บุรุษชุดดำ มาเจสติก 12

บุรุษชุดดำ มาเจสติก 12

บุรุษชุดดำมีหน้าที่ปกปิดหลักฐานมนุษย์ต่างดาวที่มาอาศัยอยู่ในโลก เรื่องราวต่อไปนี้เป็นทฤษฎีสมคบคิดของนักวิจัยยูเอฟโอที่ได้รวบรวมกันมายาวนานตั้งเเต่เหตุการยูเอฟโอตกรอสเวลล์ บุรุษชุดดำเป็นชายใส่สูทสีดำ รองเท้าหนังดำ มีหน้าที่ทำการเก็บหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวว่ากันว่า บุรุษชุดดำจะมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้ที่พบเห็นยูเอฟโอ แล้วทำการพูดคุยด้วยในลักษณะที่ว่า จงอย่าพูดเรื่องที่เห็นออกไป บุรุษชุดดำมีหน้าที่อะไร บุคคลเหล่านี้มีตัวตนจริงหรือไม่ จากเอกสารลับของทางการทหารสหรัฐอเมริกาก็พอที่จะยืนยันได้ว่า บุรุษชุดดำอาจจะมีตัวตนอยู่จริงๆ และเป็นหนึ่งในหน่วยย่อยของโครงการมาเจสติก 12 ที่ชื่อว่า หน่วย Delta ซึ่งทำหน้าที่ปกปิดหลักฐานมนุษย์ต่างดาว เเละยูเอฟโอ

จุดเริ่มต้นคือในปี 1947 ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ก่อตั้ง 2 โครงการ คือ สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่คือ รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศ เเล้วส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบว่าข้อมูลจริงเท็จเเค่ไหน มาเจสติก (Majestic) ทำหน้าที่คือ ศึกษายูเอฟโออย่างเป็นระบบ พิจารณาว่ายูเอฟโอเป็นภัยคุกคามต่อมวลมนุษยชาติหรือไม่ เเละปกปิดหลักฐานยูเอฟโอทั้งหมด ผู้ดูเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐอเมริกา เชื่อว่ามีการประชุมปรึกษาหารือกัน เเละมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของชาติประชุมกันว่ามนุษย์ต่างดาวจะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบหรือไม่ คำตอบคือ ไม่เปิดเผย เเละมีเจ้าหน้าที่บุรุษที่ร่ำลือกันว่าเป็นชายที่ใส่สูทสีดำเหมือนในหนัง MIB อีกด้วย มีหน้าที่หลักคือปกปิดเรื่องมนุษย์ต่างดาวเพื่อไม่ให้สาธารณชนทราบ เเละต้องทำทุกวิธีทางเพื่อปกปิดความลับ เเละทำให้เรื่องมนุษย์ต่างดาวไม่น่าเชื่อถือ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องปกปิดการมีอยู่ของหน่วยงานนี้

เอกสารลับระบุว่า มาเจสติก (Majestic) เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการยอมให้เอเลี่ยนมาอาศัยอยู่บนโลกได้ และคอยจัดให้บรรดาเอเลี่ยนไปอยู่ในแต่ละรัฐหรือแต่ละประเทศ โดยหน่วยงานนี้จะมีสมาชิกหรือสาขาย่อยในต่างประเทศด้วย ซึ่งจะมาประชุมกันทุกๆ 2 ปี เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของเอเลี่ยนแต่ละกลุ่ม โดยเอเลี่ยนมาอาศัยอยู่บนโลกนี้ไม่ต่ำกว่า 80 ปี โดยอาศัยอยู่ในคราบมนุษย์ มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้สูงประมาณ 185-210 ซม. นัยน์ตาสีฟ้า ผมสีทอง หูต่ำกว่านัยน์ตา เป็นลักษณะคร่าวๆ มีมาอาศัยอยู่แล้วทั่วโลกไม่ต่ำกว่า 1000 ชีวิต 

เอกสารมาเจสติก 12

เมจิก (Majic) เป็นคำที่ย่อมาจากคำว่า Majority Agency for Joint Intelligence Control หรือหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางของหน่วยสืบราชการลับของหน่วยต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา

