ยูเอฟโอ

ยูเอฟโอ (UFO) หรือที่เรียกกันว่า วัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้ ในความหมายกว้างที่สุด คือ สิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าหรืออยู่บนพื้นดิน แต่สังเกตว่า บินร่อนลงจอดหรือบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ในทันทีว่า เป็นวัตถุบินหรือปรากฏการณ์ใดๆ ที่ทราบจากการสังเกตด้วยตา หรือการใช้เครื่องมือช่วย เช่น เรดาร์ สิ่งผิดปกติเหล่านี้มักเรียกว่า จานผี, จานบิน, ยูเอฟโอ, วัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติค.ศ. 1930-1950 จานผี, จานบิน, เรือบิน ถูกใช้เรียกวัตถุบินไม่ปรากฏสัญชาติเป็นจำนวนมาก เเละเหตุการที่โด่งดังที่สุด คือ จานบินตกรอสเวลล์ ซึ่งก็ใช้ชื่อเรียกว่า จานบินตกที่รอสเวลล์Central Intelligence Agency & Majestic 12 (US, 1947-?) ประธานาธีบดี เเฮร์รี่ เอส. ทรูเเมน (Harry S. Truman) ริเริ่มอนุมัติ 2 โครงการ ผู้ดูเเลโครงการคือเจมส์ ฟอร์เรสตอล (James Forrestal) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมคนเเรกของสหรัฐฯ1. สำนักข่าวกรองกลาง (CIA) ทำหน้าที่รวมรวบหลักฐานยูเอฟโอทั่วประเทศเพื่อหามูลความจริง เเละส่งไปให้เจ้าหน้าที่มาเจสติกตรวจสอบข้อมูลต่อว่าจริงเท็จเเค่ไหน 2. มาเจสติก 12 (Majestic12) ทำให้หน้าที่พิจารณาว่า ยูเอฟโอ…

ยูเอฟโอ วอชิงตัน ดี.ซี. 1952

ยูเอฟโอ วอชิงตัน ดี.ซี. 1952

ยูเอฟโอ วอชิงตัน ดี.ซี. 1952 (1952 Washington, D.C. UFO incident) ชาวอเมริกาจำนวนมากสังเกตเห็นยูเอฟโอลอยอยู่เหนือท้องฟ้าในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. การพบเห็นในวันนั้นไม่ได้มีแค่คำบอกเล่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายด้วย โดยเหตุการณ์พบเห็นยูเอฟโอเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ระหว่างวันที่ 19-20 และ 26-27 กรกฎาคม 1952

ผู้ที่พบเห็นยูเอฟโอเป็นคนแรกคือ เจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ในหอบังคับการบินเเห่งสนามบินวอชิงตัน เมื่อเรดาร์ตรวจพบอากาศยานที่ไม่สามารถระบุชนิดได้จำนวน 7 ลำ กำลังมุ่งหน้าไปทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองด้วยความเร็วสูง ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่รีบวิทยุไปยังกองทัพอากาศเพื่อให้ช่วยตรวจสอบอากาศยานทั้ง 7 ลำ เมื่อทำการตรวจสอบกลับไม่พบว่ามีอากาศยานใดๆ บินอยู่ในบริเวณดังกล่าวเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าหน้าที่หอบังคับการบินเป็นอย่างมาก เนื่องจากในตอนแรกเรดาร์ยังคงตรวจจับสัญญาณวัตถุได้ แต่เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นอากาศยานลึกลับทั้ง 7 ลำ กลับหายไปจากหน้าจอเรดาร์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่อากาศยานจะสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงได้มากขนาดนั้น

เหตุการณ์ไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากที่เจ้าหน้าที่ประจำหอบังคับการบินรายงานการพบเห็นวัตถุประหลาดในวันที่ 19 กรกฎาคม อากาศยานลึกลับก็มาปรากฏให้เห็นอีกครั้งในเวลา 00.30 น. ของวันที่ 20 กรกฎาคม นักบินประจำสายการบินหนึ่งรายงานกลับมายังหอบังคับการบินว่า "พบเห็นวัตถุประหลาดมีแสงสีส้มและสีขาว จำนวน 7 ดวง เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง วัตถุประหลาดนี้หายตัวไปในความมืด"

วันที่ 20 กรกฎาคม 1952 เเฟ้มที่ถูกปกปิดเป็นความลับได้ถูกเขียนบันทึกขึ้นโดย อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้เขียนจดหมายถึง ประธานาธิบดี แฮร์รี เอส. ทรูแมน เอกสารระบุว่า "ท่านครับ อารยธรรมใดก็ตามที่เดินทางมายังโลกนี้ได้ คงไม่สำเร็จเเน่ๆ ถ้าคิดจะยิงพาหนะที่พวกเขาเดินทางมา" ทฤษฎีสมคบคิดระบุว่าจดหมายนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่เดอะเพนตากอนไม่อนุญาตให้ใครอ่านจนถึงปัจจุบัน

วันที่ 26-27 กรกฎาคม 1952 มีรายงานการพบเห็นยูเอฟโอลอยอยู่เหนือท้องฟ้าในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อีกครั้ง ในครั้งนี้มีผู้คนเห็นเป็นจำนวนมาก และหลายคนก็สามารถบันทึกภาพได้ โดยหลายคนที่เคยพบเห็นครั้งแรกในวันที่ 19-20 กรกฎาคม ต่างระบุว่า "วัตถุประหลาดเหล่านี้ยังคงบินในตำแหน่งเดิม เหมือนกับที่มันปรากฏให้เห็นครั้งแรกยังไงอย่างงั้น"

แม้การปรากฏตัวของยูเอฟโอจะเป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ ทั้งหนังสือพิมพ์ และวิทยุโทรทัศน์ แต่เมื่อกองทัพอากาศสหรัฐแถลงข่าว ผู้คนกลับรู้สึกว่ากองทัพกำลังปกปิดความจริงเเก่ประชาชน เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ออกมาระบุว่า "สิ่งที่หลายคนพบเห็นระหว่างวันที่ 19-20 และ 26-27 กรกฎาคม แท้จริงแล้วมันไม่ใช่ยูเอฟโอแต่อย่างใด แต่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นบริเวณชั้นบรรยากาศ ซึ่งหลายคนพยายามมองให้มันเป็นยูเอฟโอของมนุษย์ต่างดาวกันไปเอง ส่วนเรื่องที่เรดาร์ตรวจจับยูอฟโอได้นั้น น่าจะเป็นเพราะเรดาร์ทำงานผิดพลาดซะมากกว่า"

หลายคนไม่เชื่อคำอธิบายที่ดูไม่สมเหตุสมผลนี้ และประชาชนส่วนใหญ่จนถึงทุกวันนี้เชื่ออย่างสนิทใจว่าวัตถุประหลาดที่บินอยู่เหนือกรุงวอชิงตัน ดี.ซี 1952 คือยานอวกาศที่มาจากต่างดาว และทางการสหรัฐกำลังปกปิดความจริงเเก่ประชาชน

อ้างอิง : wikipedia