Posts

Showing posts from May, 2018

เจอรัลด์ ฟอร์ด มนุษย์ต่างดาว

Image
ประธานาธิบดี เจอรัลด์ ฟอร์ด ภาพ : wikipedia ประธานาธิบดี  เจอรัลด์ ฟอร์ด (Gerald Ford) (ค.ศ. 1913-2006) ทหารเรือในสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยร่วมรบในฐานะลูกเรือยูเอสเอสมอนเทอเรย์ (CVL-26) เพื่อปฏิบัติการรบในสงครามมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐมิชิแกนเมื่ออายุเพียง 25 ปี ดำรงตำเเหน่งประธานาธิบดีเเห่งสหรัฐอเมริกา คนที่ 38 สังกัดพรรครีพับลิกัน (ค.ศ. 1974-1977) และดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีเเห่งสหรัฐอเมริกา คนที่ 40 (ค.ศ. 1973-1974) จากเหตุการยูเอฟโอตกที่รอสเวลล์เมื่อปี ค.ศ. 1947 ได้รับความสนใจจากสาธารณชนทั่วสหรัฐมาโดยตลอดหลายปี เเละยังมีข้อสังสัยอย่างต่อเนื่อง เมื่อปี ค.ศ. 1949 เจอรัลด์ ฟอร์ด ดำรงตำเเหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐมิชิแกน เเถลงการกล่าวต่อกองทัพอากาศสหรัฐ กล่าวว่า "คำอธิบายของกองทัพอากาศมันไม่เพียงพอ ควรมีการสือสวนโดยสภา ควรมีการเรียกตัวพยาน เเละให้การใต้คำสาบาน" อ้างอิง :  wikipedia

โรนัลด์ เรแกน มนุษย์ต่างดาว

Image
ประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน ภาพ : wikimedia ประธานาธิบดี  โรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) (ค.ศ. 1911-2004) ทหารอากาศ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเเห่งสหรัฐอเมริกา คนที่ 40 สังกัดพรรครีพับลิกัน (ค.ศ. 1981-1989) ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย คนที่ 33 (ค.ศ. 1967-1975) เขาทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศมหาอำนาจจนถึงปัจจุบัน เขามีส่วนในการยุติสงครามเย็น และการล่มสลายโลกคอมมัวนิสต์สหภาพโซเวียต ค.ศ. 1974 เรแกนเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เวลากลางคืน กำลังเดินทางไปงานปาตี้ที่ลอสแอนเจลิส ขับรถไปกับภรรยาตามเส้นทางถนนริมชายฝั่งทะเล เรเเกนพบเห็นยูเอฟโอส่องเเสงจ้า ทำมุมเลี้ยว 45 องศาด้วยความเร็วสูง เรแกนเล่าให้นักข่าวฟังในงานปาตี้ หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล (The Wall Street Journal) รายงานข่าววันรุ่งขึ้นว่า "โรนัลด์ เรแกน กำลังเดินทางไปงานปาตี้ พบเห็นแสงสีขาวสดใสหลายนาที ประหลาดใจมากในการพบเห็นครั้งนี้" ค.ศ. 1985 ไดอารี่ หน้า 334 ประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน กล่าวว่า "มื้อเที่ยงกับนักวิทยาศาสตร์อวกาศ มันน่าทึ่งมาก พื้นที่ชายแดนสุดท้าย การพัฒนาดาราศาสตร์ ก็เหมือนนิ