มาเจสติก (Majestic) หมายถึง คณะกรรมการที่มีหน้าที่รายงานผลการสืบสวนให้กับประธานาธิบสหรัฐอเมริกาดีทราบเป็นระยะๆ ปฏิบัติการเมเจอริตี้ (Majority Operation) เป็นปฏิบัติการที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว คณะกรรมการที่อยู่ในหน่วยมาเจสติก 12 นั้นจะถูกเรียกแทนด้วยโค้ด เช่น MJ1, MJ2 เรื่อยไปจนถึง MJ12 พวกเขาจะประสานงานกับหน่วยงานลับอื่นๆ ของรัฐ เช่น หน่วยป้องกันราชอาณาจักร (NSA) ซีไอเอ เอฟบีไอ และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาล

มาเจสติก 12 ถือกำเนิดขึ้นเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ยูเอฟโอของมนุษย์ต่างดาวตกที่รอสเวลล์ เมื่อต้นเดือนกรกฏาคม 1947 ทำให้รัฐบาลสหรัฐแต่งตั้งคณะบุคคลขึ้นสืบสวนเหตุการณ์ในครั้งนั้น มีข่าวลือว่าได้ติดต่อกับ มนุษย์ต่างดาวเกรย์ (Greys) โดยมีข้อตกลงกันว่ามนุษย์ต่างดาวจะให้ความรู้ทางเทคโนโลยีแลกเปลี่ยนกับการที่สหรัฐ จะให้พื้นที่ในการสร้างฐานทัพแก่มนุษย์ต่างดาวพร้อมกับมอบมนุษย์ให้เพื่อใช้ในการศึกษา ไมได้เพียงแค่มีหน้าที่ในการศึกษาเรื่องวัตถุบินลึกลับหรือสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวเท่านั้น พวกเขายังมีหน้าที่ปกปิดเรื่องมนุษย์ต่างดาวไม่ให้แพร่งพรายออกไปสู่สาธารณชน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องปกปิดการมีอยู่ของหน่วยงานนี้

