เรดไลท์ (Red Light) ทำการทดสอบยานอวกาศมนุษย์ต่างดาวที่ยึดมาได้ โครงการนี้ทดลองกันในพื้นที่ 51 แต่หลังจากที่ล้มเหลวจากการทดสอบ และมีนักบินหลายคนเสียชีวิต โครงการนี้ถูกยกเลิกไปช่วงหนึ่งแต่ก็กลับมารื้อฟื้นอีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1972 การทดลองประสบความสำเร็จขั้นหนึ่งและปัจจุบันโครงการนี้ยังดำเนินอยู่

สโนวเบิร์ด (SnowBird) เป็นโครงการที่สร้างขึ้นมาเป็นฉากบังหน้าโครงการเรดไลท์ เป็นการสร้างเครื่องบินที่มีรูปร่างเหมือนจานบินของมนุษย์ต่างดาวแต่ใช้เทคโนโลยีของเครื่องบินธรรมดา เพื่อสร้างข่าวส่งไปยังสื่อมวลชนทำให้ประชาชนเข้าใจว่า จานบินที่ตนเห็นนั้นแท้จริงแล้วก็คือ เครื่องบินรุ่นใหม่ที่กองทัพอากาศสหรัฐ กำลังศึกษาและทดลองอยู่ แต่โครงการนี้จะทำเป็นช่วงๆ เฉพาะตอนที่รัฐบาลต้องการสงบข่าวเวลาที่มีคนร่ำลือกันว่าเห็นยานอวกาศมนุษย์ต่างดาว

บลูบุ้ค (Blue Book) โครงการนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1947 และถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 1969 เป็นโครงการที่เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุบินลึกลับและมนุษย์ต่างดาว โครงการอควาริอัสมารับหน้าที่ต่อจากโครงการนี้

เอกสารลับเปิดเผยอีกว่าหลังจากประธานาธิบดี แฮร์รี เอส. ทรูแมน คนที่ 33 เเละประธานาธิบดี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ คนที่ 34 หน่วยงานลับต่างๆ ที่ขึ้นตรงต่อประธานาธิบดีก็ถูกยกเลิกหลังจากที่ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี คนที่ 35 ขอข้อมูลเเฟ้มลับยูเอฟโอ เเละความลับดวงจันทร์จากผู้อำนวยการซีไอเอ ตำเเหน่งประธานาธิบดีไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลความมั่งคงสูงสุดของโลก ข้อมูลระบุไว้โดยประธานาธิบดี ไอเซนฮาวร์ เขียนลงจาลึกประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติมีใจความว่า "1954 สนธิสัญญา Tau IX เราจำเป็นต้องทำสนธิสัญญาปกป้องโลกดำรงไว้เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ ในอนาคตเมื่อถึงเวลาที่สมควร ควรเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ เราขอตัดสินใจในการปกปิดความลับนี้ เพื่อให้ประชาชนได้อยู่อย่างมีความสุขไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตรายจากมนุษย์ดาวดวงอื่น" ตั้งเเต่ปี 1954 เป็นต้นมาหลังจากนั้นตำเเหน่งประธานาธิบดีไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลความลับความมั่งคงสูงสุดของโลกได้ ข้อมูลทั้งหมดถูกขึ้นตรงต่อผู้ที่ไม่เปิดเผยตัวตนต่อสาธารณชน ไม่ใช่นายพลหรือผู้อำนวยการซีไอเอหรือผู้ดูเเลฐานทัพฐานลับเเอเรีย51 เป็นใครนั้นทุกวันนี้ก็ไม่อาจทราบได้ ซึ่งผู้ที่สนใจเรื่องมนุษย์ต่างดาวได้รวบรวมเก็บหลักฐานมาได้ เเละนี่คือเรื่องราวของมาเจสติก 12

อ้างอิง : wikipedia