นีล อาร์มสตรอง เห็นยูเอฟโอ

Image
นีล อาร์มสตรอง ภาพ : wikipedia นีล อาร์มสตรอง (Neil Armstrong) (ค.ศ. 1930-2012) นักบินอวกาศนาซ่า ผู้บัญชาการยานอพอลโล 11 ซึ่งมีเป้าหมายนำยานไปลงจอดบนดวงจันทร์ เป็นมนุษย์ที่ได้ชื่อว่า เหยียบพื้นผิวดวงจันทร์คนแรกของโลก เดินบนดวงจันทร์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 1969 ภารกิจด้านอวกาศ Apollo 11, Gemini 8 อพอลโล 11 บันทึกการสนทนาลับ ศูนย์: มีอะไร อพอลโล 11 อาร์มสตรอง: เอ่อ มันใหญ่มาก โอ๊วพระเจ้า คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ ผมขอย้ำ ขอย้ำ มียานต่างดาวอยู่บนนี้ มันจอดนิ่งอยู่บนพื้นข้างๆ หลุมที่ไกลออกไป พวกมันกำลังจ้องมองเราอยู่ ศูนย์: เกิดอะไรขึ้น มีอะไรข้างนอกนั่น อพอลโล 11 อาร์มสตรอง: ไม่น่าเชื่อ เรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นไปได้ มันเป็นจริง เค้ามาเตือนเรา เราไม่เคยนึกเลย ว่ามีฐานยานอวกาศบนนี้ ศูนย์: คุณหมายความว่าอะไร เตือนอะไร อาร์มสตรอง: ไม่สามารถบอกอะไรได้มากกว่านี้ ดูเหลือเชื่อและล้ำสมัย มันใหญ่โต หมดข้อสงสัยเรื่องฐานอวกาศต่าวดาวแล้ว ศูนย์: เราต้องไปต่อนะ อพอลโล 11 อาร์มสตรอง: แน่นอน แต่พวกเราผิดถนัด เราไม่ปลอดภัย โลกเราไม่ปลอดภัย และจะรีบกลับไป ค.ศ. 1994  นีล อาร์มสตรอง  กล่าวสุนทรพจน์คำพูดป

ยานล่าอาณานิคม กำลังดูดพลังงานจากดวงอาทิตย์

Image
ยานล่าอาณานิคม กำลังดูดพลังงานจากดวงอาทิตย์ สายข่าวจากวงในเปิดเผยเอกสารลับ ความมั่นคงโลกชั้นสูงสุด ภาพลับเเสดงถึงวัตถุประหลาดที่มีลักษณะคล้ายยูเอฟโอกำลังจอดเติมเชื้อเพลิงจากดวงอาทิตย์ โดยเป็นภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศโซโฮ (SOHO) ขององค์การนาซ่า (NASA) ซึ่งจับภาพในขณะที่วัตถุประหลาดกำลังเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ จะเห็นได้ว่าวัตถุประหลาดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่มาก โดยขนาดของมันอาจเทียบเท่ากับโลก หรืออาจจะใหญ่กว่าโลกของเราเสียด้วยซ้ำ ยานล่าอาณานิคม กำลังดูดพลังงานจากดวงอาทิตย์ วัตถุประหลาดสามารถเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ในระยะที่ใกล้ขนาดนั้นได้ โดยที่ไม่เป็นอะไรเลยได้อย่างไร เพราะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่วัตถุใดๆ ก็ตามจะสามารถเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่มีความร้อนหลายล้านองศาเซลเซียสได้ วิวัฒนาการทางด้านอวกาศของของโลกมนุษย์เราก็ยังไม่สามารถพัฒนายานอวกาศให้ทนต่อความร้อนได้มากขนาดนั้น ดังนั้น นักวิจัยยูเอฟโอจึงเชื่อว่า มีสิ่งเดียวที่สามารถทำแบบนั้นได้ และนั่นก็คือสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากนอกโลก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อมนุษย์ต่างดาวนั่นเอง ยานล่าอาณานิคม กำลังดูดพลังงานจากดวงอาทิตย์ นักวิจัยยูเอ

ยูเอฟโอ วอชิงตัน ดี.ซี. 1952

Image
ยูเอฟโอ วอชิงตัน ดี.ซี. 1952 ยูเอฟโอ วอชิงตัน ดี.ซี. 1952 (1952 Washington, D.C. UFO incident) ชาวอเมริกาจำนวนมากสังเกตเห็นยูเอฟโอลอยอยู่เหนือท้องฟ้าในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. การพบเห็นในวันนั้นไม่ได้มีแค่คำบอกเล่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายด้วย โดยเหตุการณ์พบเห็นยูเอฟโอเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางคืน ระหว่างวันที่ 19-20 และ 26-27 กรกฎาคม 1952 ผู้ที่พบเห็นยูเอฟโอเป็นคนแรกคือ เจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ในหอบังคับการบินเเห่งสนามบินวอชิงตัน เมื่อเรดาร์ตรวจพบอากาศยานที่ไม่สามารถระบุชนิดได้จำนวน 7 ลำ กำลังมุ่งหน้าไปทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองด้วยความเร็วสูง ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่รีบวิทยุไปยังกองทัพอากาศเพื่อให้ช่วยตรวจสอบอากาศยานทั้ง 7 ลำ เมื่อทำการตรวจสอบกลับไม่พบว่ามีอากาศยานใดๆ บินอยู่ในบริเวณดังกล่าวเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าหน้าที่หอบังคับการบินเป็นอย่างมาก เนื่องจากในตอนแรกเรดาร์ยังคงตรวจจับสัญญาณวัตถุได้ แต่เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นอากาศยานลึกลับทั้ง 7 ลำ กลับหายไปจากหน้าจอเรดาร์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่อากาศยานจะสามารถเคลื่อนที่ด้วยความ