ข้อมูลสำคัญเผยรายชื่อมาเจสติก 12

  • MJ1 พลเรือตรี รอสโค ฮิลเลนโคเอทเตอร์ (Rear Adm. Roscoe H. Hillenkoetter) ผู้อำนวยการ ซีไอเอ (1947-1950) ถูกสงสัยว่าเป็นหัวหน้าทีมเมจิก12
  • MJ2 ดร. แวนเนวาร์ บุช (Dr. Vannevar Bush) ประธานคณะกรรมการร่วมสภาวิจัยพัฒนา (1945-1949) เป็นที่ปรึกษาประธานาธิบดี ผู้คิดค้นเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆ หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมสร้างระเบิดปรมาณู วิลเบิร์ท สมิธ (Wilbert Smith) วิศวกรโครงการป้องกันภัยของรัฐบาลแคนาดา ได้เขียนบันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1950 ว่า "ยานอวกาศมนุษย์ต่างดาวมีจริง แต่ยังไม่มีใครรู้ว่ามันทำงานอย่างไร ขณะนี้มีกลุ่มหนึ่งที่นำทีมโดย ดร. แวนเนวาร์ บุช กำลังศึกษาเรื่องนี้อย่างขมักเขม้น"
  • MJ3 เจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม (1947-1949) เขาเกิดอาการโรคประสาทและทำอัตวินิบาตกรรมในปี ค.ศ. 1949 องค์กร MUFON เปิดเผยเอกสารลับระบุว่า เขาไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายเเต่โดยชายชุดดำอุ้มโยนลงจากตึก สาเหตุ ขู่จะเปิดเผยเรื่องมนุษย์ต่างดาวรอสเวลล์ให้ประชาชนรู้
  • MJ4 พลอากาศเอก นาธาน ทวินิง (General Nathan F. Twining) ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการยุทธปัจจัยทางอากาศแห่งฐานทัพไรท์ ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานของเสนาธิการทหาร ซึ่งเป็นตำแหน่งทางทหารที่สูงที่สุดของกองทัพสหรัฐ ดร. เอริค วอลเกอร์ (Eric Walker) อดีตประธานสถาบันวิเคราะห์การป้องกันภัย อ้างว่าเขาเคยร่วมสัมมนาเกี่ยวกับการค้นพบยานอวกาศมนุษย์ต่างดาวที่ฐานทัพไรท์แพทเทอร์สัน เขายังกล่าวอีกด้วยว่าเขารู้จัก เมจิก 12 ทุกคนมานานกว่า 40 ปีแล้ว
  • MJ5 พลเอก ฮอยท์ แวนเดนเบิร์จ (General Hoyt Sanford Vandenberg) หัวหน้าหน่วยข่าวกรองกองทัพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นผู้อำนวยการ ซีไอเอ (1946-1947)
  • MJ6 ดร. เดท์เลฟ บรอง (Dr. Detlev Bronk) นักฟิสิกส์ หัวหน้าสมาคมนักวิทยาศาสตร์ และประธานที่ปรึกษาทางการแพทย์ของคณะกรรมการพลังงานปรมาณู
  • MJ7 ดร. เจอโรม ฮันเซเกอร์ (Dr. Jerome Hunsaker) นักออกแบบเครื่องบินผู้มีชื่อเสียง และประธานคณะกรรมการให้คำปรึกษาวิชาการบิน
  • MJ8 พลเรือตรี ซิดนีย์ โซเออร์ (Rear Admiral Sidney Souers) ผู้อำนวยการ ซีไอเอ (1946) และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการบริหารของสภาความมั่นคงแห่งชาติในปี ค.ศ. 1947 ดอน เบอร์ลิงเจอร์ (Don Berlinger) นักเขียนเรื่องวิทยาศาสตร์และนักสืบสวนเรื่องวัตถุบินลึกลับได้รับฟิล์มถ่ายรูปเอกสาร "คู่มือปฏิบัติการพิเศษมาเจสติก 12" (Majestic - 12 Group Special Operations) ลงวันที่เดือน เมษายน 1954 จำนวน 23 หน้า โดยมีชื่อ พลเรือตรี ซิดนีย์ โซเออร์
  • MJ9 กอร์ดอน เกรย์ (Gordon Gray) ผู้ช่วยเลขานุการกองทัพ ต่อมาเป็นที่ปรึกษาสภาความมั่นคงและผู้อำนวยการฝ่ายยุทธจิตศาสตร์ของซีไอเอ
  • MJ10 ดร. โดนัลด์ เมนเซล (Dr. Donald Howard Menzel) ศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด นักพิสูจน์วัตถุบินลึกลับ ได้รับหน้าที่เกี่ยวกับโครงการลับสุดยอดหลายโครงการและยังเป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดีหลายสมัย
  • MJ11 พลตรี โรเบิร์ท มอนตากู (Maj. Gen. Robert Montague) หัวหน้าโครงการอาวุธพิเศษของคณะกรรมาธิการพลังงานปรมาณู
  • MJ12 ดร. ลอยด์ เบอร์เคเนอร์ (Dr. Lloyd Berkner) เลขานุการบริหารของคณะกรรมการร่วมสภาวิจัยพัฒนาและเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกองทุนวิจัยวัตถุบินลึกลับของซีไอเอ (1950)

ภายใต้โครงการเมจิก (Majic Projects) มีการแบ่งงานกันทำออกเป็นโครงการย่อยๆ

  • ซิกม่า (Sigma) ทำหน้าที่ในด้านทำการติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว
  • พลาโต้ (Plato) สร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับมนุษย์ต่างดาว
  • อควาริอัส (Aquarius) ศึกษาเปรียบเทียบประวัติศาสตร์โลกและเผ่าพันธ์มนุษย์ กับการปรากฏตัวของมนุษย์ต่างดาว
  • การ์เน็ท (Garnet) ควบคุมข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว
  • พลูโต (Pluto) ประเมินข้อมูลที่ได้จากวัตถุบินลึกลับเพื่อนำมาใช้ในเทคโนโลยีทางอวกาศ
  • พันซ์ (Pounce) กู้ยานอวกาศที่ตกหรือลงจอด และยังทำหน้าที่สร้างเรื่องเพื่อปกปิดความจริงไม่ให้ออกสู่สายตาสาธารณชน โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงและปัจจุบันยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่
  • เอ็นอาร์โอ (NRO) องค์กรลาดตระเวณแห่งชาติ (National Recon Organization) มีสำนักงานอยู่ที่ป้อมคาร์สัน รัฐโคโลราโด รับผิดชอบทางด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดจากมนุษย์ต่างดาว
  • เดลต้า (Delta) เป็นกองกำลังให้กับเอ็นอาร์โอ มีรหัสเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าชายชุดดำ
  • บลูทีม (Blue Team) เดิมทีคือ โครงการศูนย์บัญชาการยุทโธปกรณ์การบิน รับผิดชอบเหตุการณ์ยานอวกาศมนุษย์ต่างดาวตกหรือร่อนลงจอด และการปรากฏตัวของมนุษย์ต่างดาว
  • ไซน์ (Sign) โครงการสัญลักษณ์ทำหน้าที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อดูว่ามนุษย์ต่างดาวที่พบนั้นมาดีหรือร้าย
  • เรดไลท์ (Red Light) ทำการทดสอบยานอวกาศมนุษย์ต่างดาวที่ยึดมาได้ โครงการนี้ทดลองกันในพื้นที่ 51 แต่หลังจากที่ล้มเหลวจากการทดสอบ และมีนักบินหลายคนเสียชีวิต โครงการนี้ถูกยกเลิกไปช่วงหนึ่งแต่ก็กลับมารื้อฟื้นอีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1972 การทดลองประสบความสำเร็จขั้นหนึ่งและปัจจุบันโครงการนี้ยังดำเนินอยู่
  • สโนวเบิร์ด (SnowBird) เป็นโครงการที่สร้างขึ้นมาเป็นฉากบังหน้าโครงการเรดไลท์ เป็นการสร้างเครื่องบินที่มีรูปร่างเหมือนจานบินของมนุษย์ต่างดาวแต่ใช้เทคโนโลยีของเครื่องบินธรรมดา เพื่อสร้างข่าวส่งไปยังสื่อมวลชนทำให้ประชาชนเข้าใจว่า จานบินที่ตนเห็นนั้นแท้จริงแล้วก็คือ เครื่องบินรุ่นใหม่ที่กองทัพอากาศสหรัฐ กำลังศึกษาและทดลองอยู่ แต่โครงการนี้จะทำเป็นช่วงๆ เฉพาะตอนที่รัฐบาลต้องการสงบข่าวเวลาที่มีคนร่ำลือกันว่าเห็นยานอวกาศมนุษย์ต่างดาว
  • บลูบุ้ค (Blue Book) โครงการนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1947 และถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 1969 เป็นโครงการที่เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุบินลึกลับและมนุษย์ต่างดาว โครงการอควาริอัส มารับหน้าที่ต่อจากโครงการนี้

ข้อมูลยังมีเผยอีกว่าหลังจากประธานาธิบดี แฮร์รี เอส. ทรูแมน คนที่ 33 เเละประธานาธิบดี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ คนที่ 34 หน่วยงานลับต่างๆ ที่ขึ้นตรงต่อประธานาธิบดีก็ถูกยกเลิกหลังจากที่ ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี คนที่ 35 ขอข้อมูลเเฟ้มลับยูเอฟโอ เเละความลับดวงจันทร์จากผู้อำนวยการซีไอเอ ตำเเหน่งประธานาธิบดีไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลความมั่งคงสูงสุดของโลก ข้อมูลระบุไว้โดยประธานาธิบดี ไอเซนฮาวร์ เขียนลงจาลึกประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ มีใจความว่า "1954 สนธิสัญญา Tau IX เราจำเป็นต้องทำสนธิสัญญาปกป้องโลกดำรงไว้เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ ในอนาคตเมื่อถึงเวลาที่สมควร ควรเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ เราขอตัดสินใจในการปกปิดความลับนี้ เพื่อให้ประชาชนได้อยู่อย่างมีความสุขไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตรายจากมนุษย์ดาวดวงอื่น" ตั้งเเต่ปี 1954 เป็นต้นมาหลังจากนั้นตำเเหน่งประธานาธิบดีไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลความลับความมั่งคงสูงสุดของโลกได้ ข้อมูลทั้งหมดถูกขึ้นตรงต่อผู้ที่ไม่เปิดเผยตัวตนต่อสาธารณชน ไม่ใช่นายพลหรือผู้อำนวยการซีไอเอหรือผู้ดูเเลฐานทัพฐานลับเเอเรีย51 เป็นใครนั้นทุกวันนี้ก็ไม่อาจทราบได้ ซึ่งผู้ที่สนใจเรื่องมนุษย์ต่างดาวได้รวบรวมเก็บหลักฐานมาได้ เเละนี้ก็คือเรื่องราวมาเจสติก 12

อ้างอิง : wikipedia