มนุษย์อวกาศบนผนังถ้ำแอลจีเรีย

Image
มนุษย์อวกาศบนผนังถ้ำแอลจีเรีย ภาพ : wikimedia อุทยาแห่งชาติ Tassili n’Ajjer เมือง Tamanrasset ประเทศแอลจีเรีย เป็นสถานที่ปรากฏภาพเขียนสีบนผนังถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีภาพจำนวนมากที่สุดในภูมิภาคอาหรับ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 72,000 ตารางกิโลเมตร ภาพสลักบนผนังถ้ำมีทั้งหมดกว่า 15,000 ชิ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ มีภาพปรากฏรูปร่างคล้ายกับมนุษย์ต่างดาว หรือนี่จะเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ว่า เมื่อครั้งอดีตกาลมนุษย์ต่างดาวมาเยี่ยมเยือนโลกของเรา สอนวิธีใช้พลังงานบางอย่างให้ยกหินลอยขึ้นได้ ภาพ : wikimedia ภาพวาดมีอายุราว 8,000-10,000 ปีก่อนคริสตกาล ภาพ บรรยาย ถึงวิถีชีวิตประจำวันของมนุษย์ถํ้าที่เคยอาศัยอยู่ในบริเวณทะเลทรายซาฮาร่า เเละในอดีตกาล ทะเลทรายซาฮาร่าเคยเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตนานาชนิด เช่น ยีราฟ, นกกระจอกเทศ, ฮิปโปโปเตมัส เป็นต้น สิ่งที่น่าสนใจคือ มีภาพวาดมนุษย์สวมหมวกกันน็อก, ถุงมือ, ชุดอวกาศ ปรากฏอยู่ตามผนังถ้ำหลายเเห่ง สามารถยกหินได้โดยใช้พลังงานบางอย่างที่ศีรษะ ภาพ : wikimedia เป็นไปได้หรือไม่ มนุษย์ถํ้าได้คิดค้นหมวกกันน็อค และถุงมือขึ้นมาเมื่อ 10,000 ปีก่อน ยังเป็นข้อสังส

อพอลโลถอยกลับ พีระมิดตั้งตระหง่านอยู่บนดวงจันทร์ เผ่าพันธุ์ต่างดาวมีอยู่จริง

Image
พีระมิดตั้งตระหง่านอยู่บนดวงจันทร์ นักวิจัยยูเอฟโอได้ออกมาเปิดเผยว่า พบภาพพีระมิดตั้งตระหง่านอยู่บนดวงจันทร์ โดยเป็นภาพ ของทางนาซ่าที่ได้มาจากยานสำรวจดวงจันทร์ (Lunar Reconnaissance Orbiter) ซึ่งจับภาพดวงจันทร์ในนาทีที่ยานสำรวจดวงจันทร์กำลังเคลื่อนที่ผ่านจุดที่เรียกว่า หลุม ยูโดซุส (Eudoxus Crater) ซึ่งเป็นบริเวณหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ หากลองสังเกตตำแหน่งกลางหลุมอุกกาบาตให้ดี จะพบโครงสร้างพีระมิดตั้งตระหง่านอยู่กลางหลุมอุกกาบาต พีระมิดตั้งตระหง่านอยู่บนดวงจันทร์ นักวิจัยยูเอฟโออธิบายว่า ตนเองและเพื่อนๆ พบวัตถุประหลาดอีกมากมายจากภาพถ่ายของนาซ่า แต่สิ่งที่ทำให้ตนเองกับเพื่อนๆ ตื่นเต้นมากที่สุด คือ การค้นพบวัตถุประหลาดที่มีลักษณะคล้ายกับพีระมิดของอียิปต์ ตนเองและเพื่อนๆ ค่อนข้างมั่นใจว่า มีความเป็นไปได้ที่ดวงจันทร์จะมีมนุษย์ต่างดาวอาศัยอยู่ เพราะหากลองตั้งข้อสังเกตจะพบว่า นาซ่าไม่เคยกลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกเลย แม้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีทางอวกาศจะก้าวหน้ามากเเล้ว จนสามารถส่งหุ่นยนต์ไปสำรวจดาวอังคาร หรือกระทั่งวางเเผนส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร น่าแปลกใจที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้กับโลกมาก นาซ่าก

หินสลักรูปมนุษย์ต่างดาว

Image
หินการเผชิญหน้าครั้งแรก หินสลักรูปมนุษย์ต่างดาวหรือหินการเผชิญหน้าครั้งแรก ถูกค้นพบเมื่อเดือนมีนาคม 2017 เป็นหินที่ถูกค้นพบในถ้ำกลางป่าเเห่งหนึ่งในเมืองปวยบลา-เบรากรุซ (Puebla-Veracruz) ประเทศเม็กซิโก สิ่งที่น่าสนใจคือ หินสลักรูปมนุษย์ต่างดาว สนับสนุนทฤษฎีนักบินอวกาศโบราณ หินการเผชิญหน้าครั้งแรก กลุ่มนักล่าสมบัติเจเอซี ดิเทคเทอะ (JAC Detector) ได้ออกเดินทางสำรวจค้นหาถํ้านาน 3 เดือน จนกระทั่งค้นพบถ้ำแห่งหนึ่งตามคำบอกเล่าเกี่ยวกับตำนานมนุษย์ต่างดาวจากชาวบ้าน ภายในถ้ำพบร่องรอยแกะสลักบนผนังกำแพง และพื้น ล่องรอยแกะสลักเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว จากการศึกษาพบว่า มนุษย์ต่างดาวกำลังพูดคุยกับมนุษย์โลกอยู่ นอกจากนี้ นักสำรวจค้นพบทองคำจำนวนมากซ่อนอยู่ภายในถํ้าเเห่งนี้ด้วย หินการเผชิญหน้าครั้งแรก กลุ่มนักสำรวจเปิดเผยว่า ค้นพบ เเผ่นหินที่มีร่องรอยแกะสลักเเสดงถึงมนุษย์ต่างดาวที่กำลังควบคุมยานอวกาศ เเละพบแผ่นหินกะสลักเป็นข้อความภาษาโบราณที่แปลว่ามนุษย์ต่างดาว เเละพบร่องรอยแกะสลักที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์ต่างดาวกำลังมอบสิ่งของให้มนุษย์โลกที่อยู่ในช่วง อารยธรรมโลกยุคโบราณ  ถูกคาดว่าเป็น

ชิลีเผย UFO บินเหนือน่านฟ้า

Image
ชิลีเผย UFO บินเหนือน่านฟ้า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2014 เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพชิลีลำหนึ่ง (Airbus Cougar AS-532) ได้ออกลาดตระเวนเป็นประจำตามปกติ บริเวณชายฝั่งตะวันตกของซานติอาโก ประเทศชิลี โดยมีกัปตันผู้มากประสบการณ์ และช่างเทคนิคเดินทางไปด้วย เวลาประมาณ 13:52 น. ในขณะที่ช่างเทคนิคกำลังทดสอบกล้องอินฟาเรด (WESCAM’s MX-15) ทันใดนั้นเขาก็สังเหตุเห็นอากาศยานลึกลับด้วยตาเปล่า ห่างออกไปประมาณ 55-65 กิโลเมตร กำลังเดินทางจากตะวันตกไปยังตะวันตกเฉียงเหนือ ช่างเทคนิคจึงหันกล้องถ่ายภาพวีดีโอไว้ได้ทัน นักบินติดต่ออากาศยานลึกลับนั้นเเต่ไม่สามารถจับสัญญาณอากาศยานลึกลับดังกล่าวได้เลย จึงได้ติดต่อสถานีเรดาห์ 2 แห่ง คือ สถานีบริเวณชายฝั่งกับสถานีควบคุมหลักซานติอาโก ผู้ควบคุมจราจรทางอากาศยืนยันว่า "ในช่วงเวลานั้นไม่มีอากาศยานทหารหรือพลเรือนใดๆ" หลังจากนั้นนักบินก็พยายามติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่อากาศยานลึกลับนั้นหลายครั้งด้วยวิธีต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ  ช่างเทคนิคสามารถถ่ายวีดีโอเอาไว้ได้นานถึง 9 นาที 12 วินาที ก่อนที่มันจะบินหายไปในกลุ่มเมฆ วีดีโอถูกบันทึกถ่ายด้วยกล้